นิติปรัชญา

Views:
 
Category: Entertainment
     
 

Presentation Description

ร.ต.อ.ธีรเชษฐ์ พงศ์อภิศักดิ์

Comments

Presentation Transcript

PowerPoint Presentation: 

นิติปรัชญา LA 407 (LW 201)

PowerPoint Presentation: 

นิติปรัชญา พื้นฐานทางปรัชญา มุมมองทางปรัชญาทั่วไป การศึกษานิติศาสตร์ การศึกษานิติปรัชญา ความสำคัญและความเชื่อมโยงกันในการศึกษา ปรัชญากับกฎหมาย

PowerPoint Presentation: 

ความหมายของปรัชญา Philosophy มาจาก Philosophia Philo = love Sophia = wisdom Philosophy = love of wisdom รักความรู้ รักที่จะมีความรู้ ความรักในปรีชาญาณ

PowerPoint Presentation: 

ความหมายของปรัชญา พจนานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน แปลว่า วิชาว่าด้วยหลักแห่งความรู้และหลักแห่งความจริง เป็นคำสันกฤต ซึ่งตรงกับคำบาลี “ ปัญญา ” ความหมายเดิมของคำนี้คือ ความรู้แจ้ง , ความรอบรู้ , ความสุขุม , ความฉลาด

PowerPoint Presentation: 

ความหมายของปรัชญา ปรัชญา มาจากคำสันสกฤตคำว่า “ ปร (อุปสรรค) ” แปลว่า รอบ , ประเสริฐ กับคำว่า “ ชญา ” แปลว่า รู้ , เข้าใจ ปรัชญา จึงมีความหมายว่า - ความรู้รอบโดยทั่ว - ความรู้อย่างแท้จริง - ความรู้อันประเสริฐ

PowerPoint Presentation: 

ความหมายของปรัชญา โสกราตีส ปรัชญา คือ ความรักในความรู้ เพลโต นักปรัชญา คือ คนที่ศึกษาถึงธรรมชาติที่แท้จริงของสิ่งทั้งหลาย ปรัชญามีเป้าหมายเพื่อเข้าถึงความรู้ที่แท้จริง เป็นนิรันดร์ อริสโตเติ้ล ปรัชญา คือ ทฤษฎีความรู้ หรือทฤษฎีคุณค่า ปรัชญาคือ ศาสตร์ซึ่งค้นหาถึงธรรมชาติของสิ่งที่มีเป็นอยู่ด้วยตนเอง และคุณสมบัติตามธรรมชาติของสิ่งนั้นด้วย

PowerPoint Presentation: 

อริสโตเติ้ล “มนุษย์เป็นสัตว์รู้คิด” ( Man is a thinking animal) แบ่งวิญญาณของมนุษย์ออกเป็น 2 ส่วน - ส่วนที่มีเหตุผล - ส่วนที่ไร้เหตุผล ค้านท์ ปรัชญา คือ ศาสตร์แห่งความรู้และการวิพากษ์วิจารณ์ความรู้

PowerPoint Presentation: 

มูลเหตุสำคัญของปรัชญา คือ ความคิด ปรัชญาจึงเกิดจากความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ และเป็นความพยายามที่จะหาคำตอบของปัญหา เกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งที่เกิดขึ้นต่างๆ

PowerPoint Presentation: 

ปรัชญา เป็นเรื่องของการคิดอย่างมีเหตุผลและเป็นระบบ การศึกษาปรัชญา ทำให้สามารถมองเห็นปัญหาและคำตอบ ที่ คนทั่วไปมองไม่เห็น การเรียนรู้ปรัชญา ไม่ใช่เพื่อตัดสินว่าลัทธิความเชื่อใดถูกต้อง หรือผิดพลาด แต่การเรียนรู้ปรัชญาทำให้ผู้เรียนเข้าใจ ว่า แต่ละลัทธิมีเหตุผล ของตนอย่างไร ผู้เรียนจะเชื่อตามหรือไม่ ไม่สำคัญ แต่ผู้เรียนต้องรู้จักใช้ ความคิด

PowerPoint Presentation: 

ปรัชญามีลักษณะ 3 ประการ ปรัชญามีลักษณะวิพากษ์ ปัญหาปรัชญาเป็นปัญหาพื้นฐาน ปรัชญาแสวงหาโลกทัศน์

PowerPoint Presentation: 

ขอบข่ายของปรัชญา อภิปรัชญา ( Metaphysics) ญาณวิทยาหรือทฤษฎีความรู้ ( Epistemology of Theory of Knowledge) จริยศาสตร์ หรือจริยปรัชญา ( Ethics or Ethical Philosophy)

PowerPoint Presentation: 

ขอบข่ายของปรัชญา ตรรกวิทยา หรือตรรกศาสตร์ (Logic) สุนทรียศาสตร์ (Aesthetics)

PowerPoint Presentation: 

ประเภทของปรัชญา ปรัชญาบริสุทธิ์ ( Pure Philosophy) อภิปรัชญา ญาณวิทยา จริยศาสตร์ ตรรกวิทยา สุนทรียศาสตร์ ปรัชญาประยุกต์ ( Applied Philosophy) ปรัชญา ศาสนา ปรัชญาคณิตศาสตร์ ปรัชญาวิทยาศาสตร์ ปรัชญาสังคม ปรัชญาจิต ปรัชญาศิลปะ

PowerPoint Presentation: 

สรุป - การเรียนปรัชญามีจุดมุ่งหมายเพื่อรู้ปัญหาที่ยังเป็น ปัญหา และรู้คำตอบทุกคำตอบที่เป็นไปได้ - คำตอบที่พอจะเป็นไปได้ต้องเป็นคำตอบที่มีเหตุผล สนับสนุนให้เห็นว่าเป็นไปได้

PowerPoint Presentation: 

สรุป - ในการตัดสินว่าปัญหาใดเป็นปัญหาในทางปรัชญา หรือไม่ ต้องดูว่าคนทั่วไปเห็นเหมือนกันหรือไม่ ถ้า เหมือนกันก็ไม่เป็นปัญหาในทางปรัชญา เช่น ถามว่า ความยุติธรรมมีอยู่จริงหรือไม่ , กฎหมายเป็นธรรมหรือไม่เป็นปัญหาในทางปรัชญา

PowerPoint Presentation: 

สรุป - คำตอบของปรัชญาเป็นเพียงคำตอบที่เป็นไปได้ เท่าที่ จะสามารถหาคำตอบได้ด้วยเหตุผลหากคำตอบใดเป็นที่ ยุติแล้ว เรื่องนั้นจะไม่ใช่ปรัชญาอีก แต่จะกลายเป็น ศาสตร์อื่นที่ต้องศึกษากันต่อไป

PowerPoint Presentation: 

ความรู้ทั่วไปกับความคิดทางวิชาการและศาสตร์ต่างๆ ความรู้ทั่วไปแตกต่างจากความรู้ที่เป็นศาสตร์ 1. ความรู้ที่เป็นวิชาการเป็นการนำความรู้ทั่วไปที่เป็น นามธรรมมาจัดระบบจนเป็นหลักการ 2. ความรู้ทางวิชาการมีลักษณะเป็นระบบระเบียบ ไม่ ขัดแย้งกัน แยกแยะได้เป็นหมวดหมู่

PowerPoint Presentation: 

ความรู้ทั่วไปกับความคิดทางวิชาการและศาสตร์ต่างๆ 3. ความรู้ทางวิชาการเป็นความรู้ที่มีเหตุผลสามารถเข้าใจ ได้ด้วยปัญญา 4. ความรู้ทางวิชาการเป็นความรู้ที่มีวิธีการคิดที่แน่นอน มีวิธีในการค้นคว้าที่อาจจะแยกแยะ วิเคราะห์ สังเคราะห์เปรียบเทียบ ทดลอง พิสูจน์

PowerPoint Presentation: 

การแบ่งหมวดหมู่ของศาสตร์ Wilhelm Wundt นักคิดชาวเยอรมัน แบ่งวิชาการหรือศาสตร์ เป็น 2 ประเภท ศาสตร์เฉพาะ ( Particular Science) ศาสตร์สากล ( Universal Science) หรือ ปรัชญา ( Philosophy)

PowerPoint Presentation: 

ศาสตร์เฉพาะ (Particular Science) คือ วิชาที่นำเอาปรากฏการณ์ประเภทใดประเภทหนึ่งมา ศึกษา ได้แก่ ปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ และ ปรากฎการณ์ทางวัฒนธรรม

PowerPoint Presentation: 

ปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรม Cultural Science หรือ Moral Science สังคมศาสตร์ ( Sociological) มนุษยศาสตร์ ( Humanities)

PowerPoint Presentation: 

วิชานิติศาสตร์โดยแท้ เป็นวิชาที่ศึกษากฎหมายในฐานะที่เป็นแบบ แผน (norm) เพื่อพิจารณาว่าความประพฤติของคนในสังคม ถูกหรือผิดอย่างไร ไม่ได้ศึกษาข้อเท็จจริงในสังคมโดยการสังเกต ทดลอง ค้นหากฎแห่งเหตุและผลว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร

PowerPoint Presentation: 

ความรู้ Particular Science ศาสตร์เฉพาะ Universal Science ศาสตร์สากล วิทยาศาสตร์ ศาสตร์ ทางวัฒนธรรม ปรัชญา เฉพาะ ปรัชญา โดยแท้ มนษยศาสตร์ Humanities สังคมศาสตร์ Social Science นิติศาสตร์โดยแท้ Legal Science Proper อภิปรัชญา ญาณปรัชญา จริยปรัชญา สุนทรียศาสตร์

PowerPoint Presentation: 

วิชานิติศาสตร์ นิติศาสตร์ในแง่แบบแผน (Legal Science of Norms) นิติศาสตร์ในแง่ข้อเท็จจริง (Legal Science of Facts) นิติศาสตร์ในแง่คุณค่า (Legal Science of Values)

PowerPoint Presentation: 

นิติศาสตร์ในแง่แบบแผน (Legal Science of Norms) เป็นวิชานิติศาสตร์โดยแท้ แบ่งเป็น 2 ส่วน 1. เนื้อหาของกฎหมาย (Legal Content) 2. นิติวิธี ( Juristic Method) วิชานิติศาสตร์โดยแท้ แบ่งขอบเขตการศึกษาเป็น 2 ประเภท 1. นิติศาสตร์ทั่วไป 2. นิติศาสตร์เฉพาะ

PowerPoint Presentation: 

นิติศาสตร์ในแง่ข้อเท็จจริง (Legal Science of Facts) เป็นการศึกษาค้นคว้าทางกฎหมายในฐานะที่กฎหมายเป็นข้อเท็จจริงในประวัติศาสตร์ ได้แก่ 1. วิชาประวัติศาสตร์กฎหมาย (History of Law) - ประวัติศาสตร์หลักกฎหมาย - ประวัติศาสตร์กฎหมายสากล

PowerPoint Presentation: 

นิติศาสตร์ในแง่ข้อเท็จจริง (Legal Science of Facts) 2. สังคมวิทยากฎหมาย (Sociology of Law) - ศึกษาค้นคว้าสภาพความเป็นจริงเกี่ยวกับสังคมในตำนานการ เกิดของกฎหมายในฐานะที่กฎหมายเป็นผู้ผลิตผลของ กระบวนการทางสังคม - การพิเคราะห์อิทธิพลของกฎหมายที่มีต่อสังคมในฐานะที่ เป็นเครื่องมือหรือกลไกอย่างหนึ่งที่ควบคุมพฤติการณ์ของคน ในสังคม

PowerPoint Presentation: 

นิติศาสตร์ในแง่คุณค่า (Legal Science of Values) เป็นการวิจารณ์กฎหมายที่มีอยู่ว่าดีหรือไม่ดี มีผลหรือไม่มีผลตามมาตรฐานของอุดมคติ วิชาที่สำคัญได้แก่ 1. วิชานิติบัญญัติ ( Science of Legislation) - ภาคทั่วไป - ภาคเฉพาะ 2. วิชากฎหมายเปรียบเทียบ (Comparative Law)

PowerPoint Presentation: 

วิชานิติศาสตร์ พิจารณาตามแง่มุมของการศึกษา นิติศาสตร์ ในแง่แบบแผน Legal Science of Norms นิติศาสตร์ ในแง่ข้อเท็จจริง Legal Science of Facts นิติศาสตร์ ในแง่คุณค่า Legal Science of Value วิชากฎหมายแพ่ง วิชากฎหมายอาญา วิชากฎหมายปกครอง ฯลฯ วิชาประวัติศาสตร์กฎหมาย วิชาสังคมวิทยากฎหมาย วิชากฎหมายเปรียบเทียบ วิชานิติบัญญัติ

PowerPoint Presentation: 

“หนึ่งเดียวที่ข้าพเจ้ารู้ก็คือ ข้าพเจ้าไม่รู้อะไรเลย” “ความใฝ่รู้เป็นอารมณ์ของนักปรัชญา ปรัชญาเริ่มต้นที่ความใฝ่รู้” โสกรา ตีส

PowerPoint Presentation: 

“ทุกสิ่งทุกอย่างเลื่อนไหลไปเป็นกระแส” “ท่านไม่สามารถก้าวลงในแม่น้ำสายเดียวกันได้ถึงสองครั้ง เพราะน้ำใหม่ไหลมาที่ตัวเราตลอดเวลา” “ไม่มีอะไรเที่ยงแท้นอกจากความเปลี่ยนแปลง” “ทุกสิ่งกลายเป็นสิ่งเดียว และสิ่งเดียวกลายเป็นทุกสิ่ง” เฮราคลี ตุส

PowerPoint Presentation: 

วิชานิติปรัชญา (Philosophy of Law) การศึกษาตรึกตรองเกี่ยวกับกฎหมายในลักษณะทั้งมวล (As a Whole) เป็นการตรึกตรองทางนามธรรมชั้นสูง นิติปรัชญาไม่ได้ศึกษากฎหมายเฉพาะเรื่องเหมือนนิติศาสตร์โดยแท้ แต่นิติปรัชญาจะศึกษาปัญหาเจาะลึกถึงรากฐานว่า “กฎหมายแท้ๆ คืออะไร” ในระดับความคิดบริสุทธิ์ชั้นสูง เป็นการคิดกฎหมายอย่างปรัชญา ( to think of law philosophy)

