ดาวฤกษ์

Views:
 
Category: Education
     
 

Presentation Description

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ห้อง 1 เลขที่ 24 25 34 42 44 โรงเรียนเซนต์โยเซฟ บางนา

Comments

Presentation Transcript

ดาวฤกษ์: 

ดาวฤกษ์ โดยนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ห้อง 1 กลุ่ม 6 เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา วิทยาศาสตร์พื้นฐาน ภาคเรียนที่ 2 / 2554 โรงเรียนเซนต์โยเซฟ บางนา

วัตถุประสงค์: 

วัตถุประสงค์ เพื่อฝึกการทำงานเป็นทีม เพื่อฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริมการศึกษานอกห้องเรียน

ดาวฤกษ์: 

ดาวฤกษ์ ดาวฤกษ์ คืออะไร? คุณสมบัติ การตั้งชื่อดาวฤกษ์ การจัดประเภท หน่วยวัด โครงสร้างดาวฤกษ์ กำเนิดและวิวัฒนาการ แบบทดสอบก่อน-หลังเรียน การกระจายตัว บรรณานุกรม

การตั้งชื่อดาวฤกษ์: 

การตั้งชื่อดาวฤกษ์ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัส ดาวเสาร์

กำเนิดและวิวัฒนาการ: 

กำเนิดและวิวัฒนาการ การก่อตัวของดาวฤกษ์ก่อนกำเนิด แถบลำดับหลัก หลังแถบลำดับหลัก

คุณสมบัติ: 

คุณสมบัติ อายุ องค์ประกอบทางเคมี เส้นผ่านศูนย์กลาง การเคลื่อนที่ สนามแม่เหล็ก มวล การหมุนรอบตัวเอง อุณหภูมิ

ดาวฤกษ์ คืออะไร?: 

ดาวฤกษ์ คืออะไร? ดาวฤกษ์ คือวัตถุท้องฟ้าที่เป็นก้อนพลาสมาสว่างขนาดใหญ่ที่คงอยู่ได้ด้วยแรงโน้มถ่วง ดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุด คือ ดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นแหล่ง พลังงาน หลักของโลก เราสามารถมองเห็นดาวฤกษ์อื่น ๆ ได้บนท้องฟ้ายามราตรี หากไม่มีแสงจากดวงอาทิตย์บดบัง ในประวัติศาสตร์ ดาวฤกษ์ที่โดดเด่นที่สุดบนทรงกลมท้องฟ้าจะถูกจัดเข้าด้วยกันเป็นกลุ่มดาว และดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุดจะได้รับการตั้งชื่อโดยเฉพาะ นักดาราศาสตร์ได้จัดทำบัญชีรายชื่อดาวฤกษ์เพิ่มเติมขึ้นมากมาย เพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการตั้งชื่อดาวฤกษ์

การตั้งชื่อดาวฤกษ์: 

การตั้งชื่อดาวฤกษ์ ดาวพุธ ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์ที่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด ชื่อของดาวเคราะห์ คือ Mercury เป็นชื่อในภาษาโรมัน โดยเป็นชื่อของผู้ส่งสารของพระเจ้า ซึ่งมีความรวดเร็ว เนื่องจากดาวพุธ ปรากฏและหายไปอย่างรวดเร็ว ในช่วงเช้า หรือช่วงค่ำนั่นเอง

การตั้งชื่อดาวฤกษ์: 

การตั้งชื่อดาวฤกษ์ ดาวศุกร์ เป็นชื่อเทพธิดาแห่งความงาม ( Venus) เนื่องจาก เป็นดาวเคราะห์ที่สว่างที่สุด เมื่อมองจากโลก และสังเกตเห็นได้ง่าย แม้ว่าความเป็นจริงแล้ว ดาวดวงนี้จะไม่สามารถมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้เนื่องจากอุณหภูมิเฉลี่ยสูงมากก็ตาม แต่ ครั้งหนี่ง นักวิทยาศาสตร์เคยเชื่อว่า ดาวศุกร์ มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่

การตั้งชื่อดาวฤกษ์: 

การตั้งชื่อดาวฤกษ์ ดาวอังคาร ดาวอังคารเป็นชื่อของเทพเจ้า แห่งสงคราม และการเกษตร มักรู้จักกัน ในนามของ "ดาวแดง" ( The Red Planets) ซึ่งมักจะมี นิยายวิทยาศาสตร์มากมาย ที่กล่าวถึงดาวดวงนี้ โดยเฉพาะ เมื่อกล่าวถึง สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ บนดาวอังคาร

