บทที่ 2 องค์ประกอบคอมฯ

Views:
 
Category: Education
     
 

Presentation Description

No description available.

Comments

Presentation Transcript

องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์:

องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ นำเสนอโดย กลุ่มที่ 2

รายชื่อสมาชิกกลุ่มที่ 2:

รายชื่อสมาชิกกลุ่มที่ 2 นางสาว นิตยา แหล่ง ชอบฤกษณ์ รหัส นักศึกษา 55243269043 นางสาว สุประภา นัย ทอง รหัส นักศึกษา 55243269112 นาย สุรชัย ตุ่ม ไทย รหัส นักศึกษา 55234269089 นาย สิทธิชัย ทอน สระน้อย รหัส นักศึกษา 55243269086 นาย มานิต มุกดา สนิท รหัส นักศึกษา 55243269063 นาย โอภาส สนอง รหัส นักศึกษา 55243269099

หัวข้อการนำเสนอ:

หัวข้อการนำเสนอ ความหมาย และองค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ หน้าที่ของอุปกรณ์ต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ ประเภทของซอฟต์แวร์ ความแตกต่างระหว่างข้อมูลกับสารสนเทศ ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์

1.ความหมาย และองค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์:

ความหมาย คอมพิวเตอร์ มาจากภาษาละตินว่า Computare ซึ่งหมายถึง การนับ หรือ การคำนวณ พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ให้ความหมายของคอมพิวเตอร์ไว้ว่า "เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ทำหน้าที่เหมือนสมองกล ใช้สำหรับแก้ปัญหาต่างๆ ที่ง่ายและซับซ้อนโดยวิธีทางคณิตศาสตร์ " คอมพิวเตอร์จึงเป็นเครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ทำงานแทนมนุษย์ ในด้านการคิดคำนวณและสามารถจำข้อมูล ทั้งตัวเลขและตัวอักษรได้เพื่อการเรียกใช้งานในครั้งต่อไป คอมพิวเตอร์ยังมีความสามารถ ในด้านต่างๆ อีกมาก อาทิเช่น การเปรียบเทียบทางตรรกศาสตร์ การรับส่งข้อมูล การจัดเก็บข้อมูลในตัวเครื่องและสามารถประมวลผลจากข้อมูลต่างๆ ได้ 1 . ความหมาย และองค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์

1.ความหมาย และองค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์( ต่อ ):

องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ 1 . ความหมาย และองค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ ( ต่อ ) ระบบคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 5 ส่วนด้วยกัน คือ

1.ความหมาย และองค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์( ต่อ ):

ฮาร์ดแวร์ ( Hardware) ซอฟต์แวร์ ( Software) บุคลากร ( People ware) ข้อมูล และสารสนเทศ ( Data / Information) 5. กระบวนการ ทำงาน (Procedure) 1 . ความหมาย และองค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ ( ต่อ ) ระบบคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 5 ส่วนด้วยกัน คือ

2.หน้าที่ของอุปกรณ์ต่างๆ ของคอมพิวเตอร์:

ซีพียู ( CPU) เมนบอร์ด ( Main board ) ฮาร์ดดิสก์ ( Hard disk ) แรม ( RAM) เครื่องจานแม่เหล็ก ( disk drive ) CD Drive เพาเวอร์ ซัพพลาย ( Power Supply) 2.หน้าที่ของอุปกรณ์ต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ของ คอมพิวเตอร์ที่สำคัญประกอบด้วย 7 ส่วนด้วยกัน คือ

2.หน้าที่ของอุปกรณ์ต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ (ต่อ):

หน้าที่ของ ซีพียู ( CPU ) ซีพียู หรือหน่วยประมวลผลกลาง เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า โปรเซสเซอร์ ( Processor) หรือ ชิพ ( chip) นับเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญมากที่สุดของฮาร์ดแวร์ เพราะมีหน้าที่ในการประมวลผลจากข้อมูลที่ผู้ใช้ป้อน เข้ามาทางอุปกรณ์นำเข้าข้อมูลตามชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่ผู้ใช้ต้องการใช้งาน หน่วยประมวลผลกลาง ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 ส่วน คือ หน่วย คำนวณและตรรกะ ( Arithmetic & Logical Unit: ALU ) หน่วยควบคุม ( Control Unit ) หน่วยความจำหลัก ( Main Memory) 2.หน้าที่ของอุปกรณ์ต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ (ต่อ)

