logging in or signing up Mother class ANC dittakarn Download Post to : URL : Related Presentations : Share Add to Flag Embed Email Send to Blogs and Networks Add to Channel Uploaded from authorPOINT lite Insert YouTube videos in PowerPont slides with aS Desktop Copy embed code: (To copy code, click on the text box) Embed: URL: Thumbnail: WordPress Embed Customize Embed The presentation is successfully added In Your Favorites. Views: 249 Category: Education License: All Rights Reserved Like it (0) Dislike it (0) Added: February 05, 2012 This Presentation is Public Favorites: 1 Presentation Description No description available. Comments Posting comment... Premium member Presentation Transcript PowerPoint Presentation: ครอบครัวสุขใจ... ต้อนรับ สมาชิกใหม่...PowerPoint Presentation: รศ.นพ. ดิฐกานต์ บริบูรณ์หิรัญสาร ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล การเปลี่ยนแปลงของมารดา และพัฒนาการ ของลูกน้อยในครรภ์PowerPoint Presentation: การปฏิสนธิเดือนที่ 1-2 (สัปดาห์ที่ 1-8): เดือนที่ 1-2 (สัปดาห์ที่ 1-8) คุณลูก ยังตัวเล็กมาก ตัวยาวประมาณ 1-2 ซม. ในเดือนแรก ตัวยาวประมาณ 4 ซม. ในเดือนที่สอง เริ่มมีการสร้างอวัยวะที่สำคัญต่างๆเดือนที่ 1-2 (สัปดาห์ที่ 1-8): เดือนที่ 1-2 (สัปดาห์ที่ 1-8)PowerPoint Presentation: เดือนที่ 1-2 (สัปดาห์ที่ 1-8)PowerPoint Presentation: เดือนที่ 1-2 (สัปดาห์ที่ 1-8)เดือนที่ 1-2 (สัปดาห์ที่ 1-8): เดือนที่ 1-2 (สัปดาห์ที่ 1-8) คุณแม่ ขาดประจำเดือน, คัดตึงเต้านม เริ่มมีอาการแพ้ท้อง มดลูกเริ่มขยายใหญ่ขึ้น (ขนาดผลส้ม) ควรเริ่มมาฝากครรภ์เดือนที่ 3 (สัปดาห์ที่ 9-12): เดือนที่ 3 (สัปดาห์ที่ 9-12) คุณลูก ตัวยาวประมาณ 10-12 ซม. รกเริ่มทำงาน เริ่มมีน้ำคร่ำมากขึ้น เริ่มมีการสร้างกระดูก เริ่มมีการเคลื่อนไหว เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วPowerPoint Presentation: เดือนที่ 3 (สัปดาห์ที่ 9-12)PowerPoint Presentation: เดือนที่ 3 (สัปดาห์ที่ 9-12)เดือนที่ 3 (สัปดาห์ที่ 9-12): เดือนที่ 3 (สัปดาห์ที่ 9-12) คุณแม่ เต้านมขยายใหญ่ขึ้น อาการแพ้ท้องเริ่มดีขึ้น รับประทานอาหารได้ดีขึ้น อารมณ์แปรปรวน มดลูกขยายใหญ่ขึ้น (ขนาดผลส้มโอ) ยังไม่รู้สึกถึงการดิ้นเดือนที่ 4 (สัปดาห์ที่ 13-16): เดือนที่ 4 (สัปดาห์ที่ 13-16) คุณลูก ตัวยาวประมาณ 20 ซม. หนักประมาณ 200 กรัม อวัยวะเพศเริ่มเห็นได้ชัดเจน ดิ้นมากขึ้น ผิวหนังบาง เริ่มมีขนอ่อนปกคลุมPowerPoint Presentation: เดือนที่ 4 (สัปดาห์ที่ 13-16)เดือนที่ 4 (สัปดาห์ที่ 13-16): เดือนที่ 4 (สัปดาห์ที่ 13-16) คุณแม่ มดลูกขยายใหญ่ เริ่มคลำได้ทางหน้าท้อง อาจมีอาการปวดตึงท้องเนื่องจากเอ็นยึดมดลูกถูกยืดขยาย เส้นเลือดดำบริเวณหน้าอก, เต้านมขยายใหญ่ เห็นชัดเจน อาจมีอาการท้องผูกเดือนที่ 5 (สัปดาห์ที่ 17-20): เดือนที่ 5 (สัปดาห์ที่ 17-20) คุณลูก เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ตัวยาวประมาณ 30 ซม. หนักประมาณ 300-500 กรัม รูปร่างหน้าตาเหมือนเด็กปกติ เริ่มมีไขมันเคลือบผิวPowerPoint Presentation: เดือนที่ 5 (สัปดาห์ที่ 17-20)PowerPoint Presentation: เดือนที่ 5 (สัปดาห์ที่ 17-20)เดือนที่ 5 (สัปดาห์ที่ 17-20): คุณแม่ รู้สึกว่าลูกดิ้น มดลูกขยายใหญ่ขึ้นถึงประมาณระดับสะดือ อาจมีอาการเวียนศีรษะ, หน้ามืดเป็นลมง่าย เฮ้อ… ผ่านไปครึ่งทางแล้ว เดือนที่ 5 (สัปดาห์ที่ 17-20)เดือนที่ 6 (สัปดาห์ที่ 21-24): เดือนที่ 6 (สัปดาห์ที่ 21-24) คุณลูก เจริญเติบโตช้าลงกว่าเดิม หนักประมาณ 600-800 กรัม อวัยวะต่างๆ เริ่มมีการปรับ ระบบการทำงานPowerPoint Presentation: เดือนที่ 6 (สัปดาห์ที่ 21-24)PowerPoint Presentation: เดือนที่ 6 (สัปดาห์ที่ 21-24)PowerPoint Presentation: เดือนที่ 6 (สัปดาห์ที่ 21-24)เดือนที่ 6 (สัปดาห์ที่ 21-24): เดือนที่ 6 (สัปดาห์ที่ 21-24) คุณแม่ อย่ากังวลกับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น อาจมีอาการเท้าหรือข้อเท้าบวมเล็กน้อย รู้สึกลูกดิ้นแรงมากขึ้น และบ่อยขึ้นเดือนที่ 7 (สัปดาห์ที่ 25-28): เดือนที่ 7 (สัปดาห์ที่ 25-28) คุณลูก ตัวยาวประมาณ 35-40 ซม. หนักประมาณ 1000 กรัม ดิ้นบ่อยมากขึ้น อาจเห็นได้ทางหน้าท้องPowerPoint Presentation: เดือนที่ 7 (สัปดาห์ที่ 25-28)เดือนที่ 7 (สัปดาห์ที่ 25-28): เดือนที่ 7 (สัปดาห์ที่ 25-28) คุณแม่ มดลูกโตขนาดประมาณลูกฟุตบอล อาจมีอาการปวดหลัง, ปวดขาง่ายขึ้น อาจเริ่มมีการหดรัดตัวของมดลูก เริ่มอึดอัดมากขึ้นเดือนที่ 8 (สัปดาห์ที่ 29-32): เดือนที่ 8 (สัปดาห์ที่ 29-32) คุณลูก หนักประมาณ 1.5-1.8 กก. อวัยวะต่างๆ พัฒนาจนเกือบสมบูรณ์PowerPoint Presentation: เดือนที่ 8 (สัปดาห์ที่ 29-32)เดือนที่ 8 (สัปดาห์ที่ 29-32): เดือนที่ 8 (สัปดาห์ที่ 29-32) คุณแม่ เริ่มอึดอัดไม่สบายตัวมากขึ้น เหนื่อยง่าย, หายใจไม่สะดวก เป็นตะคริว, ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อาหารไม่ย่อย, ท้องอืด ริดสีดวง, ท้องผูกเดือนที่ 9 (สัปดาห์ที่ 33-36): เดือนที่ 9 (สัปดาห์ที่ 33-36) คุณลูก โตมากขึ้นจนเกือบเต็มโพรงมดลูก ดิ้นน้อยลงแต่แรงขึ้น น้ำหนักประมาณ 2.5-3 กก. ใกล้คลอดเต็มทีPowerPoint Presentation: เดือนที่ 9 (สัปดาห์ที่ 33-36)เดือนที่ 9 (สัปดาห์ที่ 33-36): เดือนที่ 9 (สัปดาห์ที่ 33-36) คุณแม่ เริ่มมีการหดรัดตัวของมดลูกบ่อยครั้งมากขึ้น น้ำหนักยังคงขึ้นประมาณ 0.5 กก. ต่อสัปดาห์ เตรียมตัวสำหรับการคลอดเดือนสุดท้าย (สัปดาห์ที่ 37-40): เดือนสุดท้าย (สัปดาห์ที่ 37-40) คุณลูก น้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 2.9-3.2 กก. ตัวยาวประมาณ 50 ซม. พร้อมที่จะคลอดแล้วน้ำหนักคุณแม่ที่เพิ่มขึ้น: น้ำหนักคุณแม่ที่เพิ่มขึ้น น้ำหนักควรเพิ่มขึ้นประมาณ 10-12 กก.ตลอดการตั้งครรภ์ น้ำหนักจะยังคงเพิ่มขึ้นประมาณ 0.5 กก.ต่อสัปดาห์ ในช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3น้ำหนักคุณแม่ที่เพิ่มขึ้น: น้ำหนักคุณแม่ที่เพิ่มขึ้น น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น ลูก 3-4 กิโลกรัม รก 0.5-0.7 กิโลกรัม น้ำคร่ำ 0.5- 1 กิโลกรัม มดลูก 1 -1.5 กิโลกรัม เต้านม 0.5-0.7 กิโลกรัม เลือด / น้ำ 2 .5- 3.5 กิโลกรัม แม่ 1.5- 4 กิโลกรัม รวม 10-20 กิโลกรัมเดือนสุดท้าย (สัปดาห์ที่ 37-40): เดือนสุดท้าย (สัปดาห์ที่ 37-40) คุณแม่ เตรียมตัวคลอด อาการที่ต้องมาโรงพยาบาล เจ็บครรภ์ น้ำเดิน ลูกดิ้นน้อยลง เลือดออกPowerPoint Presentation: เคล็ดลับ การดูแล ครรภ์คุณภาพเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ การฝากครรภ์ ตั้งแต่ทราบว่าตั้งครรภ์ คลินิก โรงพยาบาล ตรวจสุขภาพทั่วไป ตรวจคัดกรองโรคที่อาจส่งผลต่อการตั้งครรภ์ ตรวจติดตามสุขภาพระหว่างตั้งครรภ์ รับการตรวจสม่ำเสมอตามนัดเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ การฝากครรภ์ การตรวจครรภ์ ประเมินความเสี่ยง การดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญ การตรวจพิเศษเพิ่มเติม ตรวจเลือด เจาะน้ำคร่ำ อุลตร้าซาวด์เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ อาการแพ้ท้อง ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ไม่ดี ท้องอืด คลื่นไส้ อาเจียน รับประทานทีละน้อย บ่อยครั้ง รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย รับประทานเท่าที่ได้เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ การแต่งตัว เสื้อผ้าหลวม โปร่ง สบาย รองเท้าส้นเตี้ยเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ การออกกำลังกาย การบริหารร่างกายทั่วไป การเดิน วิ่งเหยาะๆ โยคะ วันละประมาณ 10-15 นาที ผ่อนคลาย อารมณ์ดี นอนหลับได้ดีเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ การบริหารและการออกกำลังกาย ช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง กระชับ ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก ไม่ได้ทำให้อัตราการแท้งบุตรเพิ่มขึ้นเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ การทำงาน ทำงานได้ตามปกติ แม้จะเป็นการทำงานที่ใช้แรงก็ตาม ควรหาเวลาพักผ่อนให้มากขึ้น อาการขาบวม ข้อเท้าบวม เปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ การเดินทาง สามารถเดินทางได้ถ้าสุขภาพทั่วไปแข็งแรงและไม่มีความเสี่ยง การเดินทางโดยรถยนต์ ควรคาดเข็มขัดนิรภัยเสมอ วางสายรัดไว้ใต้ท้องให้อยู่บริเวณต้นขาหรือสะโพกเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ การขับถ่าย สตรีตั้งครรภ์มีโอกาสท้องผูกง่าย ควรดื่มน้ำมากๆ รับประทานอาหารพวกผักและผลไม้เป็นประจำ อาจรับประทานยาระบายอ่อนๆ ได้เป็นครั้งคราวเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ น้ำ ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว ช่วยให้การทำงานของระบบต่างๆ ดี ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น ช่วยให้ผิวพรรณสดใสและช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้นเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ การดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน มีการถ่ายเทแคลเซียมจากกระดูกของมารดาไปสร้างอวัยวะให้กับทารกในครรภ์ ฟันและกระดูกเบ้าฟันมีความแข็งแรงลดลง ฟันอาจมีการสึก กร่อนได้ง่าย เหงือกอักเสบง่ายขึ้นเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ การดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสหวานจัด หรือเปรี้ยว ควรรับประทานอาหาร ที่มีโปรตีน แคลเซียมสูง ภายหลังการอาเจียน หรือรับประทานอาหารรสเปรี้ยว ควรบ้วนปากด้วยน้ำสะอาดหลายๆครั้ง ดูแลสุขภาพช่องปากเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ การดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน ควรพบทันตแพทย์เพื่อตรวจประเมินสุขภาพช่องปาก ตั้งแต่เริ่มวางแผนครอบครัวหรือเริ่มตั้งครรภ์ ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการรักษาทางทันตกรรมคือ ช่วงอายุครรภ์ประมาณ 4 – 6 เดือนเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ เพศสัมพันธ์ โดยทั่วไป ไม่มีข้อห้ามขณะตั้งครรภ์ ควรเป็นไปอย่างนุ่มนวล ไม่รุนแรง หลีกเลี่ยงการกดทับหน้าท้อง ควรหลีกเลี่ยง ถ้ามีประวัติหรืออาการของการแท้งบุตร การคลอดก่อนกำหนด และภาวะรกเกาะต่ำเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ การให้วัคซีน วัคซีนที่จำเป็นระหว่างตั้งครรภ์ ได้แก่ วัคซีนป้องกันบาดทะยัก ห้ามใช้วัคซีนที่เป็นเชื้อไวรัสที่ยังมีชีวิตอยู่ เช่น วัคซีนป้องกันโรคหัด หัดเยอรมัน คางทูม และอีสุกอีใส ปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนการฉีดวัคซีนเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ การสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่ ทำให้น้ำหนักทารกแรกเกิดลดลงประมาณ 200 กรัม อาจจะมีผลทำให้เกิดการคลอดก่อนกำหนด และน้ำหนักทารกน้อยกว่าอายุครรภ์เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ การดื่มสุรา แอลกอฮอล์ เป็นสารที่มีพิษต่อทารกในครรภ์ ทำให้ทารกเกิดความพิการตั้งแต่อยู่ในครรภ์ได้ ไม่มี ปริมาณ หรือ ช่วงเวลา ที่ปลอดภัยสำหรับการดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างตั้งครรภ์เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ การดื่มกาแฟ ไม่พบว่ามีผลเสียต่อการตั้งครรภ์ ไม่เพิ่มอัตราการแท้งบุตร น้ำหนักทารกน้อยกว่าปกติ หรือความพิการแต่กำเนิดเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ การใช้ยา ยาส่วนใหญ่สามารถผ่านจากมารดาสู่ทารกในครรภ์ได้โดยผ่านทางรก ควรปรึกษาแพทย์เสมอ ควรมีการชั่งน้ำหนักระหว่างผลดีกับผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้นเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ คุณแม่อารมณ์ดี ลูกน้อยอารมณ์ดี การพัฒนาด้านอารมณ์และพฤติกรรมของลูก I.Q. และ E.Q. นึกคิดแต่สิ่งดี สวยงามอยู่เสมอ ดูรูปสวยงาม หลีกเลี่ยงความเครียดคุณแม่อารมณ์ดี ลูกน้อยอารมณ์ดี: คุณแม่อารมณ์ดี ลูกน้อยอารมณ์ดีคุณแม่อารมณ์ดี ลูกน้อยอารมณ์ดี: คุณแม่อารมณ์ดี