การตั้งชื่อดาวฤกษ์: 

การตั้งชื่อดาวฤกษ์ ดาวพฤหัส ดาวพฤหัสเป็นชื่อของเทพเจ้า Jupiter ( หรือ Zeus) ซึ่งเป็นราชาของเทพเจ้าทั้งปวง และดาวพฤหัส ก็เป็นดาวเคราะห์ ที่ใหญ่ที่สุด ในระบบสุริยะจักรวาลของเรา มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ประมาณ 11 เท่าของโลก มีระบบดาวบริวารของตนเอง ไม่ต่ำกว่า 16 ดวง

การตั้งชื่อดาวฤกษ์: 

การตั้งชื่อดาวฤกษ์ ดาวเสาร์ ดาวเสาร์เป็นชื่อของเทพเจ้า แห่งการเกษตร ชื่อ Saturn เป็นดาวเคราะห์ ที่มีวงแหวนที่สวยงาม ซึ่งประกอบด้วยฝุ่น และน้ำแข็ง นับร้อยวงเลยทีเดียว

หน่วยวัด: 

หน่วยวัด คุณลักษณะของดาวฤกษ์โดยมากจะระบุโดยใช้มาตราเอสไอ หรืออาจมีที่ใช้มาตราซีจีเอสบ้างจำนวนหนึ่ง (ตัวอย่างเช่น การระบุค่าความส่องสว่างเป็น เออร์กต่อวินาที) ค่าของมวล ความส่องสว่าง และรัศมี มักระบุในหน่วยของดวงอาทิตย์ โดยอ้างอิงจากคุณลักษณะของดวงอาทิตย์ ดังนี้ มวลดวงอาทิตย์ : กก. ความสว่างดวงอาทิตย์ : วัตต์ รัศมีดวงอาทิตย์ : ม. สำหรับหน่วยความยาวที่ยาวมากๆ เช่นรัศมีของดาวฤกษ์ยักษ์ หรือค่ากึ่งแกนเอกของระบบดาวคู่ มักระบุโดยใช้หน่วยดาราศาสตร์ ( AU ) ซึ่งมีค่าโดยประมาณเท่ากับระยะทางจากโลกถึงดวงอาทิตย์ (ประมาณ 150 ล้านกิโลเมตร หรือ 93 ล้านไมล์)

กำเนิดและวิวัฒนาการ: 

กำเนิดและวิวัฒนาการ การก่อตัวของดาวฤกษ์ก่อนกำเนิด จุดกำเนิดของดาวฤกษ์เกิดขึ้นจากแรงโน้มถ่วงที่ไม่เสถียรภายในเมฆโมเลกุล โดยมากมักเกิดจากคลื่นกระแทกจากซูเปอร์โนวา (การระเบิดขนาดใหญ่ของดาวฤกษ์) หรือจากการแตกสลายของดาราจักรสองแห่งที่ปะทะกัน (เช่นในดาราจักรชนิดดาวกระจาย) เมื่อย่านเมฆนั้นมีความหนาแน่นเพียงพอจนถึงขอบเขตความไม่เสถียรของฌ็อง มันจึงยุบตัวลงด้วยแรงโน้มถ่วงภายในของมันเอง

กำเนิดและวิวัฒนาการ: 

กำเนิดและวิวัฒนาการ ขณะที่เมฆโมเลกุลยุบตัวลง ฝุ่นและแก๊สหนาแน่นก็เข้ามาเกาะกลุ่มอยู่ด้วยกัน เรียกว่า กลุ่มเมฆบอก ยิ่งกลุ่มเมฆยุบตัวลง ความหนาแน่นภายในก็เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ พลังงานจากแรงโน้มถ่วงถูกแปลงไปกลายเป็นความร้อนซึ่งทำให้อุณหภูมิสูงยิ่งขึ้น เมื่อเมฆดาวฤกษ์ก่อนเกิดนี้ดำเนินไปจนกระทั่งถึงสภาวะสมดุลของอุทกสถิต จึงเริ่มมีดาวฤกษ์ก่อนเกิดก่อตัวขึ้นที่ใจกลางดาวฤกษ์ก่อนแถบลำดับหลักมักจะมีแผ่นจานดาวเคราะห์ก่อนเกิดล้อมรอบอยู่ ช่วงเวลาของการแตกสลายด้วยแรงโน้มถ่วงนี้กินเวลาประมาณ 10-15 ล้านปี

