logging in or signing up ��ɮ��ç�٧� sao0231 Download Post to : URL : Related Presentations : Share Add to Flag Embed Email Send to Blogs and Networks Add to Channel Uploaded from authorPOINT lite Insert YouTube videos in PowerPont slides with aS Desktop Copy embed code: (To copy code, click on the text box) Embed: URL: Thumbnail: WordPress Embed Customize Embed The presentation is successfully added In Your Favorites. Views: 212 Category: Entertainment License: All Rights Reserved Like it (0) Dislike it (0) Added: January 09, 2011 This Presentation is Public Favorites: 0 Presentation Description No description available. Comments Posting comment... Premium member Presentation Transcript สมาชิกกลุ่ม: สมาชิกกลุ่ม นายสันติ จั่นผ่อง นาย ณัฐ พงศ์ แตง เพ็ชร์ นางสาวเสาวนีย์ เกิดด้วง นางสาวพอริ นทร์ พุกพูน ธนพัฒน์ทฤษฎีแรงจูงใจ: ทฤษฎีแรงจูงใจ Motivation Theoryทฤษฎีแรงจูงใจ: ทฤษฎี แรงจูงใจ ทฤษฎี พฤติกรรมนิยม (Behavioral View of Motivation ) ทฤษฎี การเรียนรู้ทางสังคม (Social Learning View of Motivation) ทฤษฎีพุทธินิยม (Cognitive View of Motivation ) ทฤษฎี มานุษย นิยม (Humanistic View of Motivation)ทฤษฎีพฤติกรรมนิยม (Behavioral View of Motivation) : ทฤษฎีพฤติกรรมนิยม (Behavioral View of Motivation) เป็นทฤษฎีที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ในอดีต (Past -Experience) ว่ามีผลต่อแรงจูงใจของบุคคลเป็นอย่างมาก ดังนั้นทุกพฤติกรรมของมนุษย์ถ้าวิเคราะห์ดูแล้วจะเห็นว่าได้รับอิทธิพลที่เป็นแรงจูงใจมาจากประสบการณ์ใน อดีตเป็นส่วนมาก โดยประสบการณ์ในด้านดีและกลายเป็นแรงจูงใจทางบวกที่ส่งผลเร้าให้มนุษย์มีความต้อง การแสดงพฤติกรรมในทิศทางนั้นมากยิ่งขึ้นทฤษฎีนี้เน้นความสำคัญของสิ่งเร้าภายนอก (Extrinsic Motivation)ทฤษฎีพฤติกรรมนิยม มี 2 ประเภท: ทฤษฎีพฤติกรรมนิยม มี 2 ประเภท แรงจูงใจทางสรีระ - ความหวัง - ความต้องการทางเพศ แรงจูงใจทางจิตวิทยา - แรงจูงใจใฝ่เรียนรู้ - อยากเป็นส่วนหนึ่งของสังคมทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคม (Social Learning View of Motivation) : ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคม (Social Learning View of Motivation) เป็นทฤษฎีที่เห็นว่าแรงจูงใจเกิดจากการเรียนรู้ทางสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างเอกลักษณ์และการเลียนแบบ (Identification and Imitation) จากบุคคลที่ตนเองชื่นชม หรือคนที่มีชื่อเสียงในสังคมจะเป็นแรงจูงใจที่สำคัญในการแสดงพฤติกรรมของบุคคลทฤษฎีพุทธินิยม (Cognitive View of Motivation) : ทฤษฎีพุทธินิยม (Cognitive View of Motivation) เป็นทฤษฎีที่เห็นว่าแรงจูงใจในการกระทำพฤติกรรมของมนุษย์นั้นขึ้นอยู่กับการรับรู้ (Perceive) สิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัว โดยอาศัยความสามารถทางปัญญาเป็นสำคัญ ให้ความสำคัญ กับเป้าหมาย วัตถุประสงค์ และการวางแผน และให้ความสำคัญกับระดับของความคาดหวัง (Level of Aspiration) โดยที่เขากล่าวว่าคนเรามีแนวโน้มที่จะตั้ง ความคาดหวังของตนเองให้สูงขึ้น เมื่อเขาทำงานหนึ่งสำเร็จ และตรงกัน ข้ามคือจะตั้งความตาดหวังของตนเองต่ำลง เมื่อเขาทำงานหนึ่งแล้วล้มเหลวทฤษฎีมนุษยนิยม (Humanistic View of Motivation): ทฤษฎี มนุษย นิยม (Humanistic View of Motivation) แนวความคิดนี้เป็นของมาส โลว์ (Maslow) ที่ได้อธิบายถึงลำดับความต้องการของมนุษย์ โดยที่ความต้องการจะเป็น ตัวกระตุ้นให้มนุษย์แสดงพฤติกรรมเพื่อไปสู่ความต้องการความต้องการของมนุษย์ของมาสโลว์ (Maslow) : ความต้องการของมนุษย์ของมาส โลว์ (Maslow)องค์ประกอบของแรงจูงใจ : องค์ประกอบของแรงจูงใจ 1. องค์ประกอบทางด้านกายภาพ (Biological Factor) 2. องค์ประกอบทางด้านการเรียนรู้ (Learned Factor) 3. องค์ประกอบทางด้านความคิด (Cognitive Factor)แรงจูงใจและการเรียนรู้ : แรงจูงใจและการเรียนรู้ แรงจูงใจเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการเรียนรู้ ความสัมฤทธิ์ผลในการเรียนของนักเรียน นอกจากจะขึ้นกับความสามารถแล้วยังขึ้นกับแรงจูงใจ นักเรียนที่มีความสามารถสูง แต่ขาดแรงจูงใจในการเรียนรู้ ก็จะมีสัมฤทธิ์ผลในการเรียนต่ำ ทำอย่างไรจึงจะช่วยนักเรียนให้มีแรงจูงใจในการเรียนรู้กระบวนการจูงใจ (Motivation Process) : กระบวนการจูงใจ ( Motivation Process) กระบวนการจูงใจมีองค์ประกอบ 3 ประการ คือ 1. ความต้องการ (Needs) 2. แรงขับ (Drive) 3. สิ่งล่อใจ (Incentive) หรือ เป้าหมาย (Goal)ประเภทของแรงจูงใจ : ประเภทของแรงจูงใจ กลุ่มที่ 1 แรงจูงใจฉับพลัน คือแรงจูงใจที่กระตุ้นให้มนุษย์ แสดงพฤติกรรม ออกมาทันทีทันใด กลุ่มที่ 2 แรงจูงใจภายใน คือแรงจูงใจที่ได้รับอิทธิพลมาจาก สิ่งเร้าภายในตัวของบุคคลผู้นั้น แรงจูงใจภายนอก คือแรงจูงใจที่ได้รับอิทธิพลมา จากสิ่งเร้าภายนอก กลุ่มที่ 3 แรงจูงใจปฐมภูมิ คือแรงจูงใจอันเนื่องมาจากความ ต้องการที่เห็นพื้นฐานทาร่างกายแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ หมายถึง แรงจูงใจที่เป็นแรงขับให้บุคคลพยายามที่จะประกอบพฤติกรรมที่จะประสบสัมฤทธิผลตามมาตรฐานความเป็นเลิศ (Standard of Excellence) ที่ตนตั้งไว้ บุคคลที่มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์จะไม่ทำงานเพราะหวังรางวัลแต่ทำเพื่อจะประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ : แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ หมายถึง แรงจูงใจที่เป็นแรงขับให้บุคคลพยายามที่จะประกอบพฤติกรรมที่จะประสบสัมฤทธิผลตามมาตรฐานความเป็นเลิศ (Standard of Excellence) ที่ตนตั้งไว้ บุคคลที่มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์จะไม่ทำงานเพราะหวังรางวัลแต่ทำเพื่อจะประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์: แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ผู้มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์จะมีลักษณะสำคัญ ดังนี้ 1. มุ่งหาความสำเร็จ (Hope of Success) และกลัว ความล้มเหลว (Fear of Failure) 2. มีความทะเยอทะยานสูง 3. ตั้งเป้าหมายสูง 4. มีความรับผิดชอบในการงานดี 5. มีความอดทนในการทำงาน 6. รู้ความสามารถที่แท้จริงของตนเอง 7. เป็นผู้ที่ทำงานอย่างมีการวางแผน 8. เป็นผู้ที่ตั้งระดับความคาดหวังไว้สูงการนำเรื่องแรงจูงใจมาใช้ในทางปฏิบัติ : การนำเรื่องแรงจูงใจมาใช้ในทางปฏิบัติ ทางด้านการเรียนการสอน