ทว.226 เทววิทยาศีลล้างบาป+กำลัง - 2

Views:
 
Category: Education
     
 

Presentation Description

No description available.

Comments

Presentation Transcript

เทววิทยาเรื่องศีลล้างบาปและศีลกำลัง(สัปดาห์ที่ 2) : 

เทววิทยาเรื่องศีลล้างบาปและศีลกำลัง(สัปดาห์ที่ 2) คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก: ศีลล้างบาป

1. ศีลล้างบาปเป็นศีลศักดิ์สิทธิ์ : 

1. ศีลล้างบาปเป็นศีลศักดิ์สิทธิ์ เป็นส่วนที่สำคัญประการหนึ่งของกลุ่มคริสตชน การยอมรับว่าพระเยซูเจ้าทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และเชื่อว่าพระเจ้าทรงยอมรับและให้อภัยบาป

Slide 3: 

“ธรรมล้ำลึก” (Mystery) “ศีลศักดิ์สิทธิ์” (Sacramentum)

Slide 4: 

ผู้ที่ปฏิเสธว่าศีลล้างบาปมิได้เป็น “ธรรมล้ำลึก” หรือ “ศีลศักดิ์สิทธิ์” จะถูกถือว่าอยู่นอกความเชื่อคริสตชน หรือเป็นผู้นอกรีต

Slide 5: 

Sacrament and Ordinance การใช้คำต่างกันเป็นเรื่องเกี่ยวกับปัญหาของความหมายมากกว่าเรื่องคำสอนที่ผิด

Slide 6: 

การประชุมด้านคริสตศาสนสัมพันธ์ที่ลิมา เปรู ของ WCC ยืนยันศีลล้างบาปทั้งในด้านเทววิทยาและพิธีกรรมได้รับการยอมรับเสมอมาในหมู่คริสตชนทุกศาสนจักร และคำ “ศีลศักดิ์สิทธิ์” ได้ถูกใช้ในเอกสารฉบับนี้แม้ว่าจะไม่มากนัก

2. ศีลล้างบาปเป็น “ลำดับแรก” ของศีลศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ : 

2. ศีลล้างบาปเป็น “ลำดับแรก” ของศีลศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ การยอมรับของพระศาสนจักรทั้งหมด ความเชื่อของกลุ่มคริสตชนตั้งแต่ยุคพระธรรมใหม่เป็นต้นมา

Slide 8: 

การปฏิเสธหรือต่อต้านการปฏิบัติที่สืบทอดมาอย่างต่อเนื่องนี้ไม่อาจยอมรับได้

Slide 9: 

“ลำดับแรก” เนื่องมาจากคำสอนของสังคายนาวาติกันที่สอง เรียกพระศาสนจักรว่าเป็น “ศีลศักดิ์สิทธิ์” หรือแม้แต่กล่าว่าเป็นศีลศักดิ์สิทธิ์พื้นฐาน เนื่องจากแนวคิดทางเทววิทยานี้ จึงพระศาสนจักรถือว่าพระศาสนจักรเป็นศีลศักดิ์สิทธิ์ “ลำดับแรก” ไม่ใช่ศีลล้างบาป

Slide 10: 

เทววิทยาศีลศักดิ์สิทธิ์ของพระศาสนจักรคาทอลิก (ปรากฎอยู่ในสังคายวาติกันที่สองโดยทางอ้อม) ถือว่าพระเยซูเจ้าในพระธรรมชาติความเป็นมนุษย์ของพระองค์เป็นศีลศักดิ์สิทธิ์หลัก ทรงเป็นปฐมแห่งศีลศักดิ์สิทธิ์

Slide 11: 

ตามความเข้าใจเทววิทยาศีลศักดิ์สิทธิ์นี้ พระเยซูเจ้าทรงเป็นศีลศักดิ์สิทธิ์ “ลำดับแรก” ทั้งต่อพระศาสนจักรและต่อศีลศักดิ์สิทธิ์อีกสองหรือเจ็ดประการ