PowerPoint Presentation: 

การศึกษานิติปรัชญา Prof.James Barr Ames : ในมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก โดยมากเขาไม่ได้สอนกันแต่เฉพาะความรู้กฎหมายคือ Knowledge of Law แต่เพียงอย่างเดียว แต่จะต้องสอนให้ซึมซาบเข้าไปในใจของนักศึกษาถึง “ The Spirit of the Law” ซึ่งแปลว่าดวงจิตและวิญญาณของกฎหมาย

PowerPoint Presentation: 

การศึกษานิติปรัชญา 1. การศึกษานิติปรัชญาในแง่อภิปรัชญากฎหมายหรือทฤษฎีความเป็นกฎหมาย 2. การศึกษานิติปรัชญาในแง่ญาณปรัชญากฎหมายหรือทฤษฎีความรู้กฎหมาย 3. การศึกษานิติปรัชญาในแง่จริยปรัชญากฎหมายหรือทฤษฎีความยุติธรรม

PowerPoint Presentation: 

การศึกษานิติปรัชญาในแง่อภิปรัชญากฎหมาย การศึกษากฎหมายทั้งมวล ในระดับความคิดบริสุทธิ์ ศึกษาอย่างถึงแก่น จัดสานความรู้อย่างมีระบบเชื่อมโยงกันตลอดใช้หลักเหตุผลโดยพิเคราะห์จากตัวกฎหมาย

PowerPoint Presentation: 

กฎหมายแท้จริงคืออะไร ตอบ กฎหมายเป็นคำสั่ง ตอบ เป็นแบบแผน คำถามเชิงอภิปรัชญากฎหมาย แก่นแท้ของกฎหมายคืออะไร สารัตถะของกฎหมายคืออะไร

PowerPoint Presentation: 

การศึกษานิติปรัชญาในแง่ญาณปรัชญากฎหมาย ศึกษาว่าจะรู้กฎหมายได้อย่างไร ใครเป็นผู้กำหนดกฎหมาย กฎหมายมีขอบเขตอย่างไร มีวิธีการอย่างไร เป็นปัญหา Theory of Legal Science Theory of Legal Reasoning Theory of Legal Methodology

PowerPoint Presentation: 

การศึกษานิติปรัชญาในแง่จริยปรัชญากฎหมาย ศึกษาว่ากฎหมายดีหรือไม่ดี ประเมินได้อย่างไร มีภารกิจอย่างไร กฎหมายยุติธรรมหรือไม่ยุติธรรม กฎหมายกับความยุติธรรมสัมพันธ์กันอย่างไร ความยุติธรรมคืออะไร เป็นการศึกษาปัญหาเรื่องคุณค่าของกฎหมาย

PowerPoint Presentation: 

ขอบเขตของวิชานิติปรัชญา ในยุโรปแบ่งเป็น 2 ภาค 1. ภาคประวัติศาสตร์ 2. ภาคระบบ - ภาคทั่วไป - ภาคเฉพาะ ภาคประวัติศาสตร์ ศึกษาประวัติความคิดทางนิติปรัชญา เพื่อเป็นพื้นฐาน และสะท้อนถึงวิวัฒนาการประวัติศาสตร์ของทฤษฎีกฎหมายในสำนักความคิดต่างๆ ตามยุคและขั้นตอนของประวัติศาสตร์

PowerPoint Presentation: 

นิติปรัชญาภาคทั่วไป ศึกษารากฐานทางทฤษฎีทั่วๆไปของกฎหมาย เกี่ยวกับปัญหารากฐานสำคัญ 3 ประการคือ ปัญหาว่ากฎหมายคืออะไร ปัญหาเกี่ยวกับวิชานิติศาสตร์และตรรกวิทยากฎหมาย ได้แก่ วิชานิติศาสตร์คืออะไร มีขอบเขตอย่างไร มีวิธีการอย่างไร ปัญหาเรื่องคุณค่าของกฎหมาย เช่น กฎหมายดีหรือไม่ดี ประเมินอย่างไรกฎหมายมีภารกิจอย่างไร

PowerPoint Presentation: 

ปรัชญาโดยแท้ Pure Philosophy อภิปรัชญา Metaphysics Theory of Nature ญาณปรัชญา Epistemology Theory of Mind จริยปรัชญา Ethics Social Philosophy สุนทรียปรัชญา Aesthetics Theory of Art Theory of Law Theory of Legal Science Theory of Justice Philosophy of Law นิติปรัชญา

PowerPoint Presentation: 

ทฤษฎีกฎหมายต่างๆ และความแตกต่างกันในด้านลัทธิความเชื่อ 1. เกิดมีสำนักกฎหมายขึ้นมากมายในทุกๆ ภาคของวิชานิติศาสตร์ ภาคจริยศาสตร์ มีสำนักที่สำคัญได้แก่ ;  สำนักกฎหมาย ธรรมชาติ ( Social of Natural Law)  ลัทธิ อรรถประโยชน์ (Utilitarianism) ผู้นำลัทธิคือ Jeremy Bentham, Rudolf Von Ihering, Roscoe Pound

PowerPoint Presentation: 

ภาคอำนาจบังคับ มีสำนักที่สำคัญได้แก่ ;  สำนักกฎหมาย ธรรมชาติ ( Social of Natural Law)  ทฤษฎีอธิปไตย (The Theory of Sovereignty) โดย Jean Bodin  ทฤษฎีจารีตประเพณี โดย Savigny เจ้าสำนัก ประวัติศาสตร์ ( Historical School)

PowerPoint Presentation: 

ภาคนิติวิธี มีสำนักที่สำคัญได้แก่ ;  Scholasticism วิวัฒนาการกฎหมายต้องไม่ทิ้ง ร่องลอยเดิม  Neo-Scholasticism ยอมให้นักนิติศาสตร์สร้าง หลักกฎหมายใหม่ๆ เมื่อกฎหมายมีช่องว่าง  Free law theory ทฤษฎีกฎหมายอิสระ ให้ เสรีภาพนักนิติศาสตร์ในวิวัฒนาการกฎหมาย ใหม่ๆ

PowerPoint Presentation: 

ทฤษฎีกฎหมายต่างๆ และความแตกต่างกันในด้านลัทธิความเชื่อ 2. ทำให้เกิดสกุลกฎหมายต่างๆ ขึ้นในโลก Family of Law หรือ Legal Tradition Common Law Civil Law Socialist Law

PowerPoint Presentation: 

ปรัชญากฎหมายตะวันตก สำนักกฎหมายธรรมชาติ (Natural Law School) สำนักปฏิฐานนิยมทางกฎหมายหรือสำนักกฎหมายบ้านเมือง (Legal Positivism) สำนักกฎหมายประวัติศาสตร์ (Historical School of Law) สำนักนิติศาสตร์เชิงสังคมวิทยา ( Sociological Jurisprudence) สำนักสัจ นิยมทางกฎหมาย (Legal Realism) ลัทธิอรรถประโยชน์ (Utilitarianism) ทฤษฎีเกี่ยวกับกฎหมายและรัฐของฝ่ายมาร์กซิสต์

PowerPoint Presentation: 

ปรัชญากฎหมายตะวันตก หลักนิติธรรม (The Rule of Law) การเคารพนับถือกฎหมาย (Obedience to Law) การดื้อแพ่งกฎหมายของประชาชน (Civil Obedience) หลักความยุติธรรม (Justice)

PowerPoint Presentation: 

ความสำคัญของการศึกษาประวัติศาสตร์ทางความคิด มูลเหตุการศึกษาปรัชญาความคิดตะวันตก

PowerPoint Presentation: 

ประวัติศาสตร์ของโลกตะวันตก 3 ยุค 1. สมัยโบราณ ( Antiquity) คือยุคกรีกกับโรมัน ถึงประมาณ คริสตศตวรรษที่ 6 (ราว ค.ศ. 500) 2. สมัยกลาง (Middle Ages) คือช่วงราว ค.ศ. 500-1500 3. สมัยใหม่ (Modern Ages and Contemporary) คือช่วงราว ค.ศ. 1500 ถึงปัจจุบัน

PowerPoint Presentation: 

ปรัชญากฎหมายธรรมชาติ จากอดีตสู่ปัจจุบัน

PowerPoint Presentation: 

ยุคสมัยประวัติศาสตร์อารยธรรมตะวันตก 5 ยุค ยุคกรีกและโรมัน ยุคมืดและยุคกลาง ยุคฟื้นฟูและยุคปฏิรูป ยุคชาติรัฐนิยม ยุคปัจจุบัน สมัยโบราณ สมัยกลาง สมัยใหม่

PowerPoint Presentation: 

กำเนิดจักรวาล โลก - สิ่งมีชีวิต มนุษย์ - กิเลส เหตุผล - ความขัดแย้ง ความกลัว - ความเชื่อ - เทพเจ้า พระเจ้า - กฎของพระเจ้า - กฎเกณฑ์ทางศาสนา

PowerPoint Presentation: 

ความหมายทั่วไปของกฎหมายธรรมชาติ -เป็นกฎหมายที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เกิดขึ้นมาเองมนุษย์ไม่ได้ สร้างขึ้น -เป็นกฎหมายที่อยู่เหนือรัฐ ใช้ได้โดยไม่จำกัดกาล -เป็นกฎเกณฑ์ทางกฎหมายอุดมคติที่อยู่เหนือรัฐ เป็นกฎเกณฑ์ ที่มาจากกฎธรรมชาติของสรรพสิ่ง ค้นพบได้ด้วยการใช้เหตุผล -เป็นกฎเกณฑ์อุดมคติที่มีขึ้นเพื่อจัดให้เกิดความสมดุลอย่าง มากที่สุดที่จะเป็นไปได้ระหว่างปัจเจกชนกับกลุ่มส่วนรวม ระหว่างเสรีภาพส่วนบุคคลกับความเสมอภาคของทุกคน

PowerPoint Presentation: 

ความหมายทางทฤษฎีของกฎหมายธรรมชาติ ถือว่ากฎหมายธรรมชาติเป็นกฎเกณฑ์ของกฎหมายอุดมคติที่มีค่าบังคับสูงกว่ากฎหมายที่มนุษย์บัญญัติขึ้น ซึ่งกฎหมายที่มนุษย์บัญญัติเมื่อขัดหรือแย้งกับกฎหมายธรรมชาติ ย่อมไม่มีค่าบังคับตามกฎหมาย ถือว่าหลักกฎหมายธรรมชาติเป็นเพียงอุดมคติทางกฎหมายที่จะบัญญัติขึ้น การบัญญัติหรือตรากฎหมายควรสอดคล้องกับหลักการของกฎหมายธรรมชาติ หากกฎหมายขัดหรือแย้งกับกฎหมายธรรมชาติ อาจเป็นกฎหมายที่ไม่มีค่าสมบูรณ์ แต่ก็ไม่เป็นโมฆะ

PowerPoint Presentation: 

กลุ่มนักคิด สำนัก และนักปราชญ์ที่สำคัญ เฮราคริตุส กลุ่มโซฟิสท์ โสกราตีส เพลโต อริสโตเติ้ล สำนักสโตอิค ซิเซโร เซนต์ ออกุสติน เซนต์ โทมัส อไควนัส ฮูโก โกลเชียส คริสเตียน วูล์ฟ ลอน ฟุลเลอร์ จอห์น ฟินนิส เซมมวล พูเฟนดอร์ฟ โทมัส ฮอล์บ เบเนดิค สปินโนซ่า จอห์น ล็อค มองเตสกิเออร์ จังจาร์ค รุสโซ

PowerPoint Presentation: 

เฮราคริตุส (Heracleitus 536 – 470 B.C.) สรรพสิ่งต่างๆ ตามธรรมชาติดำเนินไปท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่มีความขัดแย้งไม่มีความเปลี่ยนแปลงย่อมไม่มีสิ่งใดดำรงอยู่ พุทธศาสนา = ความเป็นอนิงจัง และความไม่เที่ยง มาตรฐานความประพฤติที่ถูกต้องของมนุษย์ควรสอดคล้องกับความมีเหตุผล คนดีต้องมีเหตุผล ไม่อยู่ภายใต้การนำของกิเลส

PowerPoint Presentation: 

กลุ่มโซฟิสท์ เชื่อว่าทุกคนย่อมก้าวไปสู่ความสำเร็จและความยิ่งใหญ่ในชีวิตได้ด้วยความฉลาด ไม่ใช่ด้วยปัญญา หรือความดี Protagoras (450-410 B.C.) “มนุษย์เป็นเครื่องวัดสรรพสิ่ง” “ Man is the measure of all thing” “ความดีเป็นเรื่องที่แต่ละคนกำหนดค่าให้ อะไรที่ว่าดีก็เพราะมีคนไปกำหนดค่าว่าดี จึงเป็นไปได้ที่ความดีในสังคมหนึ่ง อาจจะไม่ใช่ความดีในสังคมอื่น ความดีความชั่วในตัวเอง ไม่มีบทบัญญัติทางศีลธรรมและกฎหมายประเพณี เป็นเพียงข้อตกลงร่วมกันของคนในสังคม”

PowerPoint Presentation: 

กลุ่มโซ ฟิสท์ รุ่นหลัง ถือว่าความยุติธรรมไม่มีอยู่จริง คนยอมกฎหมายก็เพราะอำนาจ ความยุติธรรมคือผลประโยชน์ของผู้มีอำนาจ เชื่อว่ากฎหมายไม่ได้เป็นสิ่งมีอยู่ตามธรรมชาติ แต่เป็นสิ่งที่มนุษย์สมมติหรือบัญญัติขึ้น ความยุติธรรมก็เหมือนกัน Callicles อธิบายว่า ผู้ที่อ่อนแอย่อมต้องอยู่ใต้อำนาจของผู้ที่แข็งแรงกว่า คนอ่อนแอจึงอาศัยกฎหมายเป็นเครื่องมือ ดังนั้นหากผู้มีกำลังกระทำการที่ไม่เคารพหรือล้มล้างกฎหมายย่อมชอบด้วยกฎหมายแห่งธรรมชาติ

PowerPoint Presentation: 

โสเกรติส ( Socrates 469 – 399 B.C.) ความรู้คือคุณธรรม คือ คนที่รู้ผิดชอบชั่วดีย่อมจะทำความดี เป็นไปไม่ได้ที่คนรู้ว่าความดีคืออะไรแล้วยังฝืนทำความชั่ว ส่วนคนที่ทำความชั่วก็เพราะขาดความรู้ผิดชอบชั่วดี การทำผิดจึงเนื่องมาจากความไม่รู้หรืออวิชชา คนทำผิดเพราะหลงคิดว่าสิ่งที่ตนทำเป็นความดี เขาเห็นผิดเป็นชอบ ถ้าเขาได้รับการแนะนำให้รู้จักความถูกต้องแล้ว เขาจะไม่ทำผิดเลย เหตุผลเป็นเครื่องมือแสวงหาความรู้

PowerPoint Presentation: 

โสเกรติส ( Socrates 469 – 399 B.C.) “กฎหมายและความยุติธรรมเป็นสิ่งเดียวกัน คนที่เกิดมาในบ้านเมืองใดก็ต้องปฏิบัติตาม กฎหมายคือขนบธรรมเนียมของบ้านเมืองนั้นโดยไม่มีเงื่อนไข จะอ้างว่ากฎหมายไม่เป็นธรรมและไม่ปฏิบัติตามไม่ได้”

PowerPoint Presentation: 

เพลโต (Plato 429 – 348 B.C.) กฎหมายธรรมชาติเป็นความคิด หรือแบบที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง กฎหมายที่ตราขึ้นต้องสอดคล้องกับ แบบแห่งกฎหมายธรรมชาติ

PowerPoint Presentation: 

ความสุขหมายถึง การดำรงชีวิตชนิดที่ผสมกลมกลืนคุณธรรมหลายอย่างเข้าด้วยกัน คนดีคือผู้มีคุณธรรม 4 ประการ คือ ปัญญา (Wisdom) ความกล้าหาญ (Courage) การรู้จักประมาณ (Temperance) ความยุติธรรม (Justice) เพลโต (Plato 429 – 348 B.C.)

