การรักษาโลก

Views:
 
Category: Entertainment
     
 

Presentation Description

No description available.

Comments

Presentation Transcript

Slide 1: 

การรักษา “ โลก ” อย่าเพิ่งคิดว่าพิมพ์ผิด จากคำว่า “ โรค ” พิมพ์เป็น “ โลก ” แต่ต้องการจะพูดถึงการรักษา “ โลก ” ตามที่จั่วหัวไว้จริง ๆ “ โรค ” ทั้งที่เป็นโรคทางกายหรือโรคทางจิต มีหมอคอยรักษามียามากมายหลายชนิด รักษากันไปตามอาการ บ้างก็หายบ้างก็ตาย แล้วแต่ความหนักเบาของ “ โรค ” แต่ “ โลก ” ที่เขาว่ามันเป็นลูกกลม ๆ คล้ายผลส้ม ล่องลอยอยู่ในจักวาล มีเรา ๆ ท่าน ๆ ทั้งหลายที่เขาเรียกว่า “ มนุษย์ ”อาศัยอยู่ เขาจึงเรียกว่า “ โลกมนุษย์ ”

Slide 2: 

ถ้ามีแต่ “ โลก ” เพียงรำพัง ไม่มี “ มนุษย์ ” อย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ทั้งหลายอาศัยอยู่ มันก็คงล่องลอยของมันไปตามปกติของมันเหมือนดวงดาวดวงอื่น ๆ คงไม่มีความวุ่นวายใด ๆ ให้เรารับรู้ เพราะไม่มี “ เรา”คอยรับรู้ แต่ “ โลก ” ใบนี้มี “ มนุษย์ ” คือเรา ๆ ท่าน ๆ ทั้งหลายอาศัยอยู่ มันจึงเกิด ” ความวุ่นวาย ความขัดข้องหมองใจ ความทุกข์ ” อย่างที่เห็นอยู่ และอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพราะ “ ความวุ่นวาย ความขัดข้องหมองใจ ความทุกข์ ” นี้เอง ทำให้เกิดการค้นคิดหาวิธีรักษา “ โลก ” ไม่ให้เกิด ความวุ่นวาย ความขัดข้องหมองใจ ความทุกข์ โดยวิธีการต่าง ๆ นา ๆ

Slide 3: 

การรักษามีมากมายหลากหลายวิธี บ้างก็ใช้เรื่องภูตผีปีศาจ บ้างก็ใช่ทฤษฎีต่าง ๆ ( ทฤษฎี ภาษาอังกฤษ: theory คือ สมมติฐานที่ได้รับการตรวจสอบและทดลองหลายครั้งหลายหนจนสามารถอธิบายข้อเท็จจริงสามารถคาดคะเนทำนายเหตุการณ์ทั่วๆไป ) บ้างก็ใช้คำสอนขององค์พระศาสดาของแต่ละศาสนา

Slide 4: 

ไม่ว่าจะใช้วิธีการใด ๆ ในการรักษา “ โลก ” ความวุ่นวาย ความขัดข้องหมองใจ ความทุกข์ ก็ยังคงมีอยู่ และนับวันจะหนักหน่วงมากยิ่งขึ้น เมื่อ ความวุ่นวาย ความขัดข้องหมองใจ ความทุกข์ เพิ่มมากยิ่งขึ้น หนักหน่วงมากยิ่งขึ้น วิธีการสุดท้ายที่ “ มนุษย์ ” นำมาใช้แก้ไขก็คือ “ สงคราม ”หรือการ “ เข่นฆ่า ” วนเวียนอยู่อย่างนี้ เป็นอยู่อย่างนี้ตั้งแต่อดีตมากระทั้งปัจจุบัน และจะเป็นต่อไปเช่นนี้อีกในอนาคต จนกว่า“ โลก ” นี้จะแตกสลายไปจากจักวาล

Slide 5: 

เมื่อเรา ๆ ท่าน ๆ ทั้งหลายรู้แล้วอย่างนี้ เห็นแล้วอย่างนี้ และเป็นอยู่อย่างนี้ เรา ๆ ท่าน ๆ ทั้งหลายจะทำอย่างไรที่จะรักษา “ โลก ” ใบนี้เพื่อทำให้ ความวุ่นวาย ความขัดข้องหมองใจ ความทุกข์ ให้หมดไปหรือให้ลดน้อยลงไปบ้างจาก “ โลก ” ใบนี้ นี่คือหัวข้อที่จั่วหัวไว้ว่า การรักษา “ โลก ”

Slide 6: 

“ ความวุ่นวาย ความขัดข้องหมองใจ ความทุกข์ ” คือสิ่งที่ “ โลก ” ใบนี้กำลังประสพอยู่ และนับวันจะรุนแรงเพิ่มมากยิ่งขึ้นจนน่าเป็นห่วง จำเป็นต้องได้รับการเยียวยารักษาอย่างเร่งด่วน แต่จะรักษาเช่นไร ? นี่คือคำถามที่ทุกคนกำลังช่วยกันค้นหาคำตอบ ซึ่งก็มีคำตอบที่นำมารักษากันมากมายหลายวิธี แต่ยิ่งรักษาก็ดูเหมือนว่าอาการไม่ดีขึ้น ตรงกันข้ามกลับแย่ลงและทรุดลงไปเรื่อย ๆ