Slide 12: 

คริสตชนในปัจจุบันยังเข้าใจเสมอว่า ศีลล้างบาปเป็นศีลที่มาก่อนศีลศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ อันเป็นกิจการของพระศาสนจักร เช่น ศีลมหาสนิท ศีลอภัยบาป ศีลกำลัง ฯลฯ

3. พระเยซูเจ้าทรงเป็นผู้ตั้งศีลล้างบาป : 

3. พระเยซูเจ้าทรงเป็นผู้ตั้งศีลล้างบาป เป็นคำสอนที่มีมาโดยตลอดในคริสตชนทุกกลุ่ม พระศาสนจักรอังกฤษและโปรเตสแตนท์เน้นว่า มีเพียงศีลล้างบาปและศีลมหาสนิทที่พระเยซูเจ้าทรงเป็นผู้ตั้งขึ้นอย่างชัดเจนพร้อมทั้งพระสัญญาถึงพระหรรษทาน

Slide 14: 

คำสอนสังคายนาเมืองเทรนต์ ให้คำนิยามศีลศักดิ์สิทธิ์ว่าเป็น “สิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงตั้งขึ้นเพื่อที่จะประทานพระหรรษทาน” การปฏิเสธคำสอนนี้นี้ถือว่าเป็นผู้นอกรีต

Slide 15: 

บรรดานักเทววิทยายังมีความคิดเห็นไม่สอดคล้องกันว่าทรงตั้งขึ้นในเวลาและสถานที่ใด ยังไม่มีคำสอนเป็นทางการของพระศาสนจักรในเรื่องนี้

Slide 16: 

Lercher นักเทววิทยาก่อนวาติกันที่สอง 1. โอกาสการรับพิธีล้างของพระเยซูเจ้าเอง (นักบุญโทมัส) 2. โอกาสที่นิโคเดมัสมาพบพระเยซูเจ้า (Estius) 3. ช่วงเวลาหลังจากการับพิธีล้างของพระเยซูเจ้า ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งก่อนหน้าหรือหลังจากการสนทนากับนิโคเดมัส (Scotus, Suarez, Belser) 4. ในการเลี้ยงอาหารค่ำครั้งสุดท้ายขององค์พระผู้เป็นเจ้า (Aphraates) 5. ในเหตุการณ์ของการเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระเยซูเจ้า เมื่อพระองค์ทรงส่งบรรดาศิษย์ออกไปเพื่อประกาศความเชื่อ และกระทำพิธีล้าง (Alexander of Hales และ Melchior Cano)

Slide 17: 

ปัญหาของคำสอนของคริสตชนคือศีลล้างบาปมิได้มีที่มาจากการตั้งขึ้นเองของมนุษย์ แต่มาจากพระเยซูเจ้าโดยผ่านทางการเผยแสดงในหนทางใดหนทางหนึ่ง

Slide 18: 

ศีลล้างบาปจึงเป็นเรื่องของความเชื่อ มิได้เป็นเพียงพิธีกรรมที่ตั้งขึ้นอย่างมนุษย์ในประวัติศาสตร์ เป็นที่ชัดเจนว่าเป็นงานของพระเจ้าในใช่งานของมนุษย์ ปฏิเสธความเชื่อเช่นนี้ในเรื่องศีลล้างบาปจะเป็นคนนอกรีต

4. ต้องใช้น้ำในการประกอบพิธีศีลล้างบาป : 

4. ต้องใช้น้ำในการประกอบพิธีศีลล้างบาป ธรรมเนียมปฏิบัติเสมอมา ใช้สารอื่นบางอย่างแทนก็จะเป็นการแยกออกไปจากคำสอนของคริสตชนอย่างชัดเจน

Slide 20: 