กำเนิดและวิวัฒนาการ: 

กำเนิดและวิวัฒนาการ แถบลำดับหลัก ช่วงเวลากว่า 90% ของดาวฤกษ์จะใช้ไปในการเผาผลาญไฮโดรเจนเพื่อสร้างฮีเลียมด้วยปฏิกิริยาแรงดันสูงและอุณหภูมิสูงที่บริเวณใกล้แกนกลาง เรียกดาวฤกษ์เหล่านี้ว่าเป็นดาวฤกษ์ที่อยู่ในแถบลำดับหลักหรือดาวแคระ นับแต่ช่วงอายุเป็น 0 ในแถบลำดับหลัก สัดส่วนฮีเลียมในแกนกลางดาวจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผลที่เกิดขึ้นตามมาเพื่อการรักษาอัตราการเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชั่นในแกนกลางคือ ดาวฤกษ์จะค่อย ๆ มีอุณหภูมิสูงขึ้นและความส่องสว่างเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆตัวอย่างเช่น ดวงอาทิตย์มีค่าความส่องสว่างเพิ่มขึ้นนับจากเมื่อครั้งเข้าสู่แถบลำดับหลักครั้งแรกเมื่อ 4,600 ล้านปีก่อนราว 40%

กำเนิดและวิวัฒนาการ: 

กำเนิดและวิวัฒนาการ หลังแถบลำดับหลัก เมื่อดาวฤกษ์ที่มีมวลอย่างน้อย 0.4 เท่าของมวลดวงอาทิตย์หมดไฮโดรเจนในแกนกลาง พื้นผิวชั้นนอกของมันจะขยายตัวอย่างมากและดาวจะเย็นลง ซึ่งเป็นการก่อตั้งของดาวยักษ์แดง ยกตัวอย่างเช่น อีกภายใน 5 พันล้านปี เมื่อดวงอาทิตย์กลายเป็นดาวยักษ์แดง มันจะขยายตัวออกจนมีรัศมีสูงสุดราว 1 หน่วยดาราศาสตร์ (150,000,000 กม.) หรือคิดเป็นขนาด 2.5 เท่าของขนาดในปัจจุบัน และเมื่อดวงอาทิตย์กลายเป็นดาวยักษ์แดง มันจะสูญเสียมวลไปราว 30% ของมวลดวงอาทิตย์ในปัจจุบัน

การกระจายตัว: 

การกระจายตัว นอกจากดาวฤกษ์ที่อยู่อย่างโดดเดี่ยว ระบบดาวหลายดวงมักประกอบด้วยดาวฤกษ์ตั้งแต่ 2 ดวงขึ้นไปที่เกี่ยวพันกันอยู่ด้วยแรงโน้มถ่วงดึงดูดระหว่างกัน ทำให้ต่างโคจรไปรอบกันและกัน ระบบดาวหลายดวงที่พบมากที่สุดคือ ระบบดาวคู่ แต่ก็มีระบบดาว 3 ดวงหรือมากกว่านั้นให้พบเห็นด้วยเช่นกัน ตามหลักการเสถียรภาพของวงโคจร ในระบบดาวหลายดวงมักแบ่งสัดส่วนการโคจรออกเป็นระดับชั้นซึ่งแต่ละชั้นมีลักษณะคล้ายกับระบบดาวคู่นอกจากนี้ยังมีระบบดาวที่ใหญ่ขึ้นไปอีกเรียกว่า กระจุกดาว ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มของดาวฤกษ์ที่อยู่ด้วยกันอย่างหลวม ๆ อาจมีดาวเพียงไม่กี่ดวง ไปจนถึงกระจุกดาวทรงกลมที่มีดาวฤกษ์สมาชิกนับหลายร้อยหลายพันดวง

คุณสมบัติ: 