Slide 7: 

นั่นหมายความว่าเรารักษาไม่ถูกวิธีหรือไม่ถูกจุด หรืออีกนัยหนึ่งก็คือคำตอบที่นำมาใช้รักษานั้นเป็นคำตอบที่ผิดเป็นวิธีการที่ผิด คือ :- ผิดที่ ผิดเวลา ผิดกับสภาพความเป็นจริง

Slide 8: 

เราหันมาใช้วิธี การรักษา “ โลก ” ตามคำสอนทางศาสนา ของแต่ละองค์พระศาสดา รักษา“ โลก ” ใบนี้กันดีกว่า

Slide 9: 

คำสอน ทุกศาสนา ทุกองค์พระศาสดา ล้วนสอนให้คน มี “ ปัญญา ” และ ใช้ “ ปัญญา ”

Slide 10: 

“ ปัญญา” คือเครื่องมือชิ้นสำคัญที่จะนำมาใช้ รักษา “ โลก ” แต่ก่อนที่เราจะเริ่มลงมือรักษา “ โลก ” เราต้องสำรวจตรวจสอบตัวเราก่อนว่า เรามี “ ปัญญา ” ซึ่งเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญที่จะนำมาใช้รักษา “ โลก ” ใบนี้หรือยัง เรามาเริ่มลงมือตรวจสอบว่า “ ปัญญา ” มีในตัวเราหรือยัง

Slide 11: 

ขั้นตอนแรกเราต้อง... ทำจิตของเราให้แจ่มใส ปล่อยวาง ว่าง ๆ โล่ง ๆ สบาย ๆ ให้ได้เสียก่อน ถ้าจิตของเรายังขุ่นมัวเศร้าหมอง ปล่อยวางไม่ได้ ว่าง ๆ ไม่ได้ โล่ง ๆ ไม่ได้ สบาย ๆ ไม่ได้ เราก็ไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่าเรามี “ ปัญญา ” หรือยัง เพราะจิตของเราที่ยังขุ่นมัวเศร้าหมอง จิตที่ยังปล่อยวางไม่ได้ จิตที่ยังว่าง ๆ ไม่ได้ จิตที่ยังโล่ง ๆ ไม่ได้ จิตที่ยังสบาย ๆ ไม่ได้ เป็นจิตที่ “หยาบ” เป็นจิตของคนมี “บาป”

Slide 12: 

เราจำเป็นต้องสะสม “ บุญญาบารมี ” สะสม “ คุณงามความดี ” ให้มีขึ้น เกิดขึ้นในตัวเราให้มาก ๆ เสียก่อน จนกว่า “บาป” ที่เรามีอยู่จะน้อยลงและหมดไปในที่สุด “ บุญญาบารมี ” และ “ คุณงามความดี ” ไม่สามารถเกิดขึ้น มีขึ้นในตัวเราได้ ถ้าหากเราไม่หยุดการ “ทำบาป” ทั้งปวงให้ได้จนหมดจนสิ้นเสียก่อน เราต้องหยุดการ “ทำบาป” ทั้งปวงจนหมดจนสิ้น เราจึงจะมี “ บุญญาบารมี ” และ “ คุณงามความดี ”

Slide 13: 

เราไม่สามารถละเว้นการทำบาปทั้งปวงได้อย่างเด็ดขาด หากเรายัง ไม่หยุด ไม่มีสติ ไม่มีสมาธิ เราต้องหยุด เราต้องเริ่มตั้งสติ เราต้องฝึกจิตให้มีสมาธิ เมื่อจิตถูกฝึกให้มีสมาธิอย่างชำนาญและลึกซึ้ง จิตเราจะเป็นจิตที่ “ละเอียด” จิตที่แจ่มใส ปล่อยวาง ว่าง ๆ โล่ง ๆ สบาย ๆ

Slide 14: 

เราจะไม่สามารถหยุด เราจะไม่สามารถตั้งสติ เราจะไม่สามารถฝึกสมาธิได้เลย หากเรายังไม่มี “ ศีล ”

Slide 15: 

เพราะ “ ศีล ” คือรากฐานของการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบทั้งปวง เพราะ “ ศีล ” คือหัวใจของศาสนา เพราะ “ ศีล ” คือจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง เราต้องเริ่มที่การรักษา “ ศีล ” ให้มีขึ้น เกิดขึ้นในตัวเราก่อน เราจึงจะมี “ ปัญญา ”

Slide 16: 

เมื่อเรามี “ ปัญญา ” เราจึงจะสามารถ “รักษาโลก ” ใบนี้ได้

Slide 17: 

เมื่อเรา “รักษาโลก ” ใบนี้อย่าง ถูกที่ ถูกเวลา ถูกกับสภาพความเป็นจริง

Slide 18: 

“ ความวุ่นวาย ความขัดข้องหมองใจ ความทุกข์ ” จะหมดจะสิ้นไปจากโลกใบนี้อย่างแน่นอน

Slide 19: 

สวัสดี ด้วยความปารถนาให้ทุกคนพ้นทุกข์ เฒ่าเผาถ่าน