PowerPoint Presentation: 

ปัญญา (Wisdom) คือผู้ที่รู้จักมโนคติและเป็นผู้ที่ใช้เหตุผลกำหนดชี้นำพฤติกรรมของตน 2. ความกล้าหาญ (Courage) เป็นความกล้าหาญที่มีเหตุผลนำหน้า 3. การรู้จักประมาณ (Temperance) เกิดจากการใช้เหตุผลควบคุมความต้องการ ความยุติธรรม (Justice) ความสมดุลภายในใจของบุคคล ที่มีคุณธรรมทั้งสามส่วน

PowerPoint Presentation: 

รัฐในอุดมคติ ภาค 1 Reason จิต ที่เป็นธรรมะหรือปัญญา แสดงออกด้วยคุณธรรมเป็นปัญญาความเฉลียวฉลาด = ธรรมราชา ภาค 2 Spirit เจตนาหรือวิญญาณ แสดงออกด้วยคุณธรรมความกล้าหาญ = ทหาร ภาค 3 Desire ความต้องการหรือตัณหา แสดงออกด้วยคุณธรรมที่พอเหมาะพอควร = คนทั่วไปที่ทำงาน แสวงหาความร่ำรวยให้ตนเอง

PowerPoint Presentation: 

ความยุติธรรม มาจากการที่ชนชั้นทั้งสามปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ประสานกลมกลืนกับชนชั้นอื่น เงื่อนไขที่ช่วยให้เกิดความยุติธรรม - ทรัพย์สินทั้งหมดควรเป็นของสมบัติส่วนกลางที่ทุกคนมีสิทธิใช้ ร่วมกัน - ใช้ชีวิตแบบครอบครัวเดียวกันแต่ละคนไม่อาจมีครอบครัวส่วนตัว - สตรีควรมีความเสมอภาคเท่าเทียมกับชาย

PowerPoint Presentation: 

อริสโตเติ้ล (Aristotle 384 – 322 B.C.) การมีชีวิตในสังคมมนุษย์จะเป็นไปได้ ก็ต่อเมื่อเป็นไปภายใต้หลักเหตุผลและความยุติธรรม นั่นคือต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย สังคมที่มีระเบียบและเป็นธรรมย่อมสอดคล้องกับธรรมชาติของมนุษย์มากที่สุด และจะนำมนุษย์ไปสู่ภาวะที่สมบูรณ์ขึ้นด้วย ในทางกลับกันมนุษย์ที่มิได้อยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่ถูกกำกับด้วยเหตุผลก็อาจใช้ความสามารถและความฉลาดของตนในทางที่ผิดและย่อมเป็นสิ่งน่าอันตรายและเลวร้ายในที่สุด

PowerPoint Presentation: 

The Politic “การให้อำนาจแก่กฎหมายเสมือนหนึ่งเป็นการให้อำนาจแก่พระผู้เป็นเจ้าหรือตัวเหตุผลหรือแก่ธรรมะ แต่การให้อำนาจแก่บุคคลเป็นการให้อำนาจแก่สัตว์เดียรัจฉาน เพราะความปรารถนาของคนนั้นมีลักษณะของเดียรัจฉาน แม้คนที่ดีที่สุดที่อยู่ในอำนาจก็มักเสียคนเพราะกิเลสตัณหา

PowerPoint Presentation: 

กฎหมายคือเหตุผลที่ปราศจากกิเลส การปกครองของกฎหมายไม่ใช่การปกครองของบุคคล “การปกครองด้วยกฎหมายคือการปกครองด้วยเหตุผล” “The law is reason without passion” “Government of law and not of man” “The rule of law not the rule of man”

PowerPoint Presentation: 

Aristotle แบ่งกฎหมายออกเป็น 2 ประเภท 1. กฎหมายธรรมชาติ ( Natural Law) มีลักษณะเหมือนกันทุกหนทุกแห่ง , เป็นกฎเกณฑ์สากล , เป็นความผิดในตัวเอง ( Mala in se) 2. กฎหมายที่มนุษย์กำหนดขึ้น กฎเกณฑ์ที่กำหนดแบบแผนที่ผู้ปกครองกำหนด , เกิดจากแนวปฏิบัติเฉพาะเรื่อง , เป็นกฎข้อบังคับที่ให้ทำหรือห้ามทำ , เป็นความผิดเพราะกฎหมายห้าม (Mala Prohibit)

PowerPoint Presentation: 

ทัศนะของ Aristotle 1. ทัศนะเกี่ยวกับคน คนแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ดังนั้น สังคมที่ดีจึงต้องหาวิธีการประสานให้คนแต่ละคนซึ่งมีความแตกต่างอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข 2. ทัศนะเกี่ยวกับสมบัติ ยอมรับการมีกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล เพราะถือเป็นคุณค่าทางเศรษฐกิจและศีลธรรม

PowerPoint Presentation: 

ทัศนะของ Aristotle 3. ทัศนะเกี่ยวกับครอบครัว การมีครอบครัวเป็นธรรมชาติของมนุษย์ ครอบครัวเป็นแหล่งบ่มเพาะความเป็นมนุษย์ คือการทำให้รู้จักรัก รู้จักเสียสละ

PowerPoint Presentation: 

อริส โต เติ้ล บทสรุปทางความคิด -เชื่อมั่นในรัฐที่ปกครองภายใต้กฎหมาย -กฎหมายที่เหมาะสมในการปกครองสังคม คือกฎหมายธรรมชาติหรือความยุติธรรมโดยธรรมชาติ -เหตุผลของมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ มนุษย์สามารถเข้าถึงกฎหมายธรรมชาติได้ด้วยญาณปัญญาอันบริสุทธิ์ หรือเหตุผลที่เป็นอิสระปราศจากกิเลสตัณหาทั้งปวง การปกครองด้วยเหตุผล คือการปกครองด้วยกฎหมายเป็นใหญ่ เพราะกฎหมายคือเหตุผลที่ปราศจากกิเลส

PowerPoint Presentation: 

สำนักสโตอิค ( Stoic) (มี Zeno 350-260 B.C. เป็นผู้ก่อตั้ง) มนุษย์มีคุณสมบัติพิเศษคือ เป็นผู้มีสติปัญญาสามารถเข้าใจกฎเกณฑ์ธรรมชาติ เข้าใจมนุษย์ และมีส่วนร่วมกับจักรวาลตรงที่มนุษย์มีเหตุผลเหมือนกัน เหตุผลในฐานะเป็นพลังจักรวาล จึงเข้าไปคลอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง รวมทั้งเป็นพื้นฐานของกฎหมายและความยุติธรรมด้วย กฎเกณฑ์ธรรมชาติหรือกฎหมายธรรมชาติย่อมถือเป็นสิ่งเดียวกับกฎเกณฑ์แห่งเหตุผล มนุษย์ย่อมเข้าถึงกฎหมายธรรมชาติได้ด้วยการใช้เหตุผลของเขาเอง

PowerPoint Presentation: 

ซิเซโร (Cicero 106-43 B.C.) “กฎหมายที่แท้จริงคือเหตุผลที่ถูกต้อง สอดคล้องกับธรรมชาติ แผ่ซ่านไปในทุกสิ่งทุกอย่าง สม่ำเสมอเป็นนิจนิรันดร์ เป็นกฎหมายที่ก่อให้เกิดหน้าที่ที่จะต้องทำโดยคำสั่งหรือห้ามไม่ให้กระทำความชั่วโดยข้อห้าม เป็นหน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่เราจะต้องไม่พยายามที่จะบัญญัติกฎหมายให้ขัดแย้งกับกฎหมายนี้ กฎหมายนี้ไม่อาจที่จะถูกตัดทอนแก้ไขหรือเพิกถอนยกเลิกเสียได้............

PowerPoint Presentation: 

ซิเซโร (Cicero 106-43 B.C.) ........... .เราไม่จำต้องพึ่งบุคคลหรือสิ่งอื่นใดนอกจากตัวของเราเอง ที่จะเป็นผู้อธิบายให้เห็นว่ากฎหมายนั้นคืออะไร หรือตีความว่ากฎหมายนั้นมีความหมายอย่างไร กฎหมายนี้ไม่เป็นอย่างหนึ่งที่กรุงโรม และเป็นอีกอย่างหนึ่งที่เอเธนส์ เป็นอย่างหนึ่งในขณะนี้และเป็นอีกอย่างหนึ่งในสมัยอื่นๆ แต่ยังคงเป็นกฎหมายอันหนึ่งอันเดียวไม่เปลี่ยนแปลงเป็นนิรันดร และผูกพันบังคับทุกชาติทุกภาษาทุกยุคทุกสมัย”

PowerPoint Presentation: 

ซิเซโร -กฎหมายที่แท้จริงคือเหตุผลที่ถูกต้อง สอดคล้องกับธรรมชาติ = ยืนยันว่ามนุษย์มีธรรมชาติที่ดี มีสติ มีเหตุผล แผ่ซ่านไปในทุกสิ่งทุกอย่าง สม่ำเสมอเป็นนิจนิรันดร์ = เป็นกฎเกณฑ์ทั่วไปมีอยู่ในทุกสิ่งทุกอย่าง

PowerPoint Presentation: 

ซิเซโร -เป็นกฎหมายที่ก่อให้เกิดหน้าที่ที่จะต้องทำโดยคำสั่งหรือห้ามไม่ให้กระทำความชั่วโดยข้อห้าม = มนุษย์มีหน้าที่ต้องปฏิบัติ -เป็นหน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่เราจะต้องไม่พยายามที่จะบัญญัติกฎหมายให้ขัดแย้งกับกฎหมายนี้ กฎหมายนี้ไม่อาจที่จะถูกตัดทอนแก้ไขหรือเพิกถอนยกเลิกเสียได้............ = กฎหมายธรรมชาติมีค่าบังคับในตัวเหนือกว่ากฎหมายที่มนุษย์บัญญัติ

PowerPoint Presentation: 

ซิเซโร -............เราไม่จำต้องพึ่งบุคคลหรือสิ่งอื่นใดนอกจากตัวของเราเอง ที่จะเป็นผู้อธิบายให้เห็นว่ากฎหมายนั้นคืออะไร หรือตีความว่ากฎหมายนั้นมีความหมายอย่างไร = กฎหมายธรรมชาติเป็นสิ่งที่มีอยู่ในใจคน -กฎหมายนี้ไม่เป็นอย่างหนึ่งที่กรุงโรม และเป็นอีกอย่างหนึ่งที่เอเธนส์ เป็นอย่างหนึ่งในขณะนี้และเป็นอีกอย่างหนึ่งในสมัยอื่นๆ แต่ยังคงเป็นกฎหมายอันหนึ่งอันเดียวไม่เปลี่ยนแปลงเป็นนิรันดร และผูกพันบังคับทุกชาติทุกภาษาทุกยุคทุกสมัย = กฎหมายธรรมชาติเป็นสิ่งเดียวกันหมดไม่ว่าท้องถิ่นใด

PowerPoint Presentation: 

วิชานิติศาสตร์ในสมัยโรมันอาศัยพื้นฐาน 2 ประการคือ การยึดถือกฎหมายเป็นเกณฑ์ในการวินิจฉัย และ การใช้กฎหมายต้องสอดคล้องกับความเป็นธรรม

PowerPoint Presentation: 

รากเหง้ากฎหมายโรมันที่มาของกฎหมายในยุโรป ยุคแรก - กฎหมาย 12 โต๊ะ โต๊ะ 1 การไต่สวน โต๊ะ 2 การพิจารณาคดี โต๊ะ 3 การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน โต๊ะ 4 อำนาจพ่อบ้าน โต๊ะ 5 ทายาทและผู้พิทักษ์ โต๊ะ 6 กรรมสิทธิ์และการครอบครอง โต๊ะ 7 บ้านเรือนและที่ดิน โต๊ะ 8 ละเมิดและความผิดส่วนบุคคล โต๊ะ 9 กฎหมายมหาชน โต๊ะ 10 กฎหมายว่าด้วยการสักการะ โต๊ะ 11 บทเสริม 5 โต๊ะแรก โต๊ะ 12 บทเสริม 5 โต๊ะหลัง

PowerPoint Presentation: 

รากเหง้ากฎหมายโรมันที่มาของกฎหมายในยุโรป ยุคก้าวหน้า - การรวบรวมจารีตประเพณีเป็นรูปเล่ม - กฎหมายที่ผ่านสภาสูง -กฎหมายภายนอก -กฎหมายนานาชาติ -กฎหมายอำนาจบริหารและตุลาการ -กฎหมายโดยผ่านสภาสามัญ -ข้อชี้แนะของนักนิติศาสตร์