ลูกน้อยอารมณ์ดีPowerPoint Presentation: โภชนาการ สำหรับ หญิงตั้งครรภ์โภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์: โภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์ อาหารหลัก 5 หมู่ โปรตีน คาร์โบฮัยเดรต ไขมัน เกลือแร่ วิตามินโภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์: โภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์ อาหารพวกโปรตีน เนื้อสัตว์ นม ไข่ ถั่ว สร้างอวัยวะและส่งเสริมการเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอโภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์: โภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์ อาหารพวกคาร์โบไฮเดรต แป้ง น้ำตาล ให้พลังงานแก่ร่างกาย ไม่ควรรับประทานมากเกินไปโภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์: โภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์ อาหารพวกไขมัน ให้พลังงานแก่ร่างกาย ช่วยในการดูดซึมสารอาหารอื่น เช่น วิตามิน เป็นส่วนประกอบของสมอง และระบบประสาทของลูกน้อย บางชนิดไม่ควรรับประทานมากเกินไป เช่น เนยแข็ง ช็อคโกแลต กะทิโภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์: โภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์ อาหารพวกผักและผลไม้ วิตามินและแร่ธาตุ ช่วยในการทำงานต่างๆ ของร่างกายให้เป็นปกติ ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ นม ไข่โภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์: โภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์ ธาตุเหล็ก ส่วนประกอบของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง พาออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย ตับ เนื้อสัตว์ ไข่แดง ผัก ถั่ว ต้องการเพิ่มเป็น 2 เท่า ยาบำรุงระหว่างตั้งครรภ์โภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์: โภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์ แคลเซียม สร้างกระดูกและฟัน โครงสร้างต่างๆ ของร่างกาย นม โยเกิร์ต ถั่ว ปลาเล็กปลาน้อย เมล็ดทานตะวัน เผือก มัน เต้าหู้ ยาบำรุงระหว่างตั้งครรภ์โภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์: โภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์ อาหารพวกเส้นใย (ไฟเบอร์) เป็นอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่ง พบมากใน ผัก ผลไม้ ถั่ว ธัญพืช ไม่ย่อยสลาย ไม่ถูกดูดซึม ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก ช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ ป้องกันอาการท้องผูก ริดสีดวงPowerPoint Presentation: โภชนาการ เพื่อลูกน้อย ฉลาดและแข็งแรงโภชนาการเพื่อพัฒนาสมองลูกน้อย: โภชนาการเพื่อพัฒนาสมองลูกน้อย กรดโฟลิคหรือโฟเลต ป้องกันความผิดปกติของสมองและไขสันหลัง ช่วยในการแบ่งตัวของเซลล์ ผัก ผลไม้ ถั่วเหลือง ตับ ไข่ ยาบำรุง รับประทานตั้งแต่ก่อนเริ่มตั้งครรภ์โภชนาการเพื่อพัฒนาสมองลูกน้อย: โภชนาการเพื่อพัฒนาสมองลูกน้อย กรดไขมันไม่อิ่มตัว กรดไขมันโอเมก้า 3 (ดี เอช เอ) กรดไขมันโอเมก้า 6 (เอ อาร์ เอ)โภชนาการเพื่อพัฒนาสมองลูกน้อย: โภชนาการเพื่อพัฒนาสมองลูกน้อย กรดไขมันโอเมก้า 3 (ดี เอช เอ) และ โอเมก้า 6 (เอ อาร์ เอ) เป็นส่วนประกอบที่สำคัญและจำเป็นต่อการพัฒนาเซลล์สมอง การส่งต่อสัญญาณประสาท สติปัญญาดี เฉลียวฉลาด สำคัญต่อการพัฒนาเซลล์จอประสาทตา การรับรู้สัญญาณภาพ พัฒนาทางสายตาโภชนาการเพื่อพัฒนาสมองลูกน้อย: โภชนาการเพื่อพัฒนาสมองลูกน้อย กรดไขมันโอเมก้า 3 (ดี เอช เอ) ปลาทะเล สาหร่ายทะเล น้ำมันปลา เนื้อสัตว์ ผักกาด บรอคโคลี่ กรดไขมันโอเมก้า 6 (เอ อาร์ เอ) น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันเมล็ดทานตะวัน น้ำมันข้าวโพดโภชนาการเพื่อลูกน้อยแข็งแรง: โภชนาการเพื่อลูกน้อยแข็งแรง พรีไบโอติกพรีไบโอติก: พรีไบโอติก พรีไบโอติก ส่วนของอาหารที่ไม่ถูกย่อยในทางเดินอาหาร กระตุ้นการเจริญของแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยปรับสมดุลของสภาพแวดล้อมในระบบลําไส้ แบคทีเรียสุขภาพ (โพรไบโอติก) แลคโตแบซิลลัส (Lactobacillus) ไบฟิโดแบคทีเรีย (Bifidobacteria)พรีไบโอติก: พรีไบโอติก แบคทีเรียสุขภาพ (โพรไบโอติก) ป้องกันไม่ให้แบคทีเรียก่อโรคมาเกาะติดผนังลําไส้ ผลิตสารที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อก่อโรค แย่งอาหารทำให้เชื้อก่อโรคเจริญเติบโตไม่ได้พรีไบโอติก: พรีไบโอติก ช่ววยป้องกันอาการท้องเสียจากการติดเชื้อ ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก กระตุ้นการทํางานของระบบภูมิคุ้มกัน มีผลต่อการทําหน้าที่ของเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับภูมิต้านทานในลําไส้ เพิ่มความแข็งแรงของเซลล์เยื่อบุผิวของลําไส้ สามารถป้องกันการติดเชื้อได้พรีไบโอติก: พรีไบโอติก กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ลดการเกิดอาการภูมิแพ้ต่างๆ แพ้อาหาร แพ้นม ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ผื่นภูมิแพ้พรีไบโอติก: พรีไบโอติก พรีไบโอติก ข้าวซ้อมมือ กล้วยน้ำว้า หัวหอม กล้วย กระเทียม หน่อไม้ฝรั่ง ผัก ผลไม้ ถั่วและเมล็ดธัญพืชต่างๆPowerPoint Presentation: การเลี้ยงลูก ด้วยนมแม่การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่: การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ นมแม่ดีที่สุดสำหรับทารก สะอาด สะดวก สารอาหารครบถ้วน สร้างสายสัมพันธ์ สายใยรัก ให้ภูมิคุ้มกัน ประหยัดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่: การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ นมแม่ดีที่สุดสำหรับทารก ดูดเร็ว ดูดบ่อย ดูดถูกวิธีการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่: การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ประโยชน์ต่อคุณแม่ สายใยรัก ความผูกพัน มดลูกเข้าอู่เร็ว รูปร่างดี เป็นวิธีการคุมกำเนิดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่: การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่PowerPoint Presentation: Breast is Best นมแม่... ดีที่สุดPowerPoint Presentation: ขอบคุณครับ You do not have the permission to view this presentation. In order to view it, please contact the author of the presentation.
Mother class ANC dittakarn Download Post to : URL : Related Presentations : Share Add to Flag Embed Email Send to Blogs and Networks Add to Channel Uploaded from authorPOINT lite Insert YouTube videos in PowerPont slides with aS Desktop Copy embed code: (To copy code, click on the text box) Embed: URL: Thumbnail: WordPress Embed Customize Embed The presentation is successfully added In Your Favorites. Views: 249 Category: Education License: All Rights Reserved Like it (0) Dislike it (0) Added: February 05, 2012 This Presentation is Public Favorites: 1 Presentation Description No description available. Comments Posting comment... Premium member Presentation Transcript PowerPoint Presentation: ครอบครัวสุขใจ... ต้อนรับ สมาชิกใหม่...PowerPoint Presentation: รศ.นพ. ดิฐกานต์ บริบูรณ์หิรัญสาร ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล การเปลี่ยนแปลงของมารดา และพัฒนาการ ของลูกน้อยในครรภ์PowerPoint Presentation: การปฏิสนธิเดือนที่ 1-2 (สัปดาห์ที่ 1-8): เดือนที่ 1-2 (สัปดาห์ที่ 1-8) คุณลูก ยังตัวเล็กมาก ตัวยาวประมาณ 1-2 ซม. ในเดือนแรก ตัวยาวประมาณ 4 ซม. ในเดือนที่สอง เริ่มมีการสร้างอวัยวะที่สำคัญต่างๆเดือนที่ 1-2 (สัปดาห์ที่ 1-8): เดือนที่ 1-2 (สัปดาห์ที่ 1-8)PowerPoint Presentation: เดือนที่ 1-2 (สัปดาห์ที่ 1-8)PowerPoint Presentation: เดือนที่ 1-2 (สัปดาห์ที่ 1-8)เดือนที่ 1-2 (สัปดาห์ที่ 1-8): เดือนที่ 1-2 (สัปดาห์ที่ 1-8) คุณแม่ ขาดประจำเดือน, คัดตึงเต้านม เริ่มมีอาการแพ้ท้อง มดลูกเริ่มขยายใหญ่ขึ้น (ขนาดผลส้ม) ควรเริ่มมาฝากครรภ์เดือนที่ 3 (สัปดาห์ที่ 9-12): เดือนที่ 