กลุ่มของจินไตยนิยม ในพระศาสนจักรยุคแรกเริ่ม และลัทธิมานีเคอุส ที่เน้นทางด้านจิตวิญญาณมากได้ยกเลิกการใช้น้ำตามธรรมชาติ ในสมัยกลางพวกคาทารี และ อัลบีเจนเซ่น ได้ปฏิบัติคล้ายๆ กันในพีธีศีลล้างบาป บางกลุ่มทนแทนการชำระล้างด้วยน้ำโดยใช้ไฟ บางที่มีการสนับสนุนโดยกลุ่มที่เล็กๆ ที่แยกตัวออกไป ให้ใช้น้ำมันผสมกับน้ำ น้ำลาย เหล้าองุ่น เบียร์ ฯลฯ

Slide 21: 

รูปแบบของการชำระล้างมีความแตกต่างกันไปด้วยเช่นกัน เช่นการจุ่มตัวในน้ำ หรือการเทน้ำที่ศีรษะหรือหน้าผาก หรือเพียงการปะพรมด้วยน้ำ ทั้งสามรูปแบบนี้มีใช้ตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาของคริสตชน และได้รับการยอมรับโดยที่ยังใช้อยู่จนถึงทุกวันนี้

5. ศีลล้างบาปจะต้องกระทำโดยรูปแบบของการเอ่ยพระนามทั้งสามพระบุคคลของพระเจ้า : 

5. ศีลล้างบาปจะต้องกระทำโดยรูปแบบของการเอ่ยพระนามทั้งสามพระบุคคลของพระเจ้า นักเทววิทยานำเสนอรูปแบบของการล้างบาปซึ่งรวม “พระนามของพระบิดา และพระบุตร และพระจิต” อย่างชัดเจน ในพระศาสนจักรลาตินมีคำพูดที่มาก่อนดังนี้ “ข้าพเจ้าล้างท่าน ในพระนาม.....” ในพระศาสนจักรดั้งเดิมหลายแห่งนำด้วยวลี “ขอให้ท่าน ผู้รับใช้ของพระเจ้า ได้รับการล้างในพระนาม......”

Slide 23: 

ในหนังสือกิจการของอัครสาวกมีการทำพิธีล้างบาปโดยคริสตชนเพียงแต่ในพระนามของพระเยซูเจ้า” รูปแบบดังกล่าวที่บันทึกไว้ในพระธรรมใหม่ควบคู่ไปกับรูปแบบที่เราพบในตอนท้ายของพระวารสารของนักบุญมัทธิว ซึ่งเอ่ยนามพระบิดา พระบุตร และพระจิต

Slide 24: 

หลายศตวรรษ จึงมีรูปแบบอื่นปรากฏมา “ในพระนามของพระตรีเอกภาพ” หรือ “ในนามของพระบิดา พระบุตร และพระจิตศักดิ์สิทธิ์”

Slide 25: 

เมื่อใดก็ตามที่คำสอนเรื่องพระตรีเอกภาพมีการประนีประนอมกัน รูปแบบดังกล่าวถูกประกาศทั้งเป็นการนอกรีต หรือไม่แจ้งชัดและเป็นที่สงสัยอย่างใดอย่างหนึ่ง คำสอนเรื่องพระตรีเอกภาพพัฒนาอย่างช้าระหว่างห้าศตวรรษแรกของพระศาสนจักร

6. ศีลล้างบาปจำเป็นสำหรับความรอด : 

6. ศีลล้างบาปจำเป็นสำหรับความรอด ความสัมพันธ์ที่มีอยู่เดิมโดยธรรมชาติระหว่างศีลล้างบาปด้านหนึ่ง และพระหรรษทานแห่งความรอดอีกด้านหนึ่ง ถ้าแง่มุมของพระหรรษทานถูกปฏิเสธหรือขจัดออกไป ศีลล้างบาปก็จะไม่เป็นศีลล้างบาปของคริสตชนอีกต่อไป

Slide 27: 