PowerPoint Presentation: 

รากเหง้ากฎหมายโรมันที่มาของกฎหมายในยุโรป ยุคทอง กฎหมายโดยผ่านสภาสามัญ กฎหมายโดยผ่านสภาสูง พระบรมราชโองการ ข้อเสนอของตุลาการ ข้อชี้แนะของนักนิติศาสตร์

PowerPoint Presentation: 

รากเหง้ากฎหมายโรมันที่มาของกฎหมายในยุโรป ยุคทองสมัยแรกมีมูลบททางกฎหมาย 3 บรรพ บรรพ 1 บุคคล ประกอบด้วยบุคคลและทรัพย์ บรรพ 2 ทรัพย์ ประกอบด้วยทรัพย์ หนี้ การโอนทรัพย์และมรดก บรรพ 3 วิธีพิจารณาคดีและอายุความ

PowerPoint Presentation: 

อิทธิพลของกฎหมายธรรมชาติต่อกฎหมายโรมัน ช่วงยุคสาธารณรัฐและยุคทอง แบ่งกฎหมายเป็น 3 แบบคือ Jus Civile , Jus Gentium , Jus naturale ประมวลกฎหมายของจักรพรรดิจัสติเนียน 1. มูลบททางนิติศาสตร์ เป็นตำราคำสอนวิชาการอย่างง่าย 2. ประมวลคำสอนทฤษฎีทางกฎหมาย 3. ประมวลพระบรมราชโองการ

PowerPoint Presentation: 

อิทธิพลของกฎหมายธรรมชาติต่อกฎหมายโรมัน ประมวลกฎหมายของจักรพรรดิจัสติเนียน แบ่งเป็น 3 เรื่อง 1. บุคคล 2. ทรัพย์ 3. หนี้หรือสัญญา

PowerPoint Presentation: 

อิทธิพลของกฎหมายธรรมชาติต่อกฎหมายโรมัน ประมวลกฎหมายของจักรพรรดิจัสติเนียน แบ่งเป็น 3 เรื่อง 1. บุคคล บุคคลมีความหมายเพียงบุคคลเฉพาะตนตามธรรมชาติ บุคคลจะมีสภาพที่เปลี่ยนแปลงได้ เช่น ทาสเป็นทรัพย์ เมื่อได้รับการปลดปล่อยจะกลายสภาพเป็นบุคคล อำนาจของหัวหน้าครอบครัวที่ต้องเป็นฝ่ายชายและต้องเป็นคนที่มีอาวุโสสูงสุด

PowerPoint Presentation: 

อิทธิพลของกฎหมายธรรมชาติต่อกฎหมายโรมัน ประมวลกฎหมายของจักรพรรดิจัสติเนียน 2. ทรัพย์ หมายถึงสิ่งที่มีราคา เช่น ก.ทรัพย์ที่จับต้องได้ ข. ทรัพย์ที่ส่งมอบยาก ค. ทรัพย์เคลื่อนที่ได้ กับ ทรัพย์เคลื่อนที่ไม่ได้

PowerPoint Presentation: 

อิทธิพลของกฎหมายธรรมชาติต่อกฎหมายโรมัน ประมวลกฎหมายของจักรพรรดิจัสติเนียน การครอบครองทรัพย์ ได้แก่ - การครอบครองโดยสงบ - การกระทำโดยเปิดเผย - กระทำโดยเจ้าของให้อยู่ได้และไล่ออกได้ นอกจากนี้มีข้อกำหนดในเรื่องหลักการได้กรรมสิทธิ์ การได้ดอกผล สิทธิในทรัพย์ของผู้อื่น

PowerPoint Presentation: 

อิทธิพลของกฎหมายธรรมชาติต่อกฎหมายโรมัน ประมวลกฎหมายของจักรพรรดิจัสติเนียน 3. หนี้หรือสัญญา สัญญามีวิวัฒนาการเริ่มจาก - สัญญามีความผูกพันเกี่ยวกับทรัพย์ - สัญญาที่ทำด้วยวาจา ภายหลังกำหนดเรื่องลายลักษณ์อักษร - สัญญาสองฝ่ายที่เกิดจากความยินยอมตกลงกัน

PowerPoint Presentation: 

สมัยกลางกับอิทธิพลความคิดของศาสนาคริสต์ เป็นช่วงที่ได้รับอิทธิพล ความเชื่อทางศาสนา วิทยาการในสมัยกลาง เชื่อเรื่องเทววิทยา คัมภีร์ คำสอนของปิตาจารย์แห่งศาสนจักร หลักการความคิดทางการเมืองและกฎหมาย คือ 1. หลักแห่งความเป็น เอกภาพของโลกและจักรวาล (Principle of Unity) 2. หลักกฎหมายเป็นสิ่งสูงสุด (Principle of Supremacy of Law) ศาสนจักรมีหน้าที่ควบคุมฝ่ายปกครอง ฝ่ายอาณาจักรจึงต้องขึ้นกับฝ่ายศาสนจักรและมีหน้าที่สนับสนุนช่วยเหลือ ศาสนจักรขจัดมิจฉาทิฐิ

PowerPoint Presentation: 

สมัยกลางกับอิทธิพลความคิดของศาสนาคริสต์ เมื่อใดที่ฝ่ายอาณาจักรมิได้ดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า ศาสนจักรในฐานะผู้แทนของพระองค์จึงอาจเรียกอำนาจปกครองคืนมา และประกาศคว่ำบาตรฝ่ายอาณาจักร

PowerPoint Presentation: 

สมัยกลางกับอิทธิพลความคิดของศาสนาคริสต์ หลักกฎหมายเป็นสิ่งสูงสุด ถือว่ากฎหมายที่แท้จริงคือสิ่งที่มาจากพระผู้เป็นเจ้า

PowerPoint Presentation: 

เซนต์ ออกุสติน (Saint Augustin 354 – 430) อธิบายว่าพระเจ้าเป็นผู้สร้างโลก สรรพสิ่งทั้งหลายเกิดจากเจตจำนง (Will) ของพระเจ้า - เหตุผลสากลที่ถือกันว่าเป็นสิ่งที่ควบคุมความเป็นไปของจักรวาล แท้จริงคือเจตจำนงอันศักดิ์สิทธิ์ของพระผู้เป็นเจ้า - รัฐมีหน้าที่รักษาความสงบ รัฐจะมีความหมายก็ต่อเมื่อรับใช้ ศาสนจักร เพื่อปฏิบัติตามพระบัญชาของพระผู้เป็นเจ้า

PowerPoint Presentation: 

เซนต์ โทมัส อไควนัส (Saint Thomas Aquinas 1226 -1274) - มนุษย์มีธรรมชาติที่เหลืออยู่ มนุษย์จึงมีสัญชาติญาณในการอยู่ร่วมกันในสังคม มีคุณธรรมในการอยู่ร่วมกัน รู้จักรัก รู้จักเสียสละ รู้จักยกย่องความดี รู้จักอาย รู้จักเกรงกลัวบาป และกลัวการถูกประณาม การอยู่รวมกันเป็นครอบครัว เป็นสังคม เป็นบ้านเมือง จึงเป็นธรรมชาติที่ดีของมนุษย์ ถือเป็นเหตุผลของมนุษย์ตามธรรมชาติ

PowerPoint Presentation: 

เซนต์ โทมัส อไควนัส (Saint Thomas Aquinas 1226 -1274) อไควนัสแบ่งกฎหมายเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ คือ กฎหมายนิรันดร กฎหมายธรรมชาติ กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ กฎหมายมนุษย์

PowerPoint Presentation: 

เซนต์ โทมัส อไควนัส (Saint Thomas Aquinas 1226 -1274) กฎหมายนิรันดร ( Eternal Law) เป็นกฎหมายสูงสุด เป็นเหตุผลและปัญญาอันศักดิ์สิทธิ์ของพระผู้เป็นเจ้า

PowerPoint Presentation: 

เซนต์ โทมัส อไควนัส (Saint Thomas Aquinas 1226 -1274) กฎหมายธรรมชาติ ( Natural Law) เป็นกฎหมายนิรันดรบางส่วนที่มนุษย์สามารถเข้าถึงได้ด้วยเหตุผลที่มนุษย์มีอยู่ทุกคน กฎรากฐานแห่งความประพฤติของมนุษย์ สัญชาตญาณการดำรงอยู่ของชีวิต สัญชาตญาณทางสังคม สัญชาตญาณทางเพศ กฎหมายธรรมชาติลำดับต้น กฎหมายธรรมชาติลำดับรอง

PowerPoint Presentation: 

เซนต์ โทมัส อไควนัส (Saint Thomas Aquinas 1226 -1274) กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ (Divine Law) กฎเกณฑ์ที่มนุษย์ได้รับรู้จากการเปิดเผยให้รู้ของพระผู้เป็นเจ้า บัญญัติ 10 ประการ คัมภีร์ไบเบิ้ล

PowerPoint Presentation: 

เซนต์ โทมัส อไควนัส (Saint Thomas Aquinas 1226 -1274) กฎหมายมนุษย์ (Human Law) กฎหมายที่มนุษย์บัญญัติขึ้นใช้ในสังคมอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายก่อนหน้านี้ เป็นระเบียบแห่งเหตุผลที่ผู้มีหน้าที่ดูแลประชาคมได้บัญญัติ และประกาศใช้ร่วมกัน

PowerPoint Presentation: 

กฎหมายมนุษย์ตาม แนวคิดอ ไควนัส เป็นบัญชาของเหตุผล (ไม่ใช่ตามอำเภอใจ) บัญญัติขึ้นโดยผู้มีหน้าที่รักษาประชาคม (ผู้ปกครอง) ต้องมีการประกาศ แนวคิดของอไควนัสถือเป็นการประนีประนอมทางความคิดของกรีกกั บคริสเตียน

PowerPoint Presentation: 

ความเสื่อมของปรัชญากฎหมายธรรมชาติ กระแสลัทธิชาตินิยม ความเจริญก้าวหน้าและความคิดเชิงประจักษ์วาท ทางวิทยาศาสตร์

PowerPoint Presentation: 

กฎหมายธรรมชาติร่วมสมัย เป็นกฎหมายธรรมชาติเชิงปฏิบัติ สอดคล้องกับวิธีคิดทางวิทยาศาสตร์ มีความผ่อนปรน ประนีประนอม แม้กฎหมายใดขัดหรือแย้งกับอุดมการณ์หรือความเป็นธรรมตามธรรมชาติก็ไม่เป็นโมฆะ

PowerPoint Presentation: 

ยุคฟื้นฟูและปฏิรูป (14 AD – 16 AD) Hugo Grotius (1583 – 1645) เน้นเรื่องเหตุผลและสติปัญญาของมนุษย์ในฐานะที่เป็นที่มาของกฎหมายธรรมชาติ เหตุผลและสติปัญญามีอยู่ในธรรมชาติของมนุษย์ มนุษย์คือมารดาของกฎหมายธรรมชาติ และปรากฏอยู่แม้ว่าจะไม่มีพระเจ้า

PowerPoint Presentation: 

Hugo Grotius (1583 – 1645) ถือว่า กฎหมายธรรมชาติคือเหตุผลที่ถูกต้อง และจะบ่งบอกว่าการกระทำใดถูกผิด สูงส่ง หรือ ต่ำทราม สิ่งที่ถูก-ผิด ดี-ชั่ว อยู่ที่ตัวของสิ่งนั้นเองไม่ขึ้นกับใคร กฎเกณฑ์ที่สอดคล้องกับเหตุผลธรรมชาติ มี 2 วิธีคือ 1. วิธีคิดจากหลัก คือ พิสูจน์ว่ากฎเกณฑ์ใดสอดคล้องกับธรรมชาติหรือไม่ 2. วิธีคิดสรุปผล คือ เทียบเคียงจากหลักเกณฑ์ความเชื่อทั่วๆ ไปของชนชาติต่างๆ ว่าชาติที่เจริญแล้วเขานับถือกฎเกณฑ์อะไรเป็นกฎหมาย กฎเกณฑ์นั้นก็น่าจะสอดคล้องกับกฎหมายธรรมชาติด้วย

PowerPoint Presentation: 

Samuel Pufendorf (1632-1694) 1. เรื่องธรรมชาติของมนุษย์ - มนุษย์มีธรรมชาติทั้งดีและไม่ดี - ด้านดีคืออยากอยู่ร่วมกับผู้อื่น - ด้านไม่ดีคือ มนุษย์มีธรรมชาติที่เห็นแก่ ตัวอยากอยู่รอดปลอดภัย การพิจารณาทั้งสองด้านสามารถนำไปจัดระบบกฎหมาย เช่น เกิดหลักกฎหมายอาญาเรื่องการกระทำโดยป้องกันและจำเป็น 2. เรื่องภววิทยา โดยแยก “ความเป็น” เป็น 2 ขอบเขต ได้แก่ทางกายภาพและทางศีลธรรม

PowerPoint Presentation: 

Samuel Pufendorf (1632-1694) กฎเกณฑ์ทางกฎหมายจึงเป็นเรื่องของความถูก – ผิด ดี – ชั่ว ซึ่งไม่ตกอยู่ภายใต้บังคับของกฎเกณฑ์ทางกายภาพ หลักทางศีลธรรมซึ่งเป็นรากฐานของกฎหมาย คือ หน้าที่ในสังคมเป็นรากฐานความประพฤติของมนุษย์ เช่น บุคคลมีหน้าที่ไม่ทำร้ายผู้อื่น ทำให้ต้องเคารพสิทธิของผู้อื่น (หลักผู้เสียหายมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทน) บุคคลมีหน้าที่ปฏิบัติต่อผู้อื่นตามธรรมชาติของมนุษย์ที่เสมอภาคกัน (หลักความเสมอภาค , หลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์)

PowerPoint Presentation: 

Samuel Pufendorf (1632-1694) บุคคลมีหน้าที่ต้องทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น (หลักทางศีลธรรมเรื่องความเมตตา) บุคคลมีหน้าที่ต้องทำตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ต่อผู้อื่น (หลักสัญญาต้องเป็นสัญญา)

PowerPoint Presentation: 