3 (สัปดาห์ที่ 9-12) คุณลูก ตัวยาวประมาณ 10-12 ซม. รกเริ่มทำงาน เริ่มมีน้ำคร่ำมากขึ้น เริ่มมีการสร้างกระดูก เริ่มมีการเคลื่อนไหว เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วPowerPoint Presentation: เดือนที่ 3 (สัปดาห์ที่ 9-12)PowerPoint Presentation: เดือนที่ 3 (สัปดาห์ที่ 9-12)เดือนที่ 3 (สัปดาห์ที่ 9-12): เดือนที่ 3 (สัปดาห์ที่ 9-12) คุณแม่ เต้านมขยายใหญ่ขึ้น อาการแพ้ท้องเริ่มดีขึ้น รับประทานอาหารได้ดีขึ้น อารมณ์แปรปรวน มดลูกขยายใหญ่ขึ้น (ขนาดผลส้มโอ) ยังไม่รู้สึกถึงการดิ้นเดือนที่ 4 (สัปดาห์ที่ 13-16): เดือนที่ 4 (สัปดาห์ที่ 13-16) คุณลูก ตัวยาวประมาณ 20 ซม. หนักประมาณ 200 กรัม อวัยวะเพศเริ่มเห็นได้ชัดเจน ดิ้นมากขึ้น ผิวหนังบาง เริ่มมีขนอ่อนปกคลุมPowerPoint Presentation: เดือนที่ 4 (สัปดาห์ที่ 13-16)เดือนที่ 4 (สัปดาห์ที่ 13-16): เดือนที่ 4 (สัปดาห์ที่ 13-16) คุณแม่ มดลูกขยายใหญ่ เริ่มคลำได้ทางหน้าท้อง อาจมีอาการปวดตึงท้องเนื่องจากเอ็นยึดมดลูกถูกยืดขยาย เส้นเลือดดำบริเวณหน้าอก, เต้านมขยายใหญ่ เห็นชัดเจน อาจมีอาการท้องผูกเดือนที่ 5 (สัปดาห์ที่ 17-20): เดือนที่ 5 (สัปดาห์ที่ 17-20) คุณลูก เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ตัวยาวประมาณ 30 ซม. หนักประมาณ 300-500 กรัม รูปร่างหน้าตาเหมือนเด็กปกติ เริ่มมีไขมันเคลือบผิวPowerPoint Presentation: เดือนที่ 5 (สัปดาห์ที่ 17-20)PowerPoint Presentation: เดือนที่ 5 (สัปดาห์ที่ 17-20)เดือนที่ 5 (สัปดาห์ที่ 17-20): คุณแม่ รู้สึกว่าลูกดิ้น มดลูกขยายใหญ่ขึ้นถึงประมาณระดับสะดือ อาจมีอาการเวียนศีรษะ, หน้ามืดเป็นลมง่าย เฮ้อ… ผ่านไปครึ่งทางแล้ว เดือนที่ 5 (สัปดาห์ที่ 17-20)เดือนที่ 6 (สัปดาห์ที่ 21-24): เดือนที่ 6 (สัปดาห์ที่ 21-24) คุณลูก เจริญเติบโตช้าลงกว่าเดิม หนักประมาณ 600-800 กรัม อวัยวะต่างๆ เริ่มมีการปรับ ระบบการทำงานPowerPoint Presentation: เดือนที่ 6 (สัปดาห์ที่ 21-24)PowerPoint Presentation: เดือนที่ 6 (สัปดาห์ที่ 21-24)PowerPoint Presentation: เดือนที่ 6 (สัปดาห์ที่ 21-24)เดือนที่ 6 (สัปดาห์ที่ 21-24): เดือนที่ 6 (สัปดาห์ที่ 21-24) คุณแม่ อย่ากังวลกับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น อาจมีอาการเท้าหรือข้อเท้าบวมเล็กน้อย รู้สึกลูกดิ้นแรงมากขึ้น และบ่อยขึ้นเดือนที่ 7 (สัปดาห์ที่ 25-28): เดือนที่ 7 (สัปดาห์ที่ 25-28) คุณลูก ตัวยาวประมาณ 35-40 ซม. หนักประมาณ 1000 กรัม ดิ้นบ่อยมากขึ้น อาจเห็นได้ทางหน้าท้องPowerPoint Presentation: เดือนที่ 7 (สัปดาห์ที่ 25-28)เดือนที่ 7 (สัปดาห์ที่ 25-28): เดือนที่ 7 (สัปดาห์ที่ 25-28) คุณแม่ มดลูกโตขนาดประมาณลูกฟุตบอล อาจมีอาการปวดหลัง, ปวดขาง่ายขึ้น อาจเริ่มมีการหดรัดตัวของมดลูก เริ่มอึดอัดมากขึ้นเดือนที่ 8 (สัปดาห์ที่ 29-32): เดือนที่ 8 (สัปดาห์ที่ 29-32) คุณลูก หนักประมาณ 1.5-1.8 กก. อวัยวะต่างๆ พัฒนาจนเกือบสมบูรณ์PowerPoint Presentation: เดือนที่ 8 (สัปดาห์ที่ 29-32)เดือนที่ 8 (สัปดาห์ที่ 29-32): เดือนที่ 8 (สัปดาห์ที่ 29-32) คุณแม่ เริ่มอึดอัดไม่สบายตัวมากขึ้น เหนื่อยง่าย, หายใจไม่สะดวก เป็นตะคริว, ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อาหารไม่ย่อย, ท้องอืด ริดสีดวง, ท้องผูกเดือนที่ 9 (สัปดาห์ที่ 33-36): เดือนที่ 9 (สัปดาห์ที่ 33-36) คุณลูก โตมากขึ้นจนเกือบเต็มโพรงมดลูก ดิ้นน้อยลงแต่แรงขึ้น น้ำหนักประมาณ 2.5-3 กก. ใกล้คลอดเต็มทีPowerPoint Presentation: เดือนที่ 9 (สัปดาห์ที่ 33-36)เดือนที่ 9 (สัปดาห์ที่ 33-36): เดือนที่ 9 (สัปดาห์ที่ 33-36) คุณแม่ เริ่มมีการหดรัดตัวของมดลูกบ่อยครั้งมากขึ้น น้ำหนักยังคงขึ้นประมาณ 0.5 กก. ต่อสัปดาห์ เตรียมตัวสำหรับการคลอดเดือนสุดท้าย (สัปดาห์ที่ 37-40): เดือนสุดท้าย (สัปดาห์ที่ 37-40) คุณลูก น้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 2.9-3.2 กก. ตัวยาวประมาณ 50 ซม. พร้อมที่จะคลอดแล้วน้ำหนักคุณแม่ที่เพิ่มขึ้น: น้ำหนักคุณแม่ที่เพิ่มขึ้น น้ำหนักควรเพิ่มขึ้นประมาณ 10-12 กก.