โรคกระดูกพรุน

Views:
 
Category: Education
     
 

Presentation Description

ความรู้เรื่องโรคกระดูกพรุน

Comments

By: boyra092 (41 month(s) ago)

ดีมากๆ

By: Aranrehab (41 month(s) ago)

เนื้อหาอ่านเข้าใจง่าย ดีมากเลยครับ

By: suwannarat (45 month(s) ago)

ดีมากเลยค่ะ

Presentation Transcript

Slide 1: 

ความรู้เรื่องโรคกระดูกพรุน ศ.(พิเศษ) นพ.วีระวัฒน์ หาญทวิชัย

โรคกระดูกพรุน : 

โรคกระดูกพรุน โรคกระดุกพรุน มีการเรียกกันหลายชึ่อ อาทิเช่น “กระดูกผุ” “กระดูกบาง” “กระดูกโปร่งบาง” โรคกระดูกพรุน เป็น โรคภัยเงียบ ไม่มีอาการ มาด้วยโรคแทรกซ้อน

โรคกระดูกพรุนคืออะไร : 

โรคกระดูกพรุนคืออะไร โรคกระดูกพรุน คือ ภาวะที่เนื้อกระดูกลดลง และมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในของกระดูก ส่งผลให้กระดูกบางลง ทำให้มีโอกาสที่จะเกิดกระดูกหักได้ง่ายขึ้น

เปรียบเทียบกระดูกหลังคนปกติ กับโรคกระดูกพรุน : 

เปรียบเทียบกระดูกหลังคนปกติ กับโรคกระดูกพรุน กระดูกหลังคนปกติ กระดูกหลังโรคกระดูกพรุน

ภาพขยายใหญ่ของกระดูกสันหลัง : 

ภาพขยายใหญ่ของกระดูกสันหลัง กระดูกหลังคนปกติ กระดูกหลังคนโรคกระดูกพรุน

Slide 6: 

กระดูกสะโพกคนปกติ โรคกระดูกพรุน

สาเหตุของการเกิดโรคกระดูกพรุน : 

สาเหตุของการเกิดโรคกระดูกพรุน เนื้อเยื่อมีการเสื่อมสลายและเสริมสร้างตลอดเวลา ตั้งแต่วัยเด็กจนถึง วัยรุ่น ซึ่งกระดูกแข็งแรงเนื่องจากมีการสร้างเนื้อกระดูกเพิ่มมากกว่าการสูญเสียเสื่อมสลาย เมื่ออายุ 30 ปี กระบวนการเสริมสร้างกระดูกจะเริ่มลดลงทั้งเพศชายและเพศหญิง แต่ตามปกติ “เพศหญิง” จะมีมวลกระดูกน้อยกว่าเพศชาย และเมื่อหมดประจำเดือนเพศหญิงจะมีการสูญเสียเสื่อมสลายมากกว่าการสร้างกระดูก จึงเกิด “โรคกระดูกพรุน” ขึ้น

ภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุนมีอะไรบ้าง : 

ภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุนมีอะไรบ้าง 1. ผู้สูงอายุทั้งชายและหญิง 2. ผู้หญิงที่ทำผ่าตัดเอารังไข่ออกทั้งสองข้าง 3. ผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือน 4. ผู้ที่มีประวัติบุคคลในครอบครัวเคยเป็นโรคกระดูกพรุน 5. ผู้ที่มีโรคผอมบาง น้ำหนักน้อยกว่า 127 ปอนด์ 6. ผู้ทีได้รับยาบางชนิดเป็นเวลานาน เช่น ยาสเตอรอยด์ ยาธัยรอยด์ 7. ผู้ที่ขาดการออกกำลังกาย หรือออกกำลังกายน้อย 8. ถูกแสงแดดน้อย หรือไม่ถูกแสงแดด

ความเข้าใจผิดของชาวบ้าน : 

ความเข้าใจผิดของชาวบ้าน โรคกระดูกพรุนเป็นเรื่องของคนแก่คนเฒ่าเท่านั้น ฉันดื่มนมทุกวัน ไม่แป็นโรคกระดูกพรุนหรอก ฉันกินแคลเซี่ยมทุกวัน ไม่เป็นโรคกระดูกพรุนหรอก ฉันทำงานบ้านทั้งวัน เท่ากับออกกำลังกายแล้ว มันเป็นโรคของผู้หญิงเท่านั้น ฉันรักษาโรคหายแล้ว ไม่ต้องกินยาอีกแล้ว “ทำให้มาหาหมอเมื่อมีโรคแทรกซ้อน หรือกระดูกหักแล้ว”