ลอน ฟุลเลอร์ (Lon Luvois Fuller 1902 – 1978) วัตถุประสงค์ ศีลธรรมในกฎหมาย กฎหมายธรรมชาติในเชิงกระบวนการ ทำความเข้าใจภารกิจของกฎหมาย ความพยายามร่วมในการตอบสนองความจำเป็นพื้นฐานของมนุษย์

PowerPoint Presentation: 

ลอน ฟุลเลอร์ (Lon Luvois Fuller 1902 – 1978) ศีลธรรมภายในกฎหมาย กฎหมายต้องมีลักษณะทั่วไปในฐานะที่เป็นกฎเกณฑ์ ซึ่งใช้เป็นหลักชี้นำการกระทำ กฎเกณฑ์จะต้องถูกตีพิมพ์เผยแพร่ให้ปรากฏแก่สาธารณะ กฎเกณฑ์จะต้องไม่มีผลย้อนหลัง

PowerPoint Presentation: 

ลอน ฟุลเลอร์ (Lon Luvois Fuller 1902 – 1978) ศีลธรรมภายในกฎหมาย 4. กฎเกณฑ์จะต้องมีลักษณะชัดแจ้ง และสามารถเป็นที่เข้าใจได้ 5. กฎเกณฑ์จะต้องไม่มีความขัดแย้งกัน 6. กฎเกณฑ์จะต้องไม่เป็นการกำหนดบังคับในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

PowerPoint Presentation: 

ลอน ฟุลเลอร์ (Lon Luvois Fuller 1902 – 1978) ศีลธรรมภายในกฎหมาย 7. กฎเกณฑ์ต้องมีความมั่นคงแน่นอน ไม่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อยเกินไป 8. ต้องมีความกลมกลืนระหว่างกฎเกณฑ์ที่ถูกประกาศใช้กับการบังคับใช้กฎเกณฑ์นั้นในความเป็นจริง

PowerPoint Presentation: 

จอห์น ฟินนิส (John Finnis) คุณประโยชน์พื้นฐาน สิ่งจำเป็นเชิงวิธีการพื้นฐานของความชอบด้วยเหตุผลเชิงปฏิบัติ ชีวิต ความรู้ ความบันเทิง ประสบการณ์สุนทรียะ มิตรภาพ ความชอบด้วยเหตุผลเชิงปฏิบัติ ศาสนา การแสวงหาความดีงาม แผนการดำเนินชีวิตอันเป็นระบบ

PowerPoint Presentation: 

บทสรุป กฎหมายธรรมชาติให้ความสำคัญกับเหตุผล เหตุผลในที่นี้คือระบบที่เป็นระเบียบที่มีอยู่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับระบบของจักรวาล เรียกว่า “เหตุผลสากล” เหตุผลในจิตใจมนุษย์ ความรู้สึก ผิด ชอบ ชั่วดี เป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลสากลที่มนุษย์ได้รับมา

PowerPoint Presentation: 

บทสรุป - โลกหรือจักรวาลเป็นสิ่งที่มีระบบระเบียบทางศีลธรรม ( Moral) เรียกว่า “กฎหมายธรรมชาติ” มีอยู่โดยภาวะวิสัยไม่ขึ้นกับเจตจำนงหรืออำเภอใจใคร - ยืนยันว่าธรรมชาติของมนุษย์มีเหตุผลคือ มีความสามารถในการที่จะรู้ถึงระบบระเบียบทางศีลธรรมหรือความผิดชอบชั่วดีซึ่งเป็นกฎหมายธรรมชาติได้

PowerPoint Presentation: 

บทสรุป - กฎเกณฑ์ที่ใช้ในสังคมมนุษย์ กฎหมายบ้านเมือง เกิดมาจากเหตุผลของมนุษย์ที่เป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายธรรมชาติ กฎเกณฑ์นั้นจึงควรสอดคล้องกับเหตุผลธรรมชาติ หรือกฎหมายธรรมชาติ - ยืนยันว่าความเป็นธรรม ความยุติธรรม และศีลธรรมเป็นสิ่งที่มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับกฎหมายบ้านเมือง

PowerPoint Presentation: 

ทฤษฎีปฏิฐานนิยมทางกฎหมาย (Legal Positivism) หรือ สำนักกฎหมายบ้านเมือง สิงที่เป็นไปได้ สิ่งที่มีอยู่จริง เชิงวิทยาศาสตร์ สิ่งที่พิสูจน์ได้

PowerPoint Presentation: 

หลักการพื้นฐานของแนวคิดปฏิฐานนิยมทางกฎหมาย 1. การยืนยันว่า การดำรงอยู่ของกฎหมายใดๆ มิได้ขึ้นอยู่กับการที่มันตอบสนองหรือสอดคล้องกับหลักคุณค่าทางศีลธรรมอันหนึ่งอันใดที่สามารถปรับใช้ได้อย่างเป็นสากลในทุกๆ ระบบกฎหมาย 2. การยืนยันว่าการดำรงอยู่ของกฎหมายขึ้นอยู่กับการที่มันถูกสร้างขึ้นโดยผ่านการตกลงปลงใจของมนุษย์ในสังคม และแยกกฎหมายคืออะไร (IS) กับ กฎหมายควรจะเป็นอย่างไร (Ought) ออกจากกันโดยเด็ดขาด

PowerPoint Presentation: 

หลักการพื้นฐานของแนวคิดปฏิฐานนิยมทางกฎหมาย 3. เป็นจุดยืนเกี่ยวกับภาคบังคับของกฎหมายที่ต้องมีสภาพบังคับหรือบทลงโทษ

PowerPoint Presentation: 

ปฏิฐานนิยมทางกฎหมาย ปฏิเสธกฎหมายที่สูงกว่าหรือกฎหมายธรรมชาติ ยอมรับว่ากฎหมายที่แท้จริงคือกฎหมายที่บังคับใช้อยู่ใน บ้านเมือง กฎหมายของรัฐาธิปัตย์ไม่อาจเป็นความอยุติธรรมได้ เพราะ กฎหมายของรัฐนั้นเองเป็นผู้กำหนดความยุติธรรมหรือ อยุติธรรม ความถูก ความผิด ความดี ความชั่ว

PowerPoint Presentation: 

โอกุสต์ คองท์ (August Comte) ยุคเทววิทยา (Theological Stage) ยุคอภิปรัชญา (Metaphysical Stage) ยุคปฏิฐานนิยม (Positivistic Stage)

PowerPoint Presentation: 

ฌอง โบแดง (Jean Bodin 1530 -1596) คุณลักษณะของอธิปไตย คือ อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจอธิปไตย ย่อมไม่ถูกยับยั้งหรือจำกัดโดยกฎหมายใดๆ โทมัส ฮอบส์ (Thomas Hobbes 1583-1645) การมอบอำนาจแบบสวามิภักดิ์ คือมอบอำนาจให้รัฐาธิปัตย์ เครื่องมือรักษาความสงบของรัฐาธิปัตย์คือกฎหมาย กฎหมายบ้านเมืองคือกฎเกณฑ์ทั้งโดยทางตรงและโดยปริยายที่ รัฐาธิปัตย์สั่งการ หรือกำหนดว่าเป็นสิ่งถูก ผิด บังคับเอากับประชาชน

PowerPoint Presentation: 

เยเรมี แบนเธม (Jeremy Bentham) คุณค่าของการกระทำใดๆ ล้วนต้องพิจารณาจากผลลัพท์ในแง่อรรถประโยชน์หรือความสุขที่เกิดขึ้น กฎหมายที่สอดคล้องกับหลักอรรถประโยชน์ ก็คือกฎหมายที่ทำให้เกิดปริมาณความสุขมากที่สุดแก่เอกชนในสังคม นิติศาสตร์เชิงวิเคราะห์/เชิงอธิบาย เพื่อตอบว่ากฎหมายคืออะไร นิติศาสตร์ที่ว่าด้วยการตรวจสอบกฎหมาย ต้องอ้างอิงหลักอรรถประโยชน์ที่มองถึงข้อเท็จจริงต่างๆ

PowerPoint Presentation: 

จอห์น ออสติน (John Austin) กฎหมายที่แท้จริง แยกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ กฎหมายที่พระผู้เป็นเจ้ากำหนดขึ้น คือ กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ กฎหมายที่มนุษย์กำหนดขึ้น ได้แก่ - กฎหมายที่มนุษย์ในฐานะเป็นผู้มีอำนาจเหนือกว่าในทาง การเมืองเป็นผู้กำหนด - กฎหมายที่มนุษย์ธรรมดาที่ไม่มีฐานะข้างต้นเป็นผู้กำหนดขึ้น

PowerPoint Presentation: 

จอห์น ออสติน (John Austin) กฎหมาย คือ ความประสงค์ของผู้สั่ง บทลงโทษหรือสภาพบังคับ เป็นการแสดงออกซึ่งความประสงค์ การมีผลบังคับทั่วไป การประกาศใช้โดยรัฐาธิปัตย์

PowerPoint Presentation: 

ทฤษฎีกฎหมายของ John Austin ไม่นำ Law as it is มาปะปนกับ Law as it ought to be กฎหมายมีความสมบูรณ์ในตัวเอง ไม่ต้องอาศัยหลักอื่นมาอธิบาย

PowerPoint Presentation: 

แนวคำสอนของ Austin มีลักษณะคือ 1. ทฤษฎี กฎหมาย (Theory of Law) กฎหมายคือคำสั่งของรัฐาธิปัตย์ 2. ทฤษฎีวิชาการนิติศาสตร์ (Theory of Legal Science) ศึกษาเฉพาะกฎหมายบ้านเมืองเท่านั้น ไม่คำนึงถึงความยุติธรรมหรือคุณค่าอื่นๆ เห็นว่านิติศาสตร์หรือการศึกษากฎหมายควรแยกจากความยุติธรรม ศีลธรรม โดยพิเคราะห์ความยุติธรรมตามกฎหมายคือความชอบด้วยกฎหมาย

PowerPoint Presentation: 

3. ทฤษฎีวิธีศึกษากฎหมาย ( Theory of Legal Methodology) คือการเอาข้อความในกฎหมายมาแยกแยะเปรียบเทียบที่เรียกว่า Analytical Jurisprudence โดยการแยกองค์ประกอบแล้ววิเคราะห์ข้อความคิด ( Concept)

PowerPoint Presentation: 

บทสรุปจอห์น ออสติน (John Austin) กฎหมายที่แท้จริง “คำสั่งของรัฐาธิปัตย์” กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในบ้านเมืองซึ่งบัญญัติโดยรัฐาธิปัตย์ Positive Law คือ กฎหมายที่ถูกกำหนดขึ้นโดยผู้มีอำนาจสูงสุดในทางการเมือง สำหรับเป็นแนวทางความประพฤติของผู้ที่อยู่ภายใต้อำนาจในการเมืองของตน

PowerPoint Presentation: 

ปฏิฐานนิยมในแนวของ เอช แอล เอ ฮาร์ท (H.L.A. Hart)

PowerPoint Presentation: 

ความคิดเห็นของฮาร์ทที่แตกต่างกับออสติน 1. มุมมองทางกฎหมายของออสตินคับแคบเกินไป 2. ไม่เห็นด้วยที่ออสตินมองว่ากฎหมายเป็นเพียงคำสั่ง เพราะถ้ามองว่ากฎหมายเป็นเรื่องของคำสั่ง จะสะท้อนภาพของการข่มขู่บังคับ = ไม่เห็นด้วยกับการมองว่ากฎหมายเป็นเพียงคำสั่งของรัฐาธิปัตย์

PowerPoint Presentation: 

เอช แอล เอ ฮาร์ท (H.L.A. Hart) กฎหมายหรือศีลธรรมไม่จำเป็นต้องเกี่ยวโยงกันเสมอไป และการดำรงอยู่หรือความสมบูรณ์ของกฎหมายเป็นเรื่องที่ต้องแยกออกจากความชอบหรือไม่ชอบธรรมภายในกฎหมายนั้นๆ กฎหมายในฐานะที่เป็นระบบแห่งกฎเกณฑ์ สังคมจะดำรงอยู่ได้ต้องมีกฎหมายหรือกฎเกณฑ์

PowerPoint Presentation: 

เอช แอล เอ ฮาร์ท (H.L.A. Hart) กฎเกณฑ์ที่กำหนดพันธะหน้าที่ในรูปกฎหมาย ธรรมชาติของมนุษย์ กฎเกณฑ์ที่จำเป็นของกฎหมายที่กำหนดหน้าที่จำกัดควบคุมความรุนแรง พิทักษ์รักษาทรัพย์สิน ป้องกันการหลอกลวงคือ “เนื้อหาอย่างน้อยที่สุดของกฎหมายธรรมชาติ”

PowerPoint Presentation: 

เอช แอล เอ ฮาร์ท (H.L.A. Hart) แนวคิดระบบกฎหมาย กฎปฐมภูมิ คือกฎเกณฑ์ทั่วไปซึ่งวางบรรทัดฐานการประพฤติให้คนทั่วไปในสังคมและมีสภาพบังคับให้บุคคลมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม = “กฎเกณฑ์ที่กำหนดพันธะหน้าที่” กฎทุติยภูมิ คือกฎเกณฑ์พิเศษที่สร้างขึ้นมาเสริมต่อความสมบูรณ์ของกฎปฐมภูมิ ทำให้กฎปฐมภูมิมีประสิทธิภาพในการบังคับใช้

PowerPoint Presentation: 

เอช แอล เอ ฮาร์ท (H.L.A. Hart) กฎทุติยภูมิ แบ่งเป็น 3 กฏ 1. กฎที่กำหนดเกณฑ์การรองรับความเป็นกฎหมายที่สมบูรณ์ หรือ เกณฑ์การพิสูจน์ว่ากฎใดคือกฎหมาย 2. กฎที่กำหนดเกณฑ์การบัญญัติและแก้ไขเปลี่ยนแปลง กฎหมาย 3. กฎที่กำหนดเกณฑ์การวินิจฉัยชี้ขาดตัดสินคดี

PowerPoint Presentation: 

บทวิจารณ์ของฟุลเลอร์และดวอร์กิ้น ลอน ฟุลเลอร์ ( Lon Fuller 1902-1978) กฎหมายนั้นต้องสนองตอบความจำเป็นหรือวัตถุประสงค์ทางศีลธรรม กฎหมายและศีลธรรมจึงเป็นสิ่งที่แยกออกจากกันไม่ได้ กฎหมายต้องสิ่งที่เรียกว่า ศีลธรรมภายในกฎหมายบรรจุอยู่เสมอ