2.หน้าที่ของอุปกรณ์ต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ (ต่อ):

เมนบอร์ด ( Main board) แผ่นวงจรไฟฟ้าแผ่นใหญ่ที่รวมเอาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญๆมาไว้ด้วยกัน ซึ่งเป็นส่วนที่ควบคุม การทำงานของ อุปกรณ์ต่างๆ ภายในพีชีทั้งหมด มีลักษณะเป็นแผ่น รูปร่างสี่เหลี่ยมแผ่นที่ใหญ่ที่สุดในพีชี ที่จะรวบรวมเอา ชิพและ ไอชี ( IC = Integrated Circuit) รวมทั้ง การ์ดต่อพ่วงอื่นๆ เอาไว้ด้วยกันบนบอร์ดเพียงอันเดียวเครื่องพีชีทุกเครื่องไม่สามารถทำงาน ได้ถ้าขาดเมนบอร์ด 2.หน้าที่ของอุปกรณ์ต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ (ต่อ)

2.หน้าที่ของอุปกรณ์ต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ (ต่อ):

ฮาร์ดดิสก์ ( Hard disk) เป็น อุปกรณ์ที่ใช้ในการเก็บข้อมูลหรือโปรแกรมต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ โดยฮาร์ดดิสก์จะมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมที่มีเปลือกนอก เป็นโลหะแข็ง และมีแผงวงจรสำหรับการควบคุมการทำงานประกบอยู่ที่ด้านล่าง พร้อมกับช่องเสียบสายสัญญาณและสายไฟเลี้ยง ส่วนประกอบภายในจะถูกปิดผนึกไว้อย่างมิดชิด โดยฮาร์ดดิสก์ส่วนใหญ่จะประกอบด้วยแผ่นจานแม่เหล็ก( platters) สองแผ่นหรือมากกว่ามาจัด เรียงอยู่บนแกนเดียวกันเรียก Spindle ทำให้แผ่นแม่เหล็กหมุนไปพร้อม ๆ กัน จากการขับเคลื่อนของมอเตอร์ แต่ละหน้าของแผ่นจานจะมีหัวอ่านเขียนประจำเฉพาะ โดยหัวอ่านเขียนทุกหัวจะเชื่อมติดกันคล้าย หวีสามารถ เคลื่อนเข้าออกระหว่าง แทรกอย่าง รวดเร็ว ซึ่งอินเตอร์เฟสของฮาร์ดดิสก์ที่ใช้ในปัจจุบัน มีอยู่ 3 ชนิดด้วยกัน 2.หน้าที่ของอุปกรณ์ต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ (ต่อ)

2.หน้าที่ของอุปกรณ์ต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ (ต่อ):

แรม ( RAM) RAM ย่อมาจากคำว่า Random-Access Memory เป็นหน่วยความจำหลักแต่ไม่ถาวร ซึ่งจะต้องมีไฟมาหล่อเลี้ยงอุปกรณ์ตลอดในการทำงาน โดยถ้าเกิดไฟฟ้ากระพริบหรือดับ ข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้ในหน่วยความจำจะหายไปทันที 2.หน้าที่ของอุปกรณ์ต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ (ต่อ)

2.หน้าที่ของอุปกรณ์ต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ (ต่อ):

เครื่องจานแม่เหล็ก ( disk drive) เครื่องจานแม่เหล็ก ( disk drive) เป็นเครื่องที่ใช้อ่านและบันทึกข้อมูลบนจานแม่เหล็ก มีหลักการทำงานคล้ายเครื่องเล่นจานเสียงธรรมดาทั่ว ๆ ไป แต่แทนที่จะมีเข็มกลับมีหัวอ่านและหรือหัวบันทึก ( read-write head) คล้ายเครื่องแถบแม่เหล็กที่เคลื่อนที่เข้าออกได้ เครื่องจานแม่เหล็ก มีสองแบบ คือ แบบจานติดอยู่กับเครื่อง ( fixed disk) และแบบยกจานออกเปลี่ยนได้ ( removable disk) 2.หน้าที่ของอุปกรณ์ต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ (ต่อ)