ความเข้าใจว่าโลกมีอยู่แค่ยุโรปซึ่งเป็นคริสตชนเกือบทั้งหมด ความสัมพันธ์ระหว่างความรอดและศีลล้างบาปเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ไม่ยาก ในความคิดของคนในสมัยกลางผู้ที่ไม่ได้รับศีลล้างบาปมีจำนวนเล็กน้อย

Slide 28: 

คำถามเกิดขึ้นเมื่อมีการค้นพบโลกใหม่ทั้งอเมริกาและเอเชีย คนจำนวนมหาศาลที่ไม่เคยรู้เรื่องราวเกี่ยวกับพระเยซูเจ้าเลย “votum baptismi” หรือการรับศีลด้วยความปรารถนา

Slide 29: 

การถกเถียงกันเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องจำเป็นจากความปรารถนาดังกล่าว ประเด็นหลักไม่ได้อยู่กับการล้างบาปแต่อยู่ที่พระเยซูเจ้า ไม่มีความรอดสำหรับใครก็ตามนอจากผ่านทางพระเยซูเจ้า สิ่งนี้คือความคิดหลักที่อยู่เบื้องหลัง คำกล่าวที่ว่า “ศีลล้างบาปจำเป็นสำหรับความรอด”

Slide 30: 

ศีลล้างบาปโดยโลหิต (การเป็นมรณสักขีเพื่อเห็นแก่พระเยซูเจ้าก่อนที่จะรับศีลล้างบาป) ไม่มีความรอดสำหรับมนุษย์นอกจากผ่านทางพระเยซูคริสตเจ้า และธรรมล้ำลึกนี้ได้รับเฉลิมฉลองในศีลล้างบาป ด้วยเหตุนี้จีงมีความเชื่อมโยงที่จำเป็นระหว่างศีลล้างบาปและความรอด

Slide 31: 

นักเทววิทยามิได้โต้แย้งเรื่องความจำเป็นสำหรับความรอดบนพื้นฐานของคำสอนเรื่องบาปกำเนิด แต่อยู่บนพื้นฐานของคริสตวิทยาที่ว่า ไม่มีความรอดสำหรับใครก็ตามที่อยู่นอกพระเยซูคริสตเจ้า การปฏิเสธคำสอนนี้จะถือเป็นผู้นอกรีตอย่างชัดเจน

7. ศีลล้างบาปประทับตราฝ่ายจิตในวิญญาณ : 

7. ศีลล้างบาปประทับตราฝ่ายจิตในวิญญาณ เป็นความเชื่อที่มีมายาวนานก่อนสมัยนักบุญออกัสติน สังคายนาเมื่องเทรนต์ กล่าวว่า “ถ้าผู้ใดกล่าวว่าศีลศักดิ์สิทธิ์สามประการ ได้แก่ ศีลล้างบาป ศีลกำลัง และศีลบรรพชา ตรามิได้ถูกประทับลงในวิญญาณ นั่นคือเป็นเครื่องหมายทางจิตวิญญาณทีไม่อาจลบเลือนได้ และศีลทั้งสามนี้ไม่อาจรับซ้ำได้ ให้เขาถูกลงโทษ”

Slide 33: 

ช่วงเวลาหลายศตวรรษที่มีการโต้เถียงปัญหาเกี่ยวกับการรับศีลล้างบาปซ้ำ (รับศีลกำลังซ้ำ และรับศีลบรรพชาซ้ำ) ภายหลังจากการมีการถกเถียงกันในความคิดเห็นเรื่องการับศีลล้างบาปซ้ำ พระศาสนจักรได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ศีลล้างบาปไม่อาจรับเป็นครั้งที่สองได้

8. ศีลล้างบาปหนึ่งเดียวเพื่อลบล้างบาปทั้งหลาย : 

8. ศีลล้างบาปหนึ่งเดียวเพื่อลบล้างบาปทั้งหลาย หลักฐานใน อฟซ 4:5 พระศาสนจักรแรกเริ่มกล่าวถึง “ศีลล้างบาปหนึ่งเดียว” การยืนยันความเชื่อของยุคแรกหลายแห่ง เช่น ของฮิปโปลีตุส นักบุญซีรีลแห่งเยรูซาเล็ม นักบุญเอปีฟีนีอุสแห่งซาลีมีเนียในกรีก และใน “ข้อความเชื่อแห่งไนซีน”