ท่านจะรู้ได้อย่างไรว่ามีภาวะกระดูกพรุนเกิดขึ้นแล้ว : 

ท่านจะรู้ได้อย่างไรว่ามีภาวะกระดูกพรุนเกิดขึ้นแล้ว เป็นตะคริวบ่อยๆ ปวดหลัง และชาร้าวลงขา หลังงอ หลังค่อม ทำให้ความสูงลดลง ( ตัวเตี้ยลง ) ถ้าเป็นมากหลังจะงอจนเงยขึ้นไม่ได้ ( หลังชี้ฟ้า หน้าดูดิน ) บาดเจ็บ ล้มเบาๆ กระดูกหักง่ายทั้งที่หลังและสะโพก “ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ จนกว่าเกิดกระดูกหลัง หรือสโพกหัก จึงมาโรงพยาบาล ทำให้เกิดความพิการ หรือเสียชีวิตได้”

Slide 11: 

ประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคกระดูกพรุน

Slide 12: 

กระดูกหลังยุบ-->ปวดหลัง

Slide 13: 

กระดูกหลังยุบหลายข้อ--->หลังค่อม

Slide 14: 

ตัวเตี้ยลงเรื่อยๆ

Slide 15: 

หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน

การวินิจฉัยโรคกระดูกพรุนทำอย่างไร : 

การวินิจฉัยโรคกระดูกพรุนทำอย่างไร ตรวจความหนาแน่นของกระดูก

ตรวจอัลตราซาวน์ที่กระดูกส้นเท้า...ไม่สัมพันธ์กับความหนาแน่นของกระดูกสันหลัง : 

ตรวจอัลตราซาวน์ที่กระดูกส้นเท้า...ไม่สัมพันธ์กับความหนาแน่นของกระดูกสันหลัง

ใครสมควรได้รับการตรวจความหาแน่นของกระดูก : 

ใครสมควรได้รับการตรวจความหาแน่นของกระดูก ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่อายุมากกว่า 65 ปี ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนอายุน้อยกว่า 65 ปี แต่มีปัจจัยเสี่ยงมากกว่า 1 อย่างขึ้นไป ได้แก่ - มีประวัติคนในครอบครัวกระดูกสะโพกหัก - สูบบุหรี่เป็นประจำ - น้ำหนักตัวต่ำกว่า 57.2 กก. - กินยาสเตอรอยด์มานานกว่า 3 เดือน - เป็นโรคธัยรอยด์เป็นพิษอย่างรุนแรง ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนอายุ 45 ปีขึ้นไป ที่มีกระดูกหลังหรือสะโพกหัก ผู้ายอายุ 70 ปีขึ้นไป / มีปัจจัยเสี่ยง

การรักษาโรคกระดูกพรุนมีวิธีการอย่างไร : 

การรักษาโรคกระดูกพรุนมีวิธีการอย่างไร ต้องปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาแนวทางการรักษาที่เหมะสมแต่ละราย การรักษา “ทั้งใช้ยา และ ไม่ใช้ยา” ร่วมกันจึงจะได้ผลดี

ยาที่ใช้รักษาโรคมีอะไรบ้าง : 

ยาที่ใช้รักษาโรคมีอะไรบ้าง ยาลดการสลายกระดูก - กินวันละ 1 เม็ด - กินสัปดาห์ละ 1 เม็ด - กินเดือนละ 1 เม็ด - ฉีดเข้าหลอดเลือดดำปีละ 1 ครั้ง ยาเสริมสร้างกระดูก - ฉีดเข้าใต้ผิวหนังวันละ 1 ครั้งนาน 6-18 เดือน แคลเซี่ยม + วิตามินดี ยาอื่นๆ เช่น ยาพ่นจมูก ฮอร์โมน ฯ

การรักษาโรคกระดูกพรุนโดยไม่ใช้ยา : 