2.หน้าที่ของอุปกรณ์ต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ (ต่อ):

CD Drive ไดรฟ์สำหรับอ่านข้อมูลจากแผ่นซีดีรอม ( CD-RW) ซีดีเพลง ( Audio CD) โฟโต้ซีดี ( Photo CD) วิดีโอซีดี ( Video CD) โดยไดรฟ์ทั้งสามประเภท จะมีความสามารถในการอ่านข้อมูล จากแผ่นซีดีที่กล่าวมาข้างต้นอยู่แล้ว แต่ถ้าหากคุณต้องการบันทึกข้อมูลลงแผ่นซีดีได้ด้วย จะต้องเลือกใช้ไดรฟ์ CD-RW และถ้าต้องการอ่านข้อมูลจากแผ่น DVD ก็ต้องใช้ไดรฟ์ DVD นอกจากนี้ยังมีไดรฟ์อีกแบบหนึ่งที่เรียกว่า Combo Drive คือเป็นไดรฟ์ที่รวมทั้งไดรฟ์ DVD และไดรฟ์ CD-RW อยู่ในไดรฟ์เดียว ทำให้ทั้งดูหนังฟังเพลง บันทึกข้อมูลลงแผ่นซีดีได้เลย ความเร็วของไดรฟ์ซีดีรอมจะเรียกเป็น X เช่น 8X, 40X, 50X ยิ่งมากก็คือยิ่งเร็ว ส่วน CD-RW นั้นจะมีตัวเลขแสดง เช่นเดียวกัน เพียงแต่จะเพิ่มความเร็วในการบันทึกข้อมูลลงแผ่นซีดี เช่น 24/10/40X นั่นคือความเร็วในการบันทึกแผ่น CD-R สูงสุด ความเร็วในการบันทึกข้อมูลลงแผ่น CD-RW และความเร็วในการอ่านข้อมูลจากแผ่นซีดีโปรแกรม หรือซีดี เพลง 2.หน้าที่ของอุปกรณ์ต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ (ต่อ)

2.หน้าที่ของอุปกรณ์ต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ (ต่อ):

พาวเวอร์ซัพพลาย ( Power Supply ) เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับชิ้นส่วนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ซึ่งถ้าคอมพิวเตอร์มีอุปกรณ์ต่อพ่วงเยอะๆ เช่น ฮาร์ดดิสก์ ซีดีรอมไดรฟ์ ดีวีดีไดรฟ์ก็ควรเลือกพาวเวอร์ซัพพลายที่มีจำนวนวัตต์สูง เพื่อให้สามารถ จ่ายกระแสไฟได้เพียงพอ 2.หน้าที่ของอุปกรณ์ต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ (ต่อ)

3.ประเภทของซอฟต์แวร์:

ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีผู้พัฒนาขึ้นเพื่อใช้งานกับคอมพิวเตอร์มีมากมาย ซอฟต์แวร์เหล่านี้อาจได้รับการพัฒนาโดยผู้ใช้งานเอง หรือผู้พัฒนาระบบ หรือผู้ผลิตจำหน่าย หากแบ่งแยกชนิดของซอฟต์แวร์ตามสภาพการทำงาน พอแบ่งแยกซอฟต์แวร์ได้เป็นสองประเภท คือ 1 ซอฟต์แวร์ระบบ ( system software) 2 ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ( application software) 3. ประเภทของซอฟต์แวร์

3.ประเภทของซอฟต์แวร์ ( ต่อ ):