คุณสมบัติ อายุ ดาวฤกษ์ส่วนใหญ่มีอายุอยู่ระหว่าง 1 พันล้านถึง 1 หมื่นล้านปี มีบ้างบางดวงที่อาจมีอายุถึง 13,700 ล้านปีซึ่งเป็นอายุโดยประมาณของเอกภพ ดาวฤกษ์ที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่ค้นพบขณะนี้คือ HE 1523-0901 ซึ่งมีอายุโดยประมาณ 13,200 ล้านปี ยิ่งดาวฤกษ์มีมวลมากเท่าใด ก็จะยิ่งมีอายุสั้นเท่านั้น ทั้งนี้เนื่องจากดาวฤกษ์ที่มีมวลมากจะมีแรงดันภายในแกนกลางที่สูงกว่า ทำให้การเผาผลาญไฮโดรเจนเป็นไปในอัตราที่สูงกว่า ดาวฤกษ์มวลมากที่สุดมีอายุเฉลี่ยเท่าที่พบราว 1 ล้านปี ส่วนดาวฤกษ์ที่มีมวลน้อยที่สุด (ดาวแคระแดง) เผาผลาญพลังงานภายในตัวเองในอัตราที่ต่ำมาก และมีอายุอยู่ยาวนานตั้งแต่หลักพันล้านจนถึงหมื่นล้านปี

คุณสมบัติ: 

คุณสมบัติ องค์ประกอบทางเคมี เมื่อแรกที่ดาวฤกษ์ก่อตัวขึ้น มันประกอบด้วยไฮโดรเจน 71% และฮีเลียม 27% โดยมวล กับสัดส่วนของธาตุหนักอีกเล็กน้อย โดยทั่วไปเราวัดปริมาณของธาตุหนักในรูปขององค์ประกอบเหล็กในชั้นบรรยากาศของดาวฤกษ์ เนื่องจากเหล็กเป็นธาตุพื้นฐาน และการตรวจวัดเส้นการดูดซับของมันก็ทำได้ง่าย ในเมฆโมเลกุลอันเป็นต้นกำเนิดของดาวฤกษ์จะอุดมไปด้วยธาตุหนักมากมายที่ได้มาจากซูเปอร์โนวาหรือการระเบิดของดาวฤกษ์รุ่นแรก ดังนั้นการตรวจวัดองค์ประกอบทางเคมีของดาวฤกษ์จึงสามารถใช้ประเมินอายุของมันได้ เราอาจใช้องค์ประกอบธาตุหนักในการวินิจฉัยได้ด้วยว่าดาวฤกษ์ดวงนั้นน่าจะมีระบบดาวเคราะห์ของตนเองหรือไม่

คุณสมบัติ: 

คุณสมบัติ เส้นผ่านศูนย์กลาง ดาวฤกษ์ต่างๆ อยู่ห่างจากโลกมาก ดังนั้นนอกจากดวงอาทิตย์แล้ว เราจึงมองเห็นดาวฤกษ์ต่างๆ เป็นเพียงจุดแสงเล็กๆ ในเวลากลางคืน ส่องแสงกระพริบวิบวับเนื่องมาจากผลจากชั้นบรรยากาศของโลก ดวงอาทิตย์ก็เป็นดาวฤกษ์ดวงหนึ่ง แต่อยู่ใกล้กับโลกมากพอจะปรากฏเห็นเป็นรูปวงกลม และให้แสงสว่างในเวลากลางวัน นอกเหนือจากดวงอาทิตย์แล้ว ดาวฤกษ์ที่มีขนาดปรากฏใหญ่ที่สุดคือ R Doradus ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางเชิงมุมเพียง 0.057 พิลิปดา

คุณสมบัติ: 

คุณสมบัติ การเคลื่อนที่ ลักษณะการเคลื่อนที่ของดาวฤกษ์เมื่อเปรียบเทียบกับดวงอาทิตย์ของเรา สามารถให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการเรียนรู้ถึงจุดกำเนิดและอายุของดาว รวมไปถึงโครงสร้างและวิวัฒนาการของดาราจักรโดยรอบ องค์ประกอบการเคลื่อนที่ของดาวฤกษ์ประกอบด้วย ความเร็วแนวเล็ง ที่วิ่งเข้าหาหรือวิ่งออกจากดวงอาทิตย์ และการเคลื่อนที่เชิงมุมที่เรียกว่า การเคลื่อนที่เฉพาะ

คุณสมบัติ: 