แนวความคิดเรื่องแรงจูงใจถูกนำมาใช้มากในด้านการเรียนการสอน เนื่องจากบรรยากาศและสภาพการเรียนการสอนที่มีระยะ เวลาต่อเนื่องกันยาวนานในแต่ละวัน จะทำให้ผู้เรียนเกิดความเบื่อหน่ายและท้อแท้ได้มาก ดังนั้นครูผู้สอนจะต้องมีความรู้ และนำความรู้เรื่องแรงจูงใจมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ผู้เรียนให้ ได้มาก ที่สุดโดยเทคนิคและวิธีการจูงใจนั้นจะต้องให้มีความเหมาะสมกับวัย ระดับการศึกษา และสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ด้วยSlide 17: ตัวอย่างของการจูงใจทางด้านการเรียนการสอน เช่น - ปรับปรุงเนื้อหา และวิธีการสอนให้น่าสนใจ - ใช้สื่อการสอนที่เหมาะสม - ใช้เทคนิคในการเร้าความสนใจ ของผู้เรียน - ปรับวิธีการสอนและการวัดผลให้เหมาะสมกับรูปแบบ แรงจูงใจของผู้เรียน - ใช้หลักการเสริมแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพการสร้างแรงจูงใจในการเรียน : การสร้างแรงจูงใจในการเรียน 1. การสร้างเสริมความเชื่อมั่นและการคาดหวังเชิงบวก ในการเรียน 2. การให้เด็กเห็นคุณค่าของสิ่งที่เรียน 3. การช่วยให้เด็กเกิดความมุ่งมั่นและใส่ใจในสิ่งที่เรียนเทคนิคการจูงใจในการเรียนการสอน : เทคนิคการจูงใจในการเรียนการสอน 1. รวมความสนใจในเป้าประสงค์ 2. ส่งเสริมและพัฒนาแรงจูงใจทางบวก 3. กำหนดแนวทางในการเรียนตามแผนการสอนที่วางไว้ ล่วงหน้า 4. ช่วยผู้เรียนตั้งเป้าประสงค์และช่วยให้บรรลุเป้าประสงค์ ตามความเป็นจริง 5. สร้างบรรยากาศในการเรียนที่ อบอุ่น 6. ให้เครื่องล่อ ( Incentives) และการลงโทษในกรณีที่จำเป็น You do not have the permission to view this presentation. In order to view it, please contact the author of the presentation.
��ɮ��ç�٧� sao0231 Download Post to : URL : Related Presentations : Share Add to Flag Embed Email Send to Blogs and Networks Add to Channel Uploaded from authorPOINT lite Insert YouTube videos in PowerPont slides with aS Desktop Copy embed code: (To copy code, click on the text box) Embed: URL: Thumbnail: WordPress Embed Customize Embed The presentation is successfully added In Your Favorites. Views: 212 Category: Entertainment License: All Rights Reserved Like it (0) Dislike it (0) Added: January 09, 2011 This Presentation is Public Favorites: 0 Presentation Description No description available. Comments Posting comment... Premium member Presentation Transcript สมาชิกกลุ่ม: สมาชิกกลุ่ม นายสันติ จั่นผ่อง นาย ณัฐ พงศ์ แตง เพ็ชร์ นางสาวเสาวนีย์ เกิดด้วง นางสาวพอริ นทร์ พุกพูน ธนพัฒน์ทฤษฎีแรงจูงใจ: ทฤษฎีแรงจูงใจ Motivation Theoryทฤษฎีแรงจูงใจ: ทฤษฎี แรงจูงใจ ทฤษฎี พฤติกรรมนิยม (Behavioral View of Motivation ) ทฤษฎี การเรียนรู้ทางสังคม (Social Learning View of Motivation) ทฤษฎีพุทธินิยม (Cognitive View of Motivation ) ทฤษฎี มานุษย นิยม (Humanistic View of Motivation)ทฤษฎีพฤติกรรมนิยม (Behavioral View of Motivation) : ทฤษฎีพฤติกรรมนิยม (Behavioral View of Motivation) เป็นทฤษฎีที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ในอดีต (Past -Experience) ว่ามีผลต่อแรงจูงใจของบุคคลเป็นอย่างมาก