ตลอดการตั้งครรภ์ น้ำหนักจะยังคงเพิ่มขึ้นประมาณ 0.5 กก.ต่อสัปดาห์ ในช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3น้ำหนักคุณแม่ที่เพิ่มขึ้น: น้ำหนักคุณแม่ที่เพิ่มขึ้น น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น ลูก 3-4 กิโลกรัม รก 0.5-0.7 กิโลกรัม น้ำคร่ำ 0.5- 1 กิโลกรัม มดลูก 1 -1.5 กิโลกรัม เต้านม 0.5-0.7 กิโลกรัม เลือด / น้ำ 2 .5- 3.5 กิโลกรัม แม่ 1.5- 4 กิโลกรัม รวม 10-20 กิโลกรัมเดือนสุดท้าย (สัปดาห์ที่ 37-40): เดือนสุดท้าย (สัปดาห์ที่ 37-40) คุณแม่ เตรียมตัวคลอด อาการที่ต้องมาโรงพยาบาล เจ็บครรภ์ น้ำเดิน ลูกดิ้นน้อยลง เลือดออกPowerPoint Presentation: เคล็ดลับ การดูแล ครรภ์คุณภาพเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ การฝากครรภ์ ตั้งแต่ทราบว่าตั้งครรภ์ คลินิก โรงพยาบาล ตรวจสุขภาพทั่วไป ตรวจคัดกรองโรคที่อาจส่งผลต่อการตั้งครรภ์ ตรวจติดตามสุขภาพระหว่างตั้งครรภ์ รับการตรวจสม่ำเสมอตามนัดเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ การฝากครรภ์ การตรวจครรภ์ ประเมินความเสี่ยง การดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญ การตรวจพิเศษเพิ่มเติม ตรวจเลือด เจาะน้ำคร่ำ อุลตร้าซาวด์เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ อาการแพ้ท้อง ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ไม่ดี ท้องอืด คลื่นไส้ อาเจียน รับประทานทีละน้อย บ่อยครั้ง รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย รับประทานเท่าที่ได้เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ การแต่งตัว เสื้อผ้าหลวม โปร่ง สบาย รองเท้าส้นเตี้ยเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ การออกกำลังกาย การบริหารร่างกายทั่วไป การเดิน วิ่งเหยาะๆ โยคะ วันละประมาณ 10-15 นาที ผ่อนคลาย อารมณ์ดี นอนหลับได้ดีเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ การบริหารและการออกกำลังกาย ช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง กระชับ ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก ไม่ได้ทำให้อัตราการแท้งบุตรเพิ่มขึ้นเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ การทำงาน ทำงานได้ตามปกติ แม้จะเป็นการทำงานที่ใช้แรงก็ตาม ควรหาเวลาพักผ่อนให้มากขึ้น อาการขาบวม ข้อเท้าบวม เปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ การเดินทาง สามารถเดินทางได้ถ้าสุขภาพทั่วไปแข็งแรงและไม่มีความเสี่ยง การเดินทางโดยรถยนต์ ควรคาดเข็มขัดนิรภัยเสมอ วางสายรัดไว้ใต้ท้องให้อยู่บริเวณต้นขาหรือสะโพกเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ การขับถ่าย สตรีตั้งครรภ์มีโอกาสท้องผูกง่าย ควรดื่มน้ำมากๆ รับประทานอาหารพวกผักและผลไม้เป็นประจำ อาจรับประทานยาระบายอ่อนๆ ได้เป็นครั้งคราวเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ น้ำ ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว ช่วยให้การทำงานของระบบต่างๆ ดี ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น ช่วยให้ผิวพรรณสดใสและช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้นเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ การดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน มีการถ่ายเทแคลเซียมจากกระดูกของมารดาไปสร้างอวัยวะให้กับทารกในครรภ์ ฟันและกระดูกเบ้าฟันมีความแข็งแรงลดลง ฟันอาจมีการสึก กร่อนได้ง่าย เหงือกอักเสบง่ายขึ้นเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ การดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสหวานจัด หรือเปรี้ยว ควรรับประทานอาหาร ที่มีโปรตีน แคลเซียมสูง ภายหลังการอาเจียน หรือรับประทานอาหารรสเปรี้ยว ควรบ้วนปากด้วยน้ำสะอาดหลายๆครั้ง ดูแลสุขภาพช่องปากเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ การดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน ควรพบทันตแพทย์เพื่อตรวจประเมินสุขภาพช่องปาก