คุณสมบัติ สนามแม่เหล็ก สนามแม่เหล็กของดาวฤกษ์เกิดขึ้นจากบริเวณภายในของดาวที่ซึ่งเกิดการไหลเวียนของการพาความร้อน การเคลื่อนที่นี้ทำให้ประจุในพลาสมาทำตัวเสมือนเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบไดนาโม ซึ่งทำให้เกิดสนามแม่เหล็กแผ่ขยายออกมาภายนอกดวงดาว กำลังของสนามแม่เหล็กนี้แปรตามขนาดของมวลและองค์ประกอบของดาว ส่วนขนาดของกิจกรรมพื้นผิวสนามแม่เหล็กก็ขึ้นกับอัตราการหมุนรอบตัวเองของดาวฤกษ์นั้น กิจกรรมที่พื้นผิวสนามแม่เหล็กนี้ทำให้เกิดจุดบนดาวฤกษ์ อันเป็นบริเวณที่มีสนามแม่เหล็กเข้มกว่าปกติและมีอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำกว่าปกติ วงโคโรนาคือแนวสนามแม่เหล็กโค้งที่แผ่เข้าไปในโคโรนา ส่วนเปลวดาวฤกษ์คือการระเบิดของอนุภาคพลังงานสูงที่แผ่ออกมาเนื่องจากกิจกรรมพื้นผิวสนามแม่เหล็ก

คุณสมบัติ: 

คุณสมบัติ มวล หนึ่งในบรรดาดาวฤกษ์ที่มีมวลมากที่สุดที่รู้จักกัน คือ Eta Carinae ซึ่งมีมวลมากกว่ามวลดวงอาทิตย์ราว 100-150 เท่า ช่วงอายุของมันสั้นมาก เพียงประมาณไม่กี่ล้านปีเท่านั้น ผลจากการศึกษากระจุกดาวอาร์เชสเมื่อเร็ว ๆ นี้แสดงให้เห็นว่า มวลขนาด 150 เท่าของมวลดวงอาทิตย์จัดเป็นขีดจำกัดสูงสุดของดาวฤกษ์ในเอกภพในยุคปัจจุบัน สาเหตุของขีดจำกัดนี้ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่น่าจะมีความเกี่ยวข้องส่วนหนึ่งกับความส่องสว่างเอ็ดดิงตัน ซึ่งอธิบายถึงค่าความส่องสว่างสูงสุดที่สามารถแผ่ผ่านบรรยากาศของดาวฤกษ์ได้โดยไม่ยิงพวยแก๊สออกไปในอวกาศ

คุณสมบัติ: 

คุณสมบัติ การหมุนรอบตัวเอง เราสามารถประมาณอัตราการหมุนรอบตัวเองของดาวฤกษ์ได้โดยอาศัยวิธีการวัดสเปกโตรสโกปี หรือจะวัดให้แม่นยำยิ่งขึ้นได้โดยการติดตามอัตราการหมุนของจุดบนดาวฤกษ์ ดาวฤกษ์ที่มีอายุน้อยจะมีอัตราการหมุนรอบตัวเองที่เร็วกว่าประมาณ 100 กม/วินาทีที่แนวศูนย์สูตร

คุณสมบัติ: 

คุณสมบัติ อุณหภูมิ อุณหภูมิของดาวฤกษ์เป็นตัวบ่งบอกถึงอัตราการแผ่พลังงานหรือการแผ่ประจุของธาตุที่แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลถึงคุณสมบัติการดูดกลืนเส้นสเปกตรัมที่แตกต่างกันด้วย เมื่อเราทราบค่าอุณหภูมิพื้นผิวของดาวฤกษ์ ค่าความส่องสว่างปรากฏ ความส่องสว่างสัมบูรณ์ และคุณสมบัติการดูดกลืนแสง เราจึงสามารถจัดประเภทของดาวฤกษ์ได้

การจัดประเภท: 