PowerPoint Presentation: 

บทวิจารณ์ของฟุลเลอร์และดวอร์กิ้น โรแนล ดวอร์กิ้น (Ronald M. Dworkin ) กฎเกณฑ์มิใช่เนื้อหาสาระเดียวกับกฎหมาย กฎเกณฑ์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกฎหมาย เนื้อหาสาระสำคัญที่ประกอบในกฎหมาย เป็นเรื่องของหลักการทางศีลธรรมหรือความเป็นธรรม ที่ถือเป็นมาตรฐานภายในกฎหมายที่มีความสำคัญเพื่อประโยชน์ของความยุติธรรม โดยเฉพาะการพิจารณาคดีของศาลที่ใช้เป็นเหตุผลของคำพิพากษา คือ “หลักการทางกฎหมาย”

PowerPoint Presentation: 

บทสรุป (ผลทางความคิด) กฎหมายของรัฐจึงเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดไม่มีกฎหมายอื่นเหนือกว่า กฎหมายเป็นเรื่องของเจตจำนง ไม่ใช่เรื่องของความดี-ชั่ว ถูก-ผิด กฎหมายเป็นเรื่องของคำสั่งของรัฐ

PowerPoint Presentation: 

บทสรุป กฎหมายเป็นเรื่องเจตจำนง ( Will) ของมนุษย์ กฎหมายจึงไม่ใช่เรื่องเหตุผลของมนุษย์ ดังนั้น กฎหมายจะมีเนื้อความอย่างไรก็ได้ มีความยุติธรรมหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องที่นักนิติศาสตร์จะต้องพิจารณา กฎหมายเป็นสิ่งที่ถูกต้องเป็นธรรมเสมอ กฎหมายจึงเป็นกฎเกณฑ์ที่แยกจากศีลธรรมและความยุติธรรม โดยเด็ดขาด “เป็นความยุติธรรมตามกฎหมาย”

PowerPoint Presentation: 

ความแตกต่างทางความคิดหลักของ ปรัชญากฎหมายธรรมชาติกับปฏิฐานนิยมทางกฎหมาย กฎหมายแท้จริง กฎหมายธรรมชาติ กฎหมายที่แท้จริงคือ กฎหมายที่ถือเหตุผลเป็นใหญ่ “ Rational Theory of Law” ปฏิ ฐานนิยม กฎหมายที่แท้จริงคือ คำสั่ง ของรัฐาธิปัตย์ “Command Theory of Law”

PowerPoint Presentation: 

ความสุข ความทุกข์ ทางสายกลาง วางเฉย สงบ

PowerPoint Presentation: 

ลัทธิอรรถประโยชน์ (Utilitarianism) ปรัชญาเชิงจริยธรรม อรรถประโยชน์ = ประโยชน์นิยม ความสุขนิยม “ความสุขสูงสุดแก่คนจำนวนมากที่สุด”

PowerPoint Presentation: 

เยเรมี เบนแธม (Jeremy Bentham) หลักอรรถประโยชน์ “หลักการซึ่งใช้รับรองหรือปฏิเสธการกระทำใดๆ โดยพิเคราะห์จากแนวโน้มแห่งผลลัพธ์ ซึ่งปรากฏเป็นการเพิ่มหรือลดความสุขของบุคคลผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องด้วยกับการกระทำนั้นๆ” ความสุข ความทุกข์

PowerPoint Presentation: 

ความสุขของมนุษย์ตามหลักเบนแธม ความชำนาญสามารถ ความสุขในประสาทสัมผัส การมีชื่อเสียง ความมั่งคั่ง มิตรภาพ อำนาจ ความเชื่อถือศรัทธาทางศาสนา ความเมตตากรุณา ความทรงจำ ความอาฆาตมาดร้าย ความคาดหวัง จินตนาการ การบรรเทาความเจ็บปวด การคบค้าสมาคม

PowerPoint Presentation: 

เหตุปัจจัยสำคัญร่วม ระยะเวลายาวนาน ความเข้มข้น ความแน่นอน ความใกล้ชิดของการเกิดความสุข ความอุดมสมบูรณ์ ความบริสุทธิ์แท้จริง ขอบเขตหรือการแผ่ขยาย

PowerPoint Presentation: 

ผลลัพธ์เชิงความสุข ความสุข ปัจเจกชน สังคม = ผลรวมของผลประโยชน์ของสมาชิกในชุมชน

PowerPoint Presentation: 

ร่างกฎหมายที่เหมาะสม ประโยชน์ ของปัจเจกบุคคล ประโยชน์ ของชุมชน ผลประโยชน์

PowerPoint Presentation: 

ปริมาณ ความสุข ปริมาณผู้ได้รับความสุข คนกลุ่มน้อย คนกลุ่มมาก ความสุข ความทุกข์ ผลประโยชน์

PowerPoint Presentation: 

เป้าหมายของกฎหมายเพื่อประกันความสุข การจัดหาปัจจัยสำหรับการดำรงอยู่ (Subsistence) สร้างสรรค์ความมั่งคั่งสมบูรณ์ (Abundance) ให้ความเสมอภาค (Equality) รักษาความมั่นคง (Security)

PowerPoint Presentation: 

จอห์น สจ๊วต มิลล์ ( John Stuart Mill) กับลัทธิอรรถประโยชน์เชิงอุดมคติ ความสุขที่แท้จริง เป็นความพึงพอใจในเชิงปัญญาหรือสุนทรียศิลป์ คุณธรรม ความรัก ความรู้ ความเพลิดเพลิน ความงดงาม อารมณ์

PowerPoint Presentation: 

เบนแธมและมิลล์ ความแตกต่างทางความคิดเชิงอรรถประโยชน์ เบนแธม มิลล์ ความสุขทั้งหมดมีคุณค่าเท่ากันหมด เน้นประสาทสัมผัส ผลลัพธ์ความสุข เน้นความสุขของปัจเจกบุคคล อรรถประโยชน์เชิงสุขนิยม อรรถประโยชน์เชิงอุดมคติ ความสุขที่ละเอียดอ่อน ลึกซึ้งมากกว่าประสาทสัมผัส เน้นความสุขของสังคมส่วนรวม

PowerPoint Presentation: 

(สำนักกฎหมายประวัติศาสตร์) ( Historical School of Law ) In Savigny’s view, the law deeply rooted in the past of a nation, and its true sources were popular faith, custom, and “the common consciousness of the people”

PowerPoint Presentation: 

Romanticism Romance = Rationalism

PowerPoint Presentation: 

-ต้นตอขอสำนักคิดมาจากกระบวนการโรแมนติค (Romantic Movement) -Romanticism เป็นกระแสทางศิลปะวรรณคดี สอน เกี่ยวกับ - อารมณ์ (Emotion) - หัวใจ (Heart) - จิตวิญญาณ (Spirit) - จิตวิญญาณทำให้แต่ละยุคแต่ละชาติ แตกต่างกัน

PowerPoint Presentation: 

สำนักกฎหมายประวัติศาสตร์ เป็นแนวคิดที่คัดค้านว่า กฎหมายไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ กฎหมายไม่ได้เกิดจากอำเภอใจของผู้ใด

PowerPoint Presentation: 

(สำนักกฎหมายประวัติศาสตร์) (Historical School of Law ) ซาวิญยี่ ( Friedrich Carl Von Savigny 1779-1861) กฎหมายไม่ใช่สิ่งที่ผู้มีอำนาจจะกระทำตามอำเภอใจโดยพลการ แต่กฎหมายเป็นผลผลิตของสังคม ที่มีรากเหง้าหยั่งลึกในประวัติศาสตร์ของประชาชาติ กำเนิดและเติบโตจากประสบการณ์และหลักความประพฤติทั่วไปของประชาชน ซึ่งปรากฏในรูปประเพณี หรือ “จิต วิญญาน ร่วมของประชาชน”

PowerPoint Presentation: 

ซาวิญยี่ กฎหมายไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นตามใจชอบ แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยตัวของมันเอง แล้วเติบโตเปลี่ยนแปลงคลี่คลายไปตามประวัติศาสตร์ กฎหมายเป็นผลผลิตของชนในชาติ กฎหมายของชาติใดย่อมเป็นไปตามความคิดความรู้สึกของชาตินั้น เป็นจิต วิญญาน ของชนในชาติ ( Volksgeist )

PowerPoint Presentation: 

Volkgeist -ของชาติใดเหมือนกับลมปราณหรือวิญญาณ ของชาตินั้น -แต่ละชาติแตกต่างกันจากประสบการณ์ที่ สะสมในจิตใจตั้งแต่เริ่ม -ไม่ได้อยู่ภายใต้การบังคับของจิตหรือเจตจำนง ของคน จารีตประเพณี คือ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่มีอยู่ในจิตใจของคนในชาติ ที่แสดงออกเป็นความประพฤติปฏิบัติในสภาวะ และเหตุที่เกิดขึ้นในสังคม จารีตประเพณีจึงเป็นที่มาของกฎหมาย

PowerPoint Presentation: 

การบัญญัติกฎหมายต้องศึกษา ถึงจารีตประเพณีของชนในชาติ สาระความคิดพื้นฐาน 1. กฎหมายเป็นสิ่งที่ถูกค้นพบ มิใช่สิ่งที่ถูกสร้างขึ้น 2. จิตสำนึกของประชาชนถูกแสดงออกโดยนัก กฎหมาย 3. กฎหมายมิใช่สิ่งที่มีความสมบูรณ์อย่างสากล

PowerPoint Presentation: 

บทสรุป ทฤษฎีกฎหมาย รากฐานของกฎหมายหรือแก่นแท้ของกฎหมาย คือจิตวิญญาณของประชาชาติ ( Volksgeist)

PowerPoint Presentation: 

บทสรุป ทฤษฎีวิวัฒนาการของกฎหมาย กฎหมายเกิดขึ้นจากจิตวิญญาณแล้ววิวัฒนาการเป็นกฎหมายชาวบ้านและพัฒนาจากกฎหมายชาวบ้านไปสู่กฎหมายของนักกฎหมาย

PowerPoint Presentation: 

บทสรุป ทฤษฎีวิชานิติศาสตร์ การศึกษากฎหมายไม่ควรพิจารณาเพียงตัวบทกฎหมายที่เป็นลายลักษณ์อักษร หากไม่ดูถึงความเป็นมาในประวัติศาสตร์ เป็นวิธีการที่เรียกว่า “นิติวิธีทางประวัติศาสตร์” “Historical Juristic Method”

PowerPoint Presentation: 

ทฤษฎีนิติศาสตร์เชิงสังคมวิทยา (Sociological Jurisprudence) การปฏิวัติอุตสาหกรรม ความเปลี่ยนแปลงของสังคม การเอารัดเอาเปรียบ ความเจริญของวัตถุ สังคมอุตสาหกรรม ความคิดสังคมนิยมแบบวิทยาศาสตร์ การขยายตัวของประชาธิปไตยทางการเมือง

PowerPoint Presentation: 

แนวความคิดในเชิงสังคมวิทยา ปกป้องผลประโยชน์ของส่วนรวม มากกว่า ปกป้องผลประโยชน์ส่วนบุคคล

PowerPoint Presentation: 

รูดอล์ฟ ฟอน เยียริ่ง (Rudolf Von Jhering 1818-1892) วัตถุประสงค์ของกฎหมาย “กฎหมายในฐานะเป็นเครื่องมือเพื่อบรรลุเป้าหมาย” -กฎหมายเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการกระทำของมนุษย์ -กฎหมายเป็นเพียงกลไกที่มีหน้าที่ทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ -วัตถุประสงค์จึงเป็นเสมือนแหล่งกำเนิดของกฎหมาย วัตถุประสงค์เป็นผู้สร้างกฎหมาย

PowerPoint Presentation: 

รูดอล์ฟ ฟอน เยียริ่ง (Rudolf Von Jhering 1818-1892) กฎหมายเป็นเครื่องมือ เพื่อ ตอบสนอง ความต้องการของสังคม วัตถุประสงค์ของกฎหมายอยู่ที่ การ ปกป้องผล ประโยชน์ของสังคม กฎหมายมิได้ดำรงอยู่เพื่อปัจเจกบุคคล แต่ดำรงอยู่เพื่อรักษาประโยชน์ของปัจเจกบุคคล พร้อมกับผลประโยชน์ของสังคม

PowerPoint Presentation: 

รูดอล์ฟ ฟอน เยียริ่ง (Rudolf Von Jhering 1818-1892) การถ่วงดุลของผลประโยชน์ ผลประโยชน์ของปัจเจกชน ผลประโยชน์ของรัฐ ผลประโยชน์ของสังคม

PowerPoint Presentation: 

รูดอล์ฟ ฟอน เยียริ่ง (Rudolf Von Jhering 1818-1892) หลักเกี่ยวกับการคัดง้างการเคลื่อนตัวของสังคม การได้สิ่งตอบแทน การข่มขู่ลงโทษ หน้าที่และความรัก

PowerPoint Presentation: 

ลีออง ดิวกี (Leon Duguit 1859-1928) หลักความสมานฉันท์ของสังคม กฎหมายเป็นเครื่องมือเพื่อรับใช้จุดหมายแห่งความสมานฉันท์ของสังคม ความสมานฉันท์เป็นเสมือนบรรทัดฐานที่ใช้ตรวจสอบความสมบูรณ์ของกฎหมายต่างๆ

PowerPoint Presentation: 

ลีออง ดิวกี (Leon Duguit 1859-1928) แกนของกฎหมายอยู่ที่หน้าที่ เป็นเครื่องมือประกันว่าแต่ละคนได้ทำบทบาทของตนให้สำเร็จลุล่วงในการส่งเสริมการสมานฉันท์ของสังคม -ไม่เชื่อใจต่ออำนาจรัฐ -เน้นการกระจายอำนาจ -เน้นการกำหนดกฎหมายประเภทเดียวกันที่ใช้กับผู้ปกครองและผู้อยู่ใต้ปกครอง

PowerPoint Presentation: 