การรักษาโรคกระดูกพรุนโดยไม่ใช้ยา ลดปัจจัยเสี่ยงให้มากที่สุด กินอาหารที่อุดมด้วยแคลเซี่ยม และวิตามินดี เสริมแคลเซี่ยม และวิตามินดีในกรณีย์กินไม่พอ ออกกำลังกายที่มีแรงกดต่อกระดูกหลัง เช่น วิ่ง เดิน บริหารกล้ามเนื้อลำตัว และแขน ขา ให้แข็งแรงมั่นคง ป้องกันหกล้ม กระดูกหลัง และสะโพกหัก

ร่างกายคนเราต้องการแคลเซี่ยมวันละเท่าไร : 

ร่างกายคนเราต้องการแคลเซี่ยมวันละเท่าไร สถานภาพและอายุ ปริมาณแคลเซี่ยม มก/วัน เด็ก 1-10 ปี 800-1,000 วัยหนุ่มสาว ( 11-25 ปี ) 1,200 สตรีก่อนหมดประจำเดือน 1,000 สตรีหลังหมดประจำเดือน-วัยชรา 1,500 สตรีระยะตั้งครรภ์ 1,200-1,500 สตรีระยะให้นมบุตร 1,200-1,500 ระยะที่มีกระดูกหัก 1,500

อาหารอะไรที่อุดมด้วยแคลเซี่ยม : 

อาหารอะไรที่อุดมด้วยแคลเซี่ยม ชนิดของอาหาร ( 100 กรัม ) ปริมาณแคลเซี่ยม มก/วัน นมจืด 200 ซีซี 200 โยเกิร์ต 150 ซีซี 150 เต้าหู้ขาวอ่อน 250 เต้าหู้เหลือง 160 ถั่วเหลืองดิบ 245 ยอดแค 395 ผักกะเฉด 387 คะน้า 245 กุ้งแห้งเล็ก 2,305 ปลาร้าผง 2,392 ปลาเล็กปลาน้อย 1.913 กะปิ 1,565

กินแคลเซี่ยมอย่างไรให้ได้ผลดี : 

กินแคลเซี่ยมอย่างไรให้ได้ผลดี 1. คำนวณขนาดของยาให้พอเพียง ในคนที่ขาดแคลเซี่ยม 2. ควรเคี้ยวหรือบดให้ละเอียดก่อนกิน 3. ให้กินยาแคลเซี่ยมพร้อมกับอาหาร 4. ถ้ามีกรดในกระเพาะน้อย ให้เลือกกินแคลเซี่ยมชนิดฟู่ในน้ำ 5. ในคนที่ขาดวิตามินดี ควรให้กินวิตามินดีเสริมเพื่อช่วยดูดชึมยา

แนวทางป้องกันโรคกระดูกพรุนทำอ่างไร : 

แนวทางป้องกันโรคกระดูกพรุนทำอ่างไร 1. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ให้เหมาะสมกับวัยและสุขภาพ 2. งดการดื่มสุรา กาแฟ และงดสูบบุหรี่ 3. งดกินยาประเภทสเตอรอยด์ ฯ 4. ลดปริมาณอาหารประเภทเนื้อสัตว์ 5. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็ม 6. กินอาหารที่มีแคลเซี่ยมสูง เช่น นม ปลาเล็กปลาน้อย กุ้งแห้ง อาหารทะเล และผักใบเขียว ฯ

Slide 26: 

เดินและวิ่งดีที่สุด

Slide 27: 

กินอาหารที่อุดมด้วยแคลเซี่ยม

Slide 28: 

ถูกแสงแดดและกินอาหารอุดมด้วยวิตามินดี

Slide 29: 

งดดื่มสุรา และกาแฟ

Slide 30: 

งดสูบบุหรี่

วัตถุประสงค์การรักษาและการป้องกันโรคกระดูกพรุน : 

วัตถุประสงค์การรักษาและการป้องกันโรคกระดูกพรุน มีจุดมุ่งหมายเพื่อ “เพิ่มความแข็งแรงของกระดูก และลดความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหัก”

การบริหารร่างกายให้กล้ามเนื้อแข็งแรง : 

การบริหารร่างกายให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ยืนชิดกำแพง ให้ส้นเท้า ก้น ไหล่ ศีรษะ ชิดกำแพง ก้าวเดินไปข้างหน้า และถอยหลัง โดยตัวตรงอยู่ในท่าเดิม

กายบริหารกล้ามเนื้อขาและแขนในท่ายืน : 