การจัดประเภท ระบบการจัดประเภทดาวฤกษ์อย่างที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้เริ่มต้นมาแต่ช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยแบ่งดาวฤกษ์ออกเป็นประเภทต่างๆ ตั้งแต่ A จนถึง Q ตามความเข้มของเส้นสเปกตรัมไฮโดรเจน ในเวลานั้นยังไม่ทราบกันว่า อิทธิพลสำคัญของความเข้มของเส้นสเปกตรัมคือ อุณหภูมิ เส้นสเปกตรัมไฮโดรเจนจะเข้มมากที่สุดที่อุณหภูมิประมาณ 9000 เคลวิน และอ่อนลงทั้งกรณีที่อุณหภูมิสูงหรือต่ำกว่านั้น ครั้นเมื่อเปลี่ยนวิธีการจัดประเภทดาวฤกษ์มาเป็นการอิงตามระดับอุณหภูมิ จึงได้มีลักษณะคล้ายคลึงกับรูปแบบการจัดประเภทในสมัยใหม่

การจัดประเภท: 

การจัดประเภท

โครงสร้างดาวฤกษ์: 

โครงสร้างดาวฤกษ์ โครงสร้างภายในของดาวฤกษ์ที่เสถียรจะอยู่ในสภาวะสมดุลอุทกสถิต คือแรงกระทำจากปริมาตรขนาดเล็กแต่ละชุดที่กระทำต่อกันและกันจะมีค่าเท่ากันพอดี สมดุลของแรงประกอบด้วยแรงดึงเข้าภายในที่เกิดจากแรงโน้มถ่วง และแรงผลักออกภายนอกที่เกิดจากแรงดันภายในของดาวฤกษ์ ระดับแรงดันภายในนี้เกิดขึ้นจากระดับอุณหภูมิของพลาสมาที่ค่อยๆ ลดหลั่นกัน โดยที่ด้านนอกของดาวฤกษ์จะมีอุณหภูมิต่ำกว่าด้านใน ผลของอุณหภูมิและแรงดันอันเกิดจากการเผาผลาญไฮโดรเจนที่แกนกลางดาวฤกษ์ในแถบลำดับหลักนี้มีเพียงพอที่จะทำให้เกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน และสร้างพลังงานได้มากพอจะต้านทานการยุบตัวของดาวฤกษ์ได้

โครงสร้างดาวฤกษ์: 

โครงสร้างดาวฤกษ์ เขตแผ่รังสี คือบริเวณภายในดาวฤกษ์ที่ซึ่งมีการถ่ายเทรังสีอย่างมีประสิทธิผลพอจะทำให้เกิดการไหลของกระแสพลังงานได้ ในย่านนี้จะไม่มีการหมุนเวียนของพลาสมา และมวลต่างๆ ล้วนหยุดนิ่ง หากไม่มีสภาวะนี้เกิดขึ้น พลาสมาจะเกิดการปั่นป่วนและเกิดกระบวนการพาความร้อนขึ้น ทำให้เกิดเป็นย่านเรียกว่าเขตพาความร้อน ลักษณะเช่นนี้อาจเกิดขึ้นได้ในบริเวณที่มีกระแสพลังงานไหลเวียนสูงมาก เช่นบริเวณใกล้แกนกลางของดาวหรือบริเวณที่มีการส่องสว่างสูงมากเช่นที่บริเวณชั้นผิวรอบนอก

โครงสร้างดาวฤกษ์: 

โครงสร้างดาวฤกษ์ ส่วนประกอบของดาวฤกษ์ที่ผู้สังเกตสามารถมองเห็นได้ เรียกว่า โฟโตสเฟียร์ เป็นชั้นเปลือกที่ซึ่งพลาสมาของดาวฤกษ์กลายสภาพเป็นโฟตอนของแสง จากจุดนี้ พลังงานที่กำเนิดจากแกนกลางของดาวจะแพร่ออกไปสู่อวกาศอย่างอิสระ ในบริเวณโฟโตสเฟียร์นี้เองที่ปรากฏจุดดับบนดวงอาทิตย์หรือพื้นที่ที่อุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิเฉลี่ยตามปกติ

โครงสร้างดาวฤกษ์: 