ลีออง ดิวกี (Leon Duguit 1859-1928) หน้าที่จึงเป็นพันธะของมนุษย์ทุกคน หน้าที่จึงสำคัญเพื่อการบรรลุเป้าหมายในการประสานความร่วมมือกันให้มากที่สุด โดยมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่ “การสร้างความสมานฉันท์ของสังคม”

PowerPoint Presentation: 

รอสโค พาวน์ (Roscoe Pound 1870-1964) ทฤษฎีว่าด้วยผลประโยชน์ (The Theory of Interests) : ทฤษฎีวิศวกรรมสังคม (Social Engineering Theory)

PowerPoint Presentation: 

ว่าด้วย เรื่องของการสร้าง กลไกในการคานผลประโยชน์ ต่างๆ ใน สังคม เพื่อให้เกิดความสมดุล เน้น ภารกิจของนักกฎหมายในการจัดระบบผลประโยชน์ ทฤษฎีวิศวกรรมสังคม (Social Engineering Theory) มุ่ง สร้างโครงสร้างใหม่อันมีประสิทธิภาพในการตอบสนองความต้องการของประชาชนสูงสุด โดยให้เกิดความร้าวฉานหรือการสูญเสียน้อยที่สุด

PowerPoint Presentation: 

ผลประโยชน์ตามแนวคิดของพาวด์ คือ ข้อเรียกร้อง ความต้องการ ความปรารถนา หน้าที่ กฎหมาย ตอบสนอง

PowerPoint Presentation: 

ผลประโยชน์ 3 ประเภทของพาวด์ ผลประโยชน์ของปัจเจกชน (Individual Interest) ผลประโยชน์ของมหาชน (Public Interest) ผลประโยชน์ของสังคม (Social Interest)

PowerPoint Presentation: 

ผลประโยชน์ของปัจเจกชน (Individual Interest) ด้านบุคลิกภาพส่วนตัว (Interest in personality) ความสัมพันธ์ทางครอบครัว (Domestic relation) เรื่องอันเป็นแก่นสาระสำคัญ (Interest of substance)

PowerPoint Presentation: 

ผลประโยชน์ของมหาชน (Public Interest) ผลประโยชน์ของรัฐ ในการครอบครอง เวนคืนทรัพย์สิน ในการพิทักษ์ปกป้องผลประโยชน์ของสังคม

PowerPoint Presentation: 

ผลประโยชน์ของสังคม (Social Interest) ความคาดหมายการดำรงชีวิตทางสังคม ความปลอดภัยทั่วไป ความปลอดภัยของสถาบันสังคม ประโยชน์สังคมในแง่ศีลธรรม การสงวนรักษาทรัพยากร ความก้าวหน้าทั่วไป

PowerPoint Presentation: 

ความก้าวหน้าทั่วไป รวมถึง ; ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม ผลประโยชน์ A ผลประโยชน์ B ความสมดุล การคานผลประโยชน์

PowerPoint Presentation: 

ลักษณะการคานผลประโยชน์ของพาวด์ ความเป็นกลางในน้ำหนักของคุณค่า การคานผลประโยชน์ต้องมองความสมดุลในแง่ผลลัพท์ที่จะส่งผลกระทบน้อยที่สุด ต่อ โครงสร้างแห่งระบบผลประโยชน์ของสังคม หรือ เป็นการพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ทั้งหมดให้มากเท่าที่จะเป็นได้ พร้อมกับการสูญเสียน้อยที่สุดต่อผลประโยชน์รวมทั้งหมดของสังคม

PowerPoint Presentation: 

ภาระสำคัญ 6 ประการของนักนิติศาสตร์สังคมวิทยา 1. ศึกษาถึงผลลัพท์ที่เกิดขึ้นจริงของสถาบันทางกฎหมายและ ทฤษฎีกฎหมาย 2. ศึกษาเชิงสังคมวิทยาในเรื่องการตระเตรียมการนิติบัญญัติ โดยเฉพาะในเรื่องผลของการนิติบัญญัติเชิงเปรียบเทียบ 3. ศึกษาถึงเครื่องมือหรือกลไกที่จะทำให้กฎเกณฑ์ทางกฎหมาย มีประสิทธิภาพ 4. ศึกษาประวัติศาสตร์กฎหมายเชิงสังคมวิทยา ด้วยการตรวจ พิจารณาดูว่ากฎหมายส่งผลลัพม์ประการใดในอดีต

PowerPoint Presentation: 

ภาระสำคัญ 6 ประการของนักนิติศาสตร์สังคมวิทยา 5. สนับสนุนให้มีการตัดสินคดีบุคคลอย่างมีเหตุผลและยุติธรรม 6. พยายามทำให้การบรรลุจุดมุ่งหมายของกฎหมายมีผลมากขึ้น

PowerPoint Presentation: 

ทฤษฎีกฎหมายของมาร์กซิสต์ (The Marxist Theory of Law) สสารธรรม จิต กาย สสารธรรม จิต

PowerPoint Presentation: 

ทฤษฎีกฎหมายของมาร์กซิสต์ (The Marxist Theory of Law) ประติการหรือวิภาษวิธี ความเปลี่ยนแปลง - ความขัดแย้ง

PowerPoint Presentation: 

ทฤษฎีกฎหมายของมาร์กซิสต์ (The Marxist Theory of Law) สสารธรรมประติการ สสารธรรมประวัติศาสตร์

PowerPoint Presentation: 

ภาพรวมของทฤษฎีมาร์กซิสต์ ไม่ปรากฏว่ามีทฤษฎีหรือแนวความคิดกับกฎหมายที่ถูกสร้างขึ้นอย่างเป็น “ระบบ” มีลักษณะของการสังเคราะห์ สร้างหรือตีความขึ้นเองบนพื้นฐานของแนวความคิดหรือข้อเขียนที่กระจัดกระจายไม่เป็นระบบ ทฤษฎีกฎหมายของมาร์กซิสต์ช่วงต้น วางอยู่บนพื้นฐานของแนวคิดนิยัตินิยมทางเศรษฐกิจ

PowerPoint Presentation: 

ภาพรวมของทฤษฎีมาร์กซิสต์ (ต่อ) มีท่าทีเหยียดหยันคุณค่าของกฎหมายทั่วไป เกลียดชังกฎหมาย มีลักษณะความเป็นเผด็จการ

PowerPoint Presentation: 

1. กฎหมายเป็นผลผลิตหรือผลสะท้อนของโครงสร้างทาง เศรษฐกิจหรือเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ 2. กฎหมายเป็นเสมือนหนึ่งเครื่องมือหรืออาวุธที่ชนชั้นปกครองสร้างขึ้น เพื่อปกป้องอำนาจของตน 3. ในสังคมคอมมิวนิสต์ที่สมบูรณ์ กฎหมายในฐานะที่เป็น เครื่องมือของการควบคุมสังคมจะเหือดหายและสูญสิ้น ไปในที่สุด

PowerPoint Presentation: 

กฎหมายเป็นผลผลิตหรือผลสะท้อนของโครงสร้างทาง เศรษฐกิจหรือเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ ไม่ยอมรับกับข้อสรุปด้านเดียวว่า กฎหมายเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดโดยเศรษฐกิจ กฎหมาย เศรษฐกิจ

PowerPoint Presentation: 

กฎหมายเป็นเสมือนหนึ่งเครื่องมือหรืออาวุธที่ชนชั้นปกครอง สร้างขึ้น เพื่อปกป้องอำนาจของตน กฎหมายเป็นเครื่องมือกดขี่ของชนชั้นปกครอง ชนชั้นใด เป็นผู้ออกกฎหมาย เงื่อนไขทางเศรษฐกิจ เป็นเช่นไร

PowerPoint Presentation: 

ในสังคมคอมมิวนิสต์ที่สมบูรณ์ กฎหมายในฐานะที่เป็นเครื่องมือของการควบคุมสังคมจะเหือดหายและสูญสิ้นไปในที่สุด การเหือดหายของกฎหมาย ? แนวคิด - ภราดรภาพของมนุษย์ - ความเสมอภาคที่แท้จริง - ไม่มีการแบ่งแยกผู้ปกครองกับผู้ใต้ปกครอง - ไม่มีรัฐที่บังคับให้คนอยู่ในระเบียบ - ไม่ต้องมีกฎหมาย

PowerPoint Presentation: 

สัจนิยมทางกฎหมาย (Legal Realism) ปัญหาต่อกฎหมาย และ ผู้พิพากษาที่ตัดสินคดี

PowerPoint Presentation: 

หลักการสัจนิยมทางกฎหมาย (Legal Realism) คำจำกัดความของกฎหมาย ลักษณะไม่ตายตัวและไม่อาจจะคาดคะเนของกฎหมาย ความบกพร่องทางตรรกวิธีและความกำกวมในภาษาทางกฎหมาย การใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาสมัยใหม่ ปัญหาการใช้ดุลพินิจของศาล

PowerPoint Presentation: 

กฎหมายในแนวสัจนิยมทางกฎหมาย (Legal Realism) กฎหมายคือ สิ่งที่เป็นรูปธรรมจากการใช้ การตีความให้ เกิดขึ้นตามความเป็นจริงโดยผู้พิพากษา กฎหมายเป็นผลมาจากการใช้ การตีความโดยผู้พิพากษาที่ จะบ่งชี้ความเป็นกฎหมายที่แท้จริง กฎหมายพิจารณาได้จากความจริงที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติที่ กระทำโดยศาลผ่านการใช้ การตีความกฎหมายมาแล้วจึง จะถือเป็นกฎหมายที่แท้จริง

PowerPoint Presentation: 

สัจนิยมแบบอเมริกัน โอลิเวอร์ เวนเดลล์ โฮม ผู้พิพากษาสามารถตัดสินคดีตามใจชอบ โดยมองจากประสบการณ์การทำงานของตนเอง “ประสบการณ์การทำงานไม่อาจปรุงแต่งกฎหมายให้เป็นอย่างไรก็ได้ตามที่ตนต้องการ”

PowerPoint Presentation: 

สัจจนิยมทางกฎหมายตามความคิดของโฮม 1. ตั้งข้อสังเกตกับกฎเกณฑ์ทั่วไป (General Rules) ถือว่ากฎเกณฑ์ทั่วไปไม่อาจนำมาตัดสินคดีความได้.... เพราะกฎเกณฑ์ทั่วไปไม่น่าเชื่อถือ 2. เน้นสาเหตุภายนอกของกฎหมาย (Extra-Legal Factors) 3. เน้นความสำคัญในสาเหตุที่ไม่มีจิตสำนึก (Unconcious Factors) ถือว่าคำตัดสินคดีมักมีอิทธิพลในสาเหตุที่ไม่มีจิตสำนึก เช่น ความพอใจ ความสามารถส่วนตัว ความเชื่องมงาย

PowerPoint Presentation: 

สัจจนิยมทางกฎหมายตามความคิดของโฮม 1. ตั้งข้อสังเกตกับกฎเกณฑ์ทั่วไป (General Rules) ถือว่ากฎเกณฑ์ทั่วไปไม่อาจนำมาตัดสินคดีความได้.... เพราะกฎเกณฑ์ทั่วไปไม่น่าเชื่อถือ 2. เน้นสาเหตุภายนอกของกฎหมาย (Extra-Legal Factors) 3. เน้นความสำคัญในสาเหตุที่ไม่มีจิตสำนึก ( Unconcious Factors) ถือว่าคำตัดสินคดีมักมีอิทธิพลในสาเหตุที่ไม่มีจิตสำนึก เช่น ความพอใจ ความสามารถส่วนตัว ความเชื่องมงาย

PowerPoint Presentation: 

สัจจนิยมทางกฎหมายตามความคิดของโฮม 4. ทัศนะสัมพันธ์ต่อความแน่นอนของกฎหมาย (reletivistic view of legal certainty) 5. ยอมรับว่าศาลเป็นข้อเท็จจริงที่มีชีวิต เห็นว่ากฎหมายควรง่ายและสอดคล้องกับความคาดหวัง ตลอดจนข้อเสนอแนะของปวงชน ศาลก็ควรมีนโยบายกว้างเพื่อประกอบการนำมาเป็นพื้นฐานของการใช้ดุลยพินิจ

PowerPoint Presentation: 

สัจนิยมแบบอเมริกัน จอห์น ชิปแมน เกรย์ “กฎหมายประกอบด้วยกฎเกณฑ์ต่างๆ ซึ่งศาลยุติธรรมกำหนดไว้” เขียนหนังสือชื่อ “ลักษณะและที่มาของกฎหมาย” - ศาลที่ให้ความเห็นในคดีความ ก็คือความหมายที่แท้จริงของการใช้กฎหมายเพื่อสังคม

PowerPoint Presentation: 

จอห์น ชิปแมน เกรย์ -กฎหมายหมายถึงสิ่งที่ศาลวางหลักและกฎเกณฑ์ในสิทธิและหน้าที่ -สิ่งที่ฝ่ายนิติบัญญัติร่างขึ้นไม่ใช่กฎหมายตามความหมายที่แท้จริง เป็นเพียงแต่ที่มาอย่างหนึ่งของกฎหมายเท่านั้น -คำพิพากษาก็ไม่ใช่กฎหมาย ถือเป็นเพียงที่มาของกฎหมายเท่านั้น

PowerPoint Presentation: 

สัจนิยมแบบอเมริกัน คาร์ล ลูเวลลิน “กฎหมายคือสิ่งที่เจ้าหน้าที่ได้กระทำลงในข้อพิพาทต่างๆ ” จึงควรเอาใจใส่ต่อพฤติกรรมหรือแบบแผนการวินิจฉัยตีความกฎหมายของศาลซึ่งมีความแตกต่างกัน ตามกาลเวลา และสถานที่ -ควรจำกัดอำนาจการใช้ดุลพินิจ -ผู้พิพากษาไม่ควรมีอิสระจนกระทั่งมีอำนาจชี้ขาด

PowerPoint Presentation: 

สัจนิยมแบบอเมริกัน เยโรม แฟรงค์ “แม้กฎเกณฑ์จะมีความชัดเจนและง่ายต่อการตีความ แต่กฎเกณฑ์ก็มีผลน้อยต่อคำตัดสินของศาลล่างโดยเฉพาะกับระบบลูกขุน” ศาลมีอิสระที่จะคิดและไตร่ตรองเพื่อวินิจฉัยคดี แต่ความมีอิสระก็ควรมีตามสมควร มีขอบเขตของความอิสระ เป็นอิสระที่เที่ยงธรรมโดยไม่ใช่อิสระมีอำนาจชี้ขาดแต่ผู้เดียว