3. ประเภทของซอฟต์แวร์ ( ต่อ ) ซอฟต์แวร์ระบบ คือ ซอฟต์แวร์ คอมพิวเตอร์ ที่ออกแบบขึ้นมาเพื่อปฏิบัติการกับ ฮาร์ดแวร์ คอมพิวเตอร์ และเพื่อจัดเตรียมและบำรุงรักษาแพลตฟอร์มจากการทำงานของ โปรแกรมประยุกต์ ซอฟต์แวร์ระบบพื้นฐานที่สุดมีดังนี้ ไบออส ของคอมพิวเตอร์และ เฟิร์มแวร์ ของอุปกรณ์ ซึ่งมีเครื่องมือพื้นฐานสำหรับปฏิบัติการและควบคุมฮาร์ดแวร์ที่เชื่อมต่อหรือติดตั้งในคอมพิวเตอร์ ระบบปฏิบัติการ (ตัวอย่างที่เด่น ๆ เช่น ไมโครซอฟท์ วินโดวส์ แมคโอเอสเท็น และ ลินุกซ์ ) ซึ่งแบ่งสรรให้ส่วนต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์ทำงานร่วมกันโดยรับภาระงานอาทิ การส่งผ่าน ข้อมูล ระหว่าง หน่วยความจำ กับ จานบันทึก หรือการส่งข้อมูลออกทาง อุปกรณ์แสดงผล และยังมีแพลตฟอร์มเพื่อทำงานซอฟต์แวร์ระบบระดับสูงและโปรแกรมประยุกต์ด้วย

3.ประเภทของซอฟต์แวร์ ( ต่อ ):

3. ประเภทของซอฟต์แวร์ ( ต่อ ) ซอฟต์แวร์ประยุกต์ เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้กับงานด้านต่าง ๆ ตามความต้องการของผู้ใช้ ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้โดยตรง ปัจจุบันมีผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ใช้งานทางด้านต่าง ๆ ออกจำหน่ายมาก การประยุกต์งานคอมพิวเตอร์จึงกว้างขวางและแพร่หลาย เราอาจแบ่งซอฟต์แวร์ประยุกต์ออกเป็นสองกลุ่มคือ ซอฟต์แวร์สำเร็จ และ ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นใช้งานเฉพาะ ซอฟต์แวร์สำเร็จในปัจจุบันมีมากมาย เช่น ซอฟต์แวร์ประมวลคำ ซอฟต์แวร์ตารางทำงาน ฯลฯ

4.ความแตกต่างระหว่างข้อมูลกับสารสนเทศ:

ในการทำงานต่าง ๆ จะต้องมีข้อมูลเกิดขึ้นตลอดเวลา ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานที่ถูกเก็บรวบรวมมาประมวลผล เพื่อให้ได้สารสนเทศที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ ซึ้งในปัจจุบันมีการนำเอาระบบคอมพิวเตอร์มาเป็นข้อมูลในการดัดแปลงข้อมูลให้ได้ประสิทธิภาพโดยแตกต่างๆระหว่าง ข้อมูล และ สารสนเทศ คือ ข้อมูล คือ ได้จากการสำรวจจริง แต่ สารสนเทศ คือ ได้จากข้อมูลไม่ผ่านกระบวนการหนึ่งก่อน สารสนเทศเป็นสิ่งที่ผู้บริหาารนำไปใช้ช่วยในการตัดสินใจ 4 . ความแตกต่างระหว่างข้อมูลกับสารสนเทศ

4.ความแตกต่างระหว่างข้อมูลกับสารสนเทศ (ต่อ):

ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า " ข้อมูล" คือ ข่าวสาร ข้อความรูปภาพ เสียง หรืออะไรต่างๆ ที่อยู่ในหลายๆ รูปแบบ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ยังไม่ได้ผ่านการประมวลผล หรือจัดกลุ่ม เรียบเรียงอะไรทั้งสิ้น ยังไม่สามารถที่จะนำไปใช้งานได้ จะแตกต่างกับ " สารสนเทศ" นั้นคือ สารสนเทศ เป็นข้อมูลที่ได้รับการกลั่นกรอง หรือประมวลผลในรูปแบบหรือกรรมวิธีต่างๆแล้ว เป็นข้อมูลที่สะดวกต่อการใช้งาน ซึ่งถือว่าเป็นข้อมูลที่ดีที่สุด สามารถนำมาอ้างอิง ใช้งานได้เลย 4 . ความแตกต่างระหว่างข้อมูลกับสารสนเทศ (ต่อ)

5.ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์:

ส่วนประกอบที่สำคัญของระบบสารสนเทศมี 5 ส่วนคือ 1. ฮาร์ดแวร์(เครื่องจักรอุปกรณ์) 2. ซอฟต์แวร์ 3. ข้อมูล 4. บุคลากร 5.ขั้นตอนการปฏิบัติงาน 5 . ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์