Slide 35: 

สองสิ่งที่นำเสนอเพื่อความมั่นคงในความเชื่อของเราคือ 1. ศีลล้างบาปมิใช่พิธีกรรมที่หลากหลาย 2. ศีลล้างบาปเชื่อมโยงกับการลบล้างบาปและนำมาซึ่งพระหรรษทาน

Slide 36: 

บุคคลหรือกลุ่มลัทธิซึ่งทำพิธีล้างบาป ไม่ใช่เป็นของเคฟาส หรือ อพอลโลที่ทำพิธีล้าง หรือของเปาโลเอง แต่เป็นพระเยซูเจ้าเอง ในเวลานี้ก็มิได้เป็นของพิธีล้างบาปของออร์โธด๊อกซ์ พิธีล้างบาปของโปรเตสแตนท์ พิธีล้างบาปของคาทอลิก แต่มีศีลล้างบาปเดียว และสิ่งนี้ได้เปิดโอกาสให้คริสตชนจากกลุ่มที่หลากหลายรับความถูกต้องสมบูรณ์ของพิธีล้างบาปซึ่งกันและกันได้

Slide 37: 

มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่สามารถลบล้างบาปได้ และพระเจ้าเท่านั้นที่ประทานพระหรรษทานได้ ด้วยเหตุนี้ พิธีนี้จึงไม่ใช่พิธีกรรมของมนุษย์ แต่เป็นพระเจ้าซึ่งทรงกระทำในศีลศักดิ์สิทธิ์

9. ศีลล้างบาปและบาปกำเนิด : 

9. ศีลล้างบาปและบาปกำเนิด สังคายนาเมืองเทรนต์ประกาศในปี 1546 กล่าวอย่างเป็นทางการถึงความเชื่อมโยงระหว่างการรับศีลล้างบาปทารกกับบาปกำเนิด

Slide 39: 

ในช่วงเวลาของสังคายนาเมืองเตรนท์ได้มีบางคนที่ปฏิเสธคำสอนเรื่องบาปกำเนิด หรือมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องความหมายของบาปกำเนิด พระสังฆราชคาทอลิกแห่งสังคายนาต้องการที่จะทำให้พระศาสนจักรมีจุดยืนที่ชัดเจนในเรื่องนี้ เนื่องจากมันมีความสำคัญต่อเทววิทยาเรื่องพระหรรษทานและบาปในตัวเอง

Slide 40: 

ในยุคสมัยนี้คำสอนเฉพาะของของพระศาสนจักรนี้ไม่ได้ถูกรับไว้โดยนักเทววิทยาของคาทอลิกอย่างชัดเจน

Slide 41: 

ปัจจุบันนักเทววิทยาได้พิจารณาด้วยหนทางที่หลากหลายในการให้ความหมายของบาปกำเนิด คำสอนอย่างเป็นทางการในเรื่องนี้จึงยังไม่ชัดเจน

Slide 42: 

มิได้หมายความว่าคำสอนนี้ควรจะถูกละทิ้งไป แต่หมายถึงในโลกของเทววิทยา รวมถึงคำสอนอย่างเป็นทางการของบรรดาพระสังฆราชต้องการเวลามากขึ้นในเรื่องนี้เพื่อทำความกระจ่างกับปัญหา ปัจจัยต่างๆ ซึ่งไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการอภิปรายในสังคายนาเมืองเตรนท์ถูกทำให้ตื่นขึ้นในเรื่องของบาปกำเนิด เช่นเดียวกับความรอดนอกพระศาสนจักร เป็นการนำข้อมูลใหม่นี้เข้ามาในการอภิปรายซึ่งมีความละเอียดอ่อนในยุคปัจจุบัน

authorStream Live Help