PowerPoint Presentation: 

เยโรม แฟรงค์ แฟรงค์ กล่าวว่า “แม้แต่สังคมนิ่ง (Static Society) แห่งใดๆ มนุษย์ในสังคมเองก็ไม่อาจจะคาดคะเนข้อพาทในกฎหมายใดจะเกิดขึ้นในอนาคต การจัดทำกฎเกณฑ์นิรันดรโดยอ้างว่าสามารถระงับข้อพิพาทใดๆ ได้ เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก ทั้งนี้เพราะไม่มีผู้ใดสามารถคาดคะเนการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้ และก็เชื่อว่าสิ่งใหม่ๆ จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนนั่นเอง” เมื่อสภาพสังคมไม่สงบสุขจนไม่อาจจัดทำให้ปรับเข้ากับสังคมแปรปรวน จึงต้องอาศัยผู้พิพากษาช่วยแก้ไขปัญหาและเยียวยา

PowerPoint Presentation: 

สัจนิยมแบบสแกนดิเนเวียน อธิบายกฎหมายในเชิงจิตวิทยา เอเซล แฮกเกอร์สตอร์ม คาร์ล โอลิเวอร์โครน่า แอลฟ์ รอสส์ ความจริงที่สอดคล้องกับกฎหมายเป็นความจริงทางจิตวิทยา

PowerPoint Presentation: 

สำนักสัจนิยม บทสรุป สัจนิยมให้ความสำคัญกับผู้ใช้กฎหมาย ในที่นี้คือผู้พิพากษามากกว่าตัวบทกฎหมาย สัจนิยมมองที่หน้าที่ของกฎหมายและคำตัดสินของศาล

PowerPoint Presentation: 

สำนักสัจนิยม บทสรุป -สัจจนิยมให้ความสำคัญแก่ประสิทธิภาพการใช้กฎหมาย -ถือว่าคำวินิจฉันที่ดีที่สุดก็คือ คำวินิจฉัยที่มีสารัตถะ สอดคล้องกับการใช้การปฏิบัติที่ดีที่สุด -กฎหมายคือการใช้ของศาลอย่างพลวัติเฉพาะคดี คำวินิจฉัย ควรมีสาเหตุภายนอกทางกฎหมาย

PowerPoint Presentation: 

การเคารพนับถือกฎหมาย และการดื้อแพ่งกฎหมายของประชาชน

PowerPoint Presentation: 

เซนต์ พอล ยืนยันพันธะของศาสนาที่ต้องเชื่อฟังกฎหมายของ ฝ่ายศา สนจักร เซนต์ โทมัส อไค วนัส ถือว่ากฎหมายของมนุษย์ควรต้องได้รับการเคารพเชื่อฟัง เว้นแต่กฎหมายนั้นขัดต่อกฎหมายธรรมชาติ เบน แธม ยืนยันว่า เคารพเชื่อฟังกฎหมายอย่างสม่ำเสมอ ตรวจสอบวิจารณ์กฎหมายอย่างเสรี

PowerPoint Presentation: 

การเคารพกฎหมายของประชาชน “การเคารพเชื่อฟังกฎหมาย คือแก่นสาระสำคัญแห่งกฎหมาย” เหตุผล สิทธิเสรีภาพ สัญญาประชาคม ความชอบธรรม

PowerPoint Presentation: 

เหตุผลของการไม่เคารพนับถือกฎหมาย (ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมทย์) 1. ความบกพร่องหรือความไม่ดีของกฎหมาย 2. เนื่องจากผู้ออกกฎหมายบำเพ็ญตนอยู่เหนือกฎหมายเสีย เอง 3. ไม่มีการอธิบายเหตุผลหรือประโยชน์ของกฎหมายให้คน ทั่วไปเข้าใจ 4. กฎหมายมิได้ออกมาเพื่อประโยชน์ของประชาชนหรือ ออกมาโดยมิได้รับความยินยอมเห็นชอบของประชาชน

PowerPoint Presentation: 

การดื้อแพ่งของประชาชนต่อกฎหมาย เป็นการปฏิเสธการปฏิบัติตามกฎหมายด้วยความเชื่อมั่นในความถูกต้องของตน เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายโดยสันติวิธี พูดถึงการกระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย โดยเหตุผลทางมโนธรรม หรือความไม่เป็นธรรม โดยมีเป้าหมายที่จะเกิดความเปลี่ยนแปลง

PowerPoint Presentation: 

การดื้อแพ่งของประชาชนต่อกฎหมาย แนวคิดมากจากสำนักกฎหมายธรรมชาติ กล่าวคือ ถ้ากฎหมายไม่เป็นธรรมก็ไม่ใช่กฎหมาย จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องเคารพต่อกฎหมายนั้น

PowerPoint Presentation: 

การดื้อแพ่งของประชาชนต่อกฎหมาย โรแนล ดวอร์คิ้น การดื้อแพ่งต่อกฎหมายเป็นสิ่งที่ควรยอมรับภายใต้ข้อแม้ว่า การกระทำนั้นๆ ต้องไม่เป็นการกระตุ้นยั่วยุความรุนแรง และไม่ละเมิดสิทธิบุคคลอื่น ดังนั้น - ผู้ดื้อแพ่งจึงไม่ใช่อาชญากรแม้จะฝ่าฝืนกฎหมาย - รัฐไม่ควรดำเนินคดีอาญากับผู้ดื้อแพ่ง - รัฐควรทบทวนกฎหมาย นโยบาย

PowerPoint Presentation: 

การดื้อแพ่งของประชาชนต่อกฎหมาย เงื่อนไขแห่งความชอบธรรม ต้องเป็นการกระทำที่มีจุดประสงค์ของการสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นแก่สังคม เป็นการกระทำในเชิงการเมือง แต่ต้องไม่ใช่มุ่งทำลายระบบกฎหมายทั้งหมด กฎหมายที่ถูกต่อต้าน ต้องเป็นกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม ต้องกระทำโดยสันติวิธี เปิดเผย เป็นทางเลือกสุดท้าย

PowerPoint Presentation: 

หลักนิติธรรม (The Rule of Law)

PowerPoint Presentation: 

หลักนิติธรรม (The Rule of Law) การปกครองโดยถือกฎหมายเป็นใหญ่ กฎหมายเป็นสิ่งสูงสุด หลักความสูงสุดของกฎหมาย

PowerPoint Presentation: 

หลักนิติธรรม เป็นการปกครองโดยกฎหมายที่เป็นธรรม ถือว่าทุกคนเสมอภาคกันต้องเคารพกฎหมายเหมือนกัน ผู้ปกครองต้องถูกตรวจสอบได้โดยกระบวนการยุติธรรม

PowerPoint Presentation: 

หลักการของ I.C.J. หลักนิติธรรม เป็นหลักการยอมรับสิทธิเสรีภาพของมนุษย์ (ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์) สถาบัน ศาลที่อิสระและเป็นกลาง กระบวนการ ยุติธรรมทางอาญา -เป็นหลักการที่มุ่งคุ้มครองสิทธิทางแพ่ง ทางการเมือง ทางสังคม เศรษฐกิจ การศึกษาและวัฒนธรรม

PowerPoint Presentation: 

เอ.วี ได ซีย์ (1835-1922) กับแนวคิดหลักนิติธรรม 1. ฝ่ายบริหารต้องไม่มีอำนาจลงโทษบุคคลใดได้ตามอำเภอใจ 2. ไม่มีผู้ใดอยู่เหนือกฎหมาย หรือจะละเมิดกฎหมายไม่ได้ (ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและศาลเดียวกัน) 3. สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนต้องได้รับการรับรองโดย คำวินิจฉัยของศาลหรือกฎหมายธรรมดา ไม่ใช่กฎหมาย รัฐธรรมนูญ

PowerPoint Presentation: 

เอฟ. เอ. ไฮเยค การที่รัฐจะปฏิบัติภารกิจใดๆ ต้องอยู่ภายใต้การผูกมัดของกฎเกณฑ์ที่แน่นอน และประกาศให้ทราบกันล่วงหน้า

PowerPoint Presentation: 

ความยุติธรรม (Justice)

PowerPoint Presentation: 

เพลโต คือการทำความดี การทำในสิ่งที่ถูกต้อง ความยุติธรรมเป็นเสมือนองค์รวมของคุณธรรม และถือเป็นคุณธรรมสำคัญที่สุดยิ่งกว่าคุณธรรมอื่นใด คำตอบของความยุติธรรมพบได้ด้วย “ปัญญา” หรือการไตร่ตรองเชิงปัญญาลึกซึ้ง

PowerPoint Presentation: 

เพลโต ความยุติธรรมเป็นผลของการแบ่งแยกชนชั้น และการแบ่งหน้าที่ หมายถึง“การให้ทุกคนตามส่วนที่พึงจะได้รับ”

PowerPoint Presentation: 

อริสโตเติ้ล ความยุติธรรม เป็นคุณธรรมเฉพาะเรื่อง เป็นคุณธรรมทางสังคม แบ่งความยุติธรรมออกเป็น 2 ประเภท ความยุติธรรมโดยธรรมชาติ ความยุติธรรมตามแบบแผน

PowerPoint Presentation: 

อริส โต เติ้ล การแบ่งสันปันส่วนสิ่งอันพึงปรารถนา ต้องคำนึงถึง ความแตกต่างของแต่ละบุคคล คุณธรรม ความสามารถ ผลงาน

PowerPoint Presentation: 

ความสัมพันธ์ระหว่างความยุติธรรมกับกฎหมาย เคลเซ่น ความยุติธรรมเป็นคุณธรรมอย่างหนึ่งในจิตใจมนุษย์

PowerPoint Presentation: 

ความสัมพันธ์ระหว่างความยุติธรรมกับกฎหมาย ฮอบส์ ไม่มีกฎหมายที่ไม่มีความยุติธรรม ความยุติธรรมเป็นแก่นสารในอุดมคติในกฎหมายหรือ เป็นความคิดอุดมคติซึ่งเป็นเสมือนเป้าหมายสูงส่งของกฎหมาย

PowerPoint Presentation: 

ความยุติธรรมทางกฎหมาย ปฏิฐานนิยม คือการรักษาไว้ซึ่งคำสั่งที่เป็นกฎหมายและใช้กฎหมายอย่างมีมโนธรรมและถูกต้องโดยปราศจากความลำเอียง = ความยุติธรรมกับกฎหมายเป็นสิ่งเดียวกัน

PowerPoint Presentation: 

ความยุติธรรมทางกฎหมาย กฎหมายธรรมชาติ กฎหมายหมายต้องเดินตามความยุติธรรม กฎหมายเป็นเครื่องมือในการรักษาความยุติธรรม

PowerPoint Presentation: 

ความยุติธรรมทางสังคม ความยุติธรรมในการแบ่งสันปันส่วนทางเศรษฐกิจ ? รอลล์ เห็นว่า ความยุติธรรมทางสังคมไม่ได้จำกัดอยู่ที่การจัดสรรผลประโยชน์ทางวัตถุ แต่รวมถึงผลประโยชน์ที่เป็นนามธรรม

PowerPoint Presentation: 

รอลล์กับความยุติธรรมทางสังคม ความมี อิสระเสรี ภาพ มนุษย์จำต้องมีสิทธิเท่าเทียมกันในเสรีภาพขั้นพื้นฐาน อย่างมากที่สุด เสรีภาพทางการเมือง ส่วนบุคคล การครอบครองทรัพย์สินส่วนตัว การปลอดจากการจับกุมหรือควบคุมโดยพลการ

PowerPoint Presentation: 

รอลล์กับความยุติธรรมทางสังคม ความเสมอภาคทางโอกาส เป็นประโยชน์มากที่สุดแก่คนที่เสียเปรียบ หรือด้อยโอกาสที่สุดในสังคม เปิดกว้างหรือเกิดขึ้นได้ต่อทุกคนไม่ว่าในตำแหน่งใด ภายใต้เงื่อนไขความเสมอภาคที่เป็นธรรมในโอกาส

PowerPoint Presentation: 

ความเห็นศาลฎีกาที่ 144/2459 ความยุติธรรมแปลว่า ความประพฤติอันชอบด้วยพระราชกำหนดกฎหมายเท่านั้น ความเห็นส่วนบุคคลย่อมแปรปรวนไปต่างๆ ไม่มียุติธรรมได้เลย

PowerPoint Presentation: 

ทัศนะของนักกฎหมายไทยสมัยก่อน เกี่ยวกับกฎหมายและความยุติธรรม สนใจแต่ปัญหาว่า ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ไม่สนใจและไม่คำนึงว่ากฎหมายมีความยุติธรรมหรือไม่ ถือว่าความยุติธรรมเป็นสิ่งที่เชื่อไม่ได้ วางใจไม่ได้ เพราะเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน เป็นเรื่องนานาจิตตัง แล้วต่ว่าแต่ละคนจะคิดเอาตามใจ ความยุติธรรมจึงเป็นที่พึ่งของนักกฎหมายไม่ได้ สิ่งที่นักกฎหมายจะพึ่งได้ก็แต่บทกฎหมายเท่านั้น เพราะกฎหมายให้ความแน่นอนสม่ำเสมอมากกว่า

PowerPoint Presentation: 

พระราชดำรัสของ รัชกาลที่ ๙ เกี่ยวกับความยุติธรรม “โดยที่กฎหมายเป็นแต่เครื่องมือในการรักษาความยุติธรรมจึงไม่ควรมีความสำคัญยิ่งกว่าความยุติธรรม หากควรจะต้องถือว่าความยุติธรรมมาก่อนกฎหมายและอยู่เหนือกฎหมาย การพิจารณาพิพากษาอรรถคดีใดๆ โดยคำนึงถึงแต่ความถูกผิดตามกฎหมายเท่านั้นดูจะไม่เป็นการเพียงพอ จำต้องคำนึงถึงความยุติธรรมซึ่งเป็นจุดประสงค์ด้วยเสมอ การใช้กฎหมายจึงจะมีความหมายและได้ผลที่ควรจะได้”

PowerPoint Presentation: 

จบคำบรรยายสำหรับวันนี้ เพียงเท่านี้