กายบริหารกล้ามเนื้อขาและแขนในท่ายืน

กายบริหารกล้ามเนื้อลำตัวในท่ายืน : 

กายบริหารกล้ามเนื้อลำตัวในท่ายืน

กายบริหารกล้ามเนื้อหลังในท่านั่ง : 

กายบริหารกล้ามเนื้อหลังในท่านั่ง

กายบริหารกล้ามเนื้อเอวในท่านั่ง : 

กายบริหารกล้ามเนื้อเอวในท่านั่ง

กายบริหารกล้ามเนื้อทรวงอกเพื่อขยายปอด : 

กายบริหารกล้ามเนื้อทรวงอกเพื่อขยายปอด

กายบริหารกล้ามเนื้อคอ : 

กายบริหารกล้ามเนื้อคอ

การบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องและหลังในท่านอน : 

การบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องและหลังในท่านอน

การบริหารกล้ามเนื้อหลังลัสะโพกในท่านอน : 

การบริหารกล้ามเนื้อหลังลัสะโพกในท่านอน

การบริหารกล้ามเนื้อต้นขาและสะโพกในท่านอน : 

การบริหารกล้ามเนื้อต้นขาและสะโพกในท่านอน

การบริหารกล้ามเนื้อรอบเข่าและแขนในท่านอน : 

การบริหารกล้ามเนื้อรอบเข่าและแขนในท่านอน

การบริหารเพื่อฝึกการทรงตัว : 

การบริหารเพื่อฝึกการทรงตัว

การบริหารเพื่อฝึกการทรงตัว : 

การบริหารเพื่อฝึกการทรงตัว

การบริหารเพื่อฝึกการทรงตัว : 

การบริหารเพื่อฝึกการทรงตัว

การบริหารเพื่อฝึกการทรงตัว : 

การบริหารเพื่อฝึกการทรงตัว

การบริหารเพื่อฝึกการทรงตัว : 

การบริหารเพื่อฝึกการทรงตัว

การบริหารเพื่อฝึกการทรงตัว : 

การบริหารเพื่อฝึกการทรงตัว

การลดความเสี่ยงการเกิดกระดูกหัก : 

การลดความเสี่ยงการเกิดกระดูกหัก “ลดอุบัติเหตุการหกล้มภายในบ้าน” โดย : พื้นบ้าน : อย่าตั้งโต๊ะ เก้าอี้ พาดสายโทรศัพท์ เพราะจะเดินสะดุด : พื้นบ้านอย่าเล่นระดับ ปูหินอ่อน ปูพรม จะลื่นล้ม ห้องน้ำ : ติดตั้งราวจับที่ผนัง และปูยางกันลื่นที่พื้นบริเวณอาบน้ำ แสงสว่าง : สว่างเพียงพอที่บันได และห้องโถง ทางเดิน ต้องเปิดไฟทุกครั้งตอนกลางคืนเมื่อลุกเข้าห้องน้ำ บันได : พื้นบันไดไม่ลื่น มีราวจับมั่นคง และแสงสว่างเพียงพอ ห้องครัว : วางยางกันลื่นใกล้อ่างน้ำ และเช็ดพื้นให้แห้งทันที่เปียกน้ำ ข้อควรระวังอื่นๆ : สวมรองเท้าที่พื้นไม่ลื่น ระวังยากินแล้วมึนงง ง่วง

กล่าวโดยสรุป : 

กล่าวโดยสรุป โรคกระดูกพรุนเป็นภัยเงียบ ที่ทำให้คุณภาพชีวิตลดลง โรคกระดูกพรุนสามารถป้องกัน และรักษาได้ ต้องติดตามการรักษาทั้งใช้ยา และไม่ใช้ยาตลอดชีวิต การลดปัจจัยเสี่ยงทุกอย่างมีประโยชน์อย่างยิ่ง กินอาหารที่อุดมด้วยแคลเซี่ยม และวิตามินดีให้ได้ทุกวัน การออกกำลังกาย และการบริหารร่างกายเป็นประจำ สำคัญอย่างยิ่ง ป้องกันการหกล้มสุดชีวิตที่ทำให้กระดูกหัก เพราะเป็นต้นเหตุ ความพิการและการเสียชีวิตตามมา

Slide 51: 

สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำด้วยตัวเอง

Slide 52: 

สวัสดี