ดังนั้นทุกพฤติกรรมของมนุษย์ถ้าวิเคราะห์ดูแล้วจะเห็นว่าได้รับอิทธิพลที่เป็นแรงจูงใจมาจากประสบการณ์ใน อดีตเป็นส่วนมาก โดยประสบการณ์ในด้านดีและกลายเป็นแรงจูงใจทางบวกที่ส่งผลเร้าให้มนุษย์มีความต้อง การแสดงพฤติกรรมในทิศทางนั้นมากยิ่งขึ้นทฤษฎีนี้เน้นความสำคัญของสิ่งเร้าภายนอก (Extrinsic Motivation)ทฤษฎีพฤติกรรมนิยม มี 2 ประเภท: ทฤษฎีพฤติกรรมนิยม มี 2 ประเภท แรงจูงใจทางสรีระ - ความหวัง - ความต้องการทางเพศ แรงจูงใจทางจิตวิทยา - แรงจูงใจใฝ่เรียนรู้ - อยากเป็นส่วนหนึ่งของสังคมทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคม (Social Learning View of Motivation) : ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคม (Social Learning View of Motivation) เป็นทฤษฎีที่เห็นว่าแรงจูงใจเกิดจากการเรียนรู้ทางสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างเอกลักษณ์และการเลียนแบบ (Identification and Imitation) จากบุคคลที่ตนเองชื่นชม หรือคนที่มีชื่อเสียงในสังคมจะเป็นแรงจูงใจที่สำคัญในการแสดงพฤติกรรมของบุคคลทฤษฎีพุทธินิยม (Cognitive View of Motivation) : ทฤษฎีพุทธินิยม (Cognitive View of Motivation) เป็นทฤษฎีที่เห็นว่าแรงจูงใจในการกระทำพฤติกรรมของมนุษย์นั้นขึ้นอยู่กับการรับรู้ (Perceive) สิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัว โดยอาศัยความสามารถทางปัญญาเป็นสำคัญ ให้ความสำคัญ กับเป้าหมาย วัตถุประสงค์ และการวางแผน และให้ความสำคัญกับระดับของความคาดหวัง (Level of Aspiration) โดยที่เขากล่าวว่าคนเรามีแนวโน้มที่จะตั้ง ความคาดหวังของตนเองให้สูงขึ้น เมื่อเขาทำงานหนึ่งสำเร็จ และตรงกัน ข้ามคือจะตั้งความตาดหวังของตนเองต่ำลง เมื่อเขาทำงานหนึ่งแล้วล้มเหลวทฤษฎีมนุษยนิยม (Humanistic View of Motivation): ทฤษฎี มนุษย นิยม (Humanistic View of Motivation) แนวความคิดนี้เป็นของมาส โลว์ (Maslow) ที่ได้อธิบายถึงลำดับความต้องการของมนุษย์ โดยที่ความต้องการจะเป็น ตัวกระตุ้นให้มนุษย์แสดงพฤติกรรมเพื่อไปสู่ความต้องการความต้องการของมนุษย์ของมาสโลว์ (Maslow) : ความต้องการของมนุษย์ของมาส โลว์ (Maslow)องค์ประกอบของแรงจูงใจ : องค์ประกอบของแรงจูงใจ 1. องค์ประกอบทางด้านกายภาพ (Biological Factor) 2. องค์ประกอบทางด้านการเรียนรู้ (Learned Factor) 3. องค์ประกอบทางด้านความคิด (Cognitive Factor)แรงจูงใจและการเรียนรู้ : แรงจูงใจและการเรียนรู้ แรงจูงใจเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการเรียนรู้ ความสัมฤทธิ์ผลในการเรียนของนักเรียน นอกจากจะขึ้นกับความสามารถแล้วยังขึ้นกับแรงจูงใจ นักเรียนที่มีความสามารถสูง แต่ขาดแรงจูงใจในการเรียนรู้ ก็จะมีสัมฤทธิ์ผลในการเรียนต่ำ ทำอย่างไรจึงจะช่วยนักเรียนให้มีแรงจูงใจในการเรียนรู้กระบวนการจูงใจ (Motivation Process) : กระบวนการจูงใจ ( Motivation Process) กระบวนการจูงใจมีองค์ประกอบ 3 ประการ คือ 1. ความต้องการ (Needs) 2. แรงขับ (Drive) 3. สิ่งล่อใจ (Incentive) หรือ เป้าหมาย (Goal)ประเภทของแรงจูงใจ : ประเภทของแรงจูงใจ กลุ่มที่ 1 แรงจูงใจฉับพลัน คือแรงจูงใจที่กระตุ้นให้มนุษย์ แสดงพฤติกรรม ออกมาทันทีทันใด กลุ่มที่ 2 แรงจูงใจภายใน คือแรงจูงใจที่ได้รับอิทธิพลมาจาก