ตั้งแต่เริ่มวางแผนครอบครัวหรือเริ่มตั้งครรภ์ ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการรักษาทางทันตกรรมคือ ช่วงอายุครรภ์ประมาณ 4 – 6 เดือนเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ เพศสัมพันธ์ โดยทั่วไป ไม่มีข้อห้ามขณะตั้งครรภ์ ควรเป็นไปอย่างนุ่มนวล ไม่รุนแรง หลีกเลี่ยงการกดทับหน้าท้อง ควรหลีกเลี่ยง ถ้ามีประวัติหรืออาการของการแท้งบุตร การคลอดก่อนกำหนด และภาวะรกเกาะต่ำเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ การให้วัคซีน วัคซีนที่จำเป็นระหว่างตั้งครรภ์ ได้แก่ วัคซีนป้องกันบาดทะยัก ห้ามใช้วัคซีนที่เป็นเชื้อไวรัสที่ยังมีชีวิตอยู่ เช่น วัคซีนป้องกันโรคหัด หัดเยอรมัน คางทูม และอีสุกอีใส ปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนการฉีดวัคซีนเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ การสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่ ทำให้น้ำหนักทารกแรกเกิดลดลงประมาณ 200 กรัม อาจจะมีผลทำให้เกิดการคลอดก่อนกำหนด และน้ำหนักทารกน้อยกว่าอายุครรภ์เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ การดื่มสุรา แอลกอฮอล์ เป็นสารที่มีพิษต่อทารกในครรภ์ ทำให้ทารกเกิดความพิการตั้งแต่อยู่ในครรภ์ได้ ไม่มี ปริมาณ หรือ ช่วงเวลา ที่ปลอดภัยสำหรับการดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างตั้งครรภ์เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ การดื่มกาแฟ ไม่พบว่ามีผลเสียต่อการตั้งครรภ์ ไม่เพิ่มอัตราการแท้งบุตร น้ำหนักทารกน้อยกว่าปกติ หรือความพิการแต่กำเนิดเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ การใช้ยา ยาส่วนใหญ่สามารถผ่านจากมารดาสู่ทารกในครรภ์ได้โดยผ่านทางรก ควรปรึกษาแพทย์เสมอ ควรมีการชั่งน้ำหนักระหว่างผลดีกับผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้นเคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ: เคล็ดลับการดูแลครรภ์คุณภาพ คุณแม่อารมณ์ดี ลูกน้อยอารมณ์ดี การพัฒนาด้านอารมณ์และพฤติกรรมของลูก I.Q. และ E.Q. นึกคิดแต่สิ่งดี สวยงามอยู่เสมอ ดูรูปสวยงาม หลีกเลี่ยงความเครียดคุณแม่อารมณ์ดี ลูกน้อยอารมณ์ดี: คุณแม่อารมณ์ดี ลูกน้อยอารมณ์ดีคุณแม่อารมณ์ดี ลูกน้อยอารมณ์ดี: คุณแม่อารมณ์ดี ลูกน้อยอารมณ์ดีPowerPoint Presentation: โภชนาการ สำหรับ หญิงตั้งครรภ์โภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์: โภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์ อาหารหลัก 5 หมู่ โปรตีน คาร์โบฮัยเดรต ไขมัน เกลือแร่ วิตามินโภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์: โภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์ อาหารพวกโปรตีน เนื้อสัตว์ นม ไข่ ถั่ว สร้างอวัยวะและส่งเสริมการเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอโภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์: โภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์ อาหารพวกคาร์โบไฮเดรต แป้ง น้ำตาล ให้พลังงานแก่ร่างกาย ไม่ควรรับประทานมากเกินไปโภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์: โภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์ อาหารพวกไขมัน ให้พลังงานแก่ร่างกาย ช่วยในการดูดซึมสารอาหารอื่น เช่น วิตามิน เป็นส่วนประกอบของสมอง และระบบประสาทของลูกน้อย บางชนิดไม่ควรรับประทานมากเกินไป เช่น เนยแข็ง ช็อคโกแลต กะทิโภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์: โภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์ อาหารพวกผักและผลไม้ วิตามินและแร่ธาตุ ช่วยในการทำงานต่างๆ ของร่างกายให้เป็นปกติ ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ นม ไข่โภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์: โภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์ ธาตุเหล็ก ส่วนประกอบของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง พาออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย ตับ เนื้อสัตว์