โครงสร้างดาวฤกษ์ เหนือกว่าชั้นของโฟโตสเฟียร์จะเป็นชั้นบรรยากาศของดาวฤกษ์ สำหรับดาวฤกษ์บนแถบลำดับหลักเช่นดวงอาทิตย์ ชั้นบรรยากาศต่ำที่สุดคือชั้นโครโมสเฟียร์บางๆ ซึ่งเป็นจุดเกิดของสปิคูลและเป็นจุดกำเนิดเปลวดาวฤกษ์ ล้อมรอบด้วยชั้นเปลี่ยนผ่านซึ่งอุณหภูมิจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะทางเพียง 100 กิโลเมตรโดยประมาณ พ้นจากชั้นนี้จึงเป็นโคโรนา ซึ่งเป็นพลาสมาความร้อนสูงมวลมหาศาลที่พุ่งผ่านออกไปภายนอกเป็นระยะทางหลายล้านกิโลเมตร ดูเหมือนว่า โคโรนาจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่ดาวฤกษ์มีย่านการพาความร้อนอยู่ที่ชั้นเปลือกนอกของพื้นผิว โคโรนามีอุณหภูมิที่สูงมาก แต่กลับให้กำเนิดแสงสว่างเพียงเล็กน้อย เราจะสามารถมองเห็นย่านโคโรนาของดวงอาทิตย์ได้ในเวลาที่เกิดสุริยคราสเท่านั้น

โครงสร้างดาวฤกษ์: 

โครงสร้างดาวฤกษ์ พ้นจากโคโรนา เป็นอนุภาคพลาสมาที่เป็นต้นกำเนิดลมสุริยะแผ่กระจายออกไปจากดาวฤกษ์ กว้างไกลออกไปจนกระทั่งมันปะทะกับมวลสารระหว่างดาว สำหรับดวงอาทิตย์ อาณาบริเวณที่ลมสุริยะมีอิทธิพลกว้างไกลออกไปเป็นรูปทรงคล้ายลูกโป่ง เรียกชื่อย่านภายใต้อิทธิพลของลมสุริยะนี้ว่า เฮลิโอสเฟียร์

โครงสร้างดาวฤกษ์: 

โครงสร้างดาวฤกษ์

แบบทดสอบก่อน-หลังเรียน: 

1. ดาวฤกษ์ คืออะไร ก. วัตถุท้องฟ้าที่เป็นก้อนพลาสมา ข. วัตถุที่มีลักษณะกลม ค. วัตถุที่มีแสงในตัวเอง ง. วัตถุที่ไม่มีแสงในตัวเอง 2. ดาวฤกษ์ใด อยู่ใกล้โลกมากที่สุด ก. ดาวพุธ ข. ดาวศุกร์ ค. ดวงอาทิตย์ ง. ดาวเนปจูน แบบทดสอบก่อน-หลังเรียน

PowerPoint Presentation: 

3. ดาวพุธ มีชื่อเรียกว่าอะไร ก. Mercury ข. Venus ค. Jupiter ง. Saturn 4. ดาวศุกร์ มีชื่อเรียกว่าอะไร ก. Mercury ข. Venus ค. Jupiter ง. Saturn

PowerPoint Presentation: 

5. ดาวดวงใดมีชื่อเรียกว่า “ ดาวแดง ” ก. ดาวพุธ ข. ดาวศุกร์ ค. ดาวอังคาร ง. ดาวพฤหัส 6. ดาวดวงใดใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะจักรวาล ก. ดาวพุธ ข. ดาวศุกร์ ค. ดาวอังคาร ง. ดาวพฤหัส

PowerPoint Presentation: 

7. การแตกสลายด้วยแรงโน้มถ่วงใช้เวลากี่ปี ก. 1-5 ล้านปี ข. 10-15 ล้านปี ค. 16-20 ล้านปี ง. 21-30 ล้านปี 8. ระบบดาวหลายดวงที่พบมากที่สุดคือ ก. ระบบดาวเดี่ยว ข. ระบบดาวคู่ ค. ระบบดาว 3 ดวง ง. กระจุกดาว

PowerPoint Presentation: 

9. ระบบดาวที่ใหญ่ที่สุดคือ ก. ระบบดาวเดี่ยว ข. ระบบดาวคู่ ค. ระบบดาว 3 ดวง ง. กระจุกดาว 10. ดาวฤกษ์ส่วนใหญ่มีอายุระหว่างกี่ปี ก. 1 แสน – 1 ล้านล้านปี ข. 1 หมื่น – 1 แสนล้านปี ค. 1 พัน – 1 หมื่นล้านปี ง. 1 ร้อย – 1 พันล้านปี

PowerPoint Presentation: 

11. ดาวฤกษ์ที่มีมวลน้อยที่สุดคือ ก. ดาวแคระแดง ข. ดวงอาทิตย์ ค. ดวงจันทร์ ง. ไม่มีข้อถูก 12. ดาวฤกษ์ประกอบด้วยธาตุใด ก. ออกซิเจน + ไฮโดรเจน ข. ฮีเลียม + ออกซิเจน ค. คาร์บอน + ฮีเลียม ง. ฮีเลียม + ไฮโดรเจน

PowerPoint Presentation: 

13. เราใช้คุณสมบัติใดของดาวฤกษ์ในการวินิจฉัยระบบดาวเคราะห์ ก. มวล ข. อายุ ค. เส้นผ่านศูนย์กลาง ง. องค์ประกอบทางเคมี 14. ดาวฤกษ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด คือ ก. ดวงอาทิตย์ ข. R Doradus ค. ดาวแคระแดง ง. ดวงจันทร์

PowerPoint Presentation: 

15. กำลังของสนามแม่เหล็กแปรตามสิ่งใด ก. มวล ข. องค์ประกอบ ค. ถูกทั้ง ก. และ ข. ง. ไม่มีข้อใดถูก 16. อุณหภูมิของดาวฤกษ์บ่งบอกถึงสิ่งใด ก. อัตราการแผ่พลังงาน ข. ขนาดดาวเคราะห์ ค. ความสว่าง ง. การหมุนรอบตัวเอง

PowerPoint Presentation: 

17. ดาวฤกษ์ที่มีอายุน้อยจะมีอัตราการหมุนรอบตัวเองเร็วกว่าดาวฤกษ์ที่มีอายุมากกว่าประมาณเท่าใด ก. 50 กม. / วินาที ข. 100 กม. / วินาที ค. 108 กม. / วินาที ง. 200 กม. / วินาที 18. นักวิทยาศาสตร์แบ่งดาวฤกษ์ออกเป็นประเภทต่างๆตามข้อใด ก. A –Q ตามความเข้มของเส้นสเปกตรัม ข. A –Q ตามขนาดของดาวฤกษ์ ค. A – Z ตามความเข้มของเส้นสเปกตรัม ง. A – Z ตามขนาดของดาวฤกษ์

PowerPoint Presentation: 

19. ส่วนประกอบของดาวฤกษ์ที่ผู้สังเกตสามารถมองเห็นได้เรียกว่าอะไร ก. โฟโตสเฟียร์ ข. เขตแผ่รังสี ค. ชั้นบรรยากาศ ง. โคโรนา 20. ย่านภายใต้อิทธิพลของลมสุริยะเรียกว่าอะไร ก. โคโรนา ข. โฟโตสเฟียร์ ค. เขตแผ่รังสี ง. เฮลิโอสเฟียร์

เฉลยแบบทดสอบก่อน-หลังเรียน: 

เฉลยแบบทดสอบก่อน-หลังเรียน 1. ก. 11. ก. 2. ค. 12. ง. 3. ก. 13. ง. 4. ข. 14. ข. 5. ค. 15. ค. 6. ง. 16. ก. 7. ข. 17. ข. 8. ข. 18. ก. 9. ง. 19. ก. 10. ค. 20. ง.

PowerPoint Presentation: 

ถูกต้อง

PowerPoint Presentation: 

ผิดค่ะ กลับไปทำใหม่

PowerPoint Presentation: 

ผิดค่ะ กลับไปทำใหม่

PowerPoint Presentation: 

ผิดค่ะ กลับไปทำใหม่

PowerPoint Presentation: 

ผิดค่ะ กลับไปทำใหม่

PowerPoint Presentation: 

ผิดค่ะ กลับไปทำใหม่

PowerPoint Presentation: 

ผิดค่ะ กลับไปทำใหม่

PowerPoint Presentation: 

ผิดค่ะ กลับไปทำใหม่

PowerPoint Presentation: 

ผิดค่ะ กลับไปทำใหม่

PowerPoint Presentation: 

ผิดค่ะ กลับไปทำใหม่

PowerPoint Presentation: 

ผิดค่ะ กลับไปทำใหม่

บรรณานุกรม: 

บรรณานุกรม http://202.143.132.2/el14/sc/sc40_025/2mercury.htm http://202.143.132.2/el14/sc/sc40_025/3venus.htm http://202.143.132.2/el14/sc/sc40_025/5mar.htm http://202.143.132.2/el14/sc/sc40_025/7jupiter.htm http://202.143.132.2/el14/sc/sc40_025/8saturn.htm http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A4%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C