สิ่งเร้าภายในตัวของบุคคลผู้นั้น แรงจูงใจภายนอก คือแรงจูงใจที่ได้รับอิทธิพลมา จากสิ่งเร้าภายนอก กลุ่มที่ 3 แรงจูงใจปฐมภูมิ คือแรงจูงใจอันเนื่องมาจากความ ต้องการที่เห็นพื้นฐานทาร่างกายแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ หมายถึง แรงจูงใจที่เป็นแรงขับให้บุคคลพยายามที่จะประกอบพฤติกรรมที่จะประสบสัมฤทธิผลตามมาตรฐานความเป็นเลิศ (Standard of Excellence) ที่ตนตั้งไว้ บุคคลที่มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์จะไม่ทำงานเพราะหวังรางวัลแต่ทำเพื่อจะประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ : แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ หมายถึง แรงจูงใจที่เป็นแรงขับให้บุคคลพยายามที่จะประกอบพฤติกรรมที่จะประสบสัมฤทธิผลตามมาตรฐานความเป็นเลิศ (Standard of Excellence) ที่ตนตั้งไว้ บุคคลที่มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์จะไม่ทำงานเพราะหวังรางวัลแต่ทำเพื่อจะประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์: แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ผู้มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์จะมีลักษณะสำคัญ ดังนี้ 1. มุ่งหาความสำเร็จ (Hope of Success) และกลัว ความล้มเหลว (Fear of Failure) 2. มีความทะเยอทะยานสูง 3. ตั้งเป้าหมายสูง 4. มีความรับผิดชอบในการงานดี 5. มีความอดทนในการทำงาน 6. รู้ความสามารถที่แท้จริงของตนเอง 7. เป็นผู้ที่ทำงานอย่างมีการวางแผน 8. เป็นผู้ที่ตั้งระดับความคาดหวังไว้สูงการนำเรื่องแรงจูงใจมาใช้ในทางปฏิบัติ : การนำเรื่องแรงจูงใจมาใช้ในทางปฏิบัติ ทางด้านการเรียนการสอน แนวความคิดเรื่องแรงจูงใจถูกนำมาใช้มากในด้านการเรียนการสอน เนื่องจากบรรยากาศและสภาพการเรียนการสอนที่มีระยะ เวลาต่อเนื่องกันยาวนานในแต่ละวัน จะทำให้ผู้เรียนเกิดความเบื่อหน่ายและท้อแท้ได้มาก ดังนั้นครูผู้สอนจะต้องมีความรู้ และนำความรู้เรื่องแรงจูงใจมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ผู้เรียนให้ ได้มาก ที่สุดโดยเทคนิคและวิธีการจูงใจนั้นจะต้องให้มีความเหมาะสมกับวัย ระดับการศึกษา และสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ด้วยSlide 17: ตัวอย่างของการจูงใจทางด้านการเรียนการสอน เช่น - ปรับปรุงเนื้อหา และวิธีการสอนให้น่าสนใจ - ใช้สื่อการสอนที่เหมาะสม - ใช้เทคนิคในการเร้าความสนใจ ของผู้เรียน - ปรับวิธีการสอนและการวัดผลให้เหมาะสมกับรูปแบบ แรงจูงใจของผู้เรียน - ใช้หลักการเสริมแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพการสร้างแรงจูงใจในการเรียน : การสร้างแรงจูงใจในการเรียน 1. การสร้างเสริมความเชื่อมั่นและการคาดหวังเชิงบวก ในการเรียน 2. การให้เด็กเห็นคุณค่าของสิ่งที่เรียน 3. การช่วยให้เด็กเกิดความมุ่งมั่นและใส่ใจในสิ่งที่เรียนเทคนิคการจูงใจในการเรียนการสอน : เทคนิคการจูงใจในการเรียนการสอน 1. รวมความสนใจในเป้าประสงค์ 2. ส่งเสริมและพัฒนาแรงจูงใจทางบวก 3. กำหนดแนวทางในการเรียนตามแผนการสอนที่วางไว้ ล่วงหน้า 4. ช่วยผู้เรียนตั้งเป้าประสงค์และช่วยให้บรรลุเป้าประสงค์ ตามความเป็นจริง 5. สร้างบรรยากาศในการเรียนที่ อบอุ่น 6. ให้เครื่องล่อ ( Incentives) และการลงโทษในกรณีที่จำเป็น