5.ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ (ต่อ):

บุคลากร เป็น ส่วนประกอบที่สำคัญอย่างมาก เพราะบุคลากรที่มีความรู้ เป็นผู้ดำเนินการในการทำงานทั้งหมด บุคลากรจึงต้องมีความรู้ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 5 . ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ (ต่อ)

5.ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ (ต่อ):

เครื่องคอมพิวเตอร์(ฮาร์ดแวร์) เป็น เครื่องมือที่ช่วยในการจัดการสารสนเทศที่สำคัญอย่างยิ่ง คอมพิวเตอร์ช่วยประมวลผลข้อมูล ทำการคัดเลือก การคำนวณ หรือพิมพ์รายงาน ผลตามที่ต้องการ คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ทำงานได้รวดเร็ว มีความแม่นยำในการทำงาน ลดข้อผิดพลาด และทำงานได้อย่างต่อเนื่อง คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่าง ๆ จึงเป็นองค์ประกอบหนึ่งของระบบสารสนเทศที่สำคัญและขาดไม่ได้ 5 . ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ (ต่อ)

5.ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ (ต่อ):

ขั้นตอนการปฏิบัติ เป็น ระเบียบวิธีการปฏิบัติงานในการจัดเก็บรักษาข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่จะทำให้ เป็นสารสนเทศได้ เช่น กำหนดให้ มีการป้อนข้อมูลทุกวัน ป้อนข้อมูลให้ทันตามกำหนดเวลา มีการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องอยู่เสมอ กำหนดเวลาในการประมวลผล การทำรายงาน การดำเนินการ ต่าง ๆ ต้องมีขั้นตอน หากขั้นตอนใดมีปัญหาระบบก็จะมีปัญหาด้วย เพราะทุกขั้นตอนมีผลต่อระบบสารสนเทศ 5 . ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ (ต่อ)

5.ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ (ต่อ):

ซอฟต์แวร์ คือ ลำดับขั้นตอนคำสั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ ทำงานตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ หรือหมายถึงชุดคำสั่งที่เรียง เป็นลำดับขั้นตอนสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานตามต้องการ และประมวลผลเพื่อให้ได้สารสนเทศที่ต้องการ ดังนั้นซอฟต์แวร์จะมีความสัมพันธ์กับคอมพิวเตอร์และการประมวลผลข้อมูล 5 . ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ (ต่อ)

5.ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ (ต่อ):

ข้อมูล เป็นวัตถุดิบเริ่มต้นที่ทำให้เกิดสารสนเทศได้โดยการผ่านขั้นตอนต่างๆผ่านการ ประมวลผลจากคอมพิวเตอร์ ข้อมูลที่เป็นวัตถุดิบจะต่างกันขึ้นอยู่กับแหล่งข้อมูล และขึ้นกับสารสนเทศที่ต้องการ ข้อมูลจึงเป็นสิ่งที่สำคัญประการหนึ่งที่มีบทบาทต่อการให้เกิด สารสนเทศ 5 . ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ (ต่อ)

5.ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ (ต่อ):

สรุป ทุกส่วนในองค์ประกอบนี้มีความสัมพันธ์กันคือ ถ้าขาดองค์ประกอบอย่างใดอย่างหนึ่งไปก็จะทำให้ ระบบนั้นก็จะไม่สามารถทำงานได้ หรือว่าถ้าหากระบบนั้นเกิดข้อผิดพลาดก็จะทำงานนั้นล่าช้าออกไปอีก ดังนั้นระบบจึงมีความสัมพันธ์กันคือ การมีฮาร์ดแวร์หรือเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อให้ได้มีข้อมูลเพื่อที่จะเข้าไปประมวลผล โดยบุคลากรนั้นเป็นผู้ปฏิบัติงานและอยู่ในขั้นตอนการปฏิบัติคือ ป้อนข้อมูลให้ทันเวลาโดยใช้ซอฟแวร์ประมวลข้อมูลเพื่อให้ออกมาเป็นสารสนเทศ 5 . ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ (ต่อ)

PowerPoint Presentation:

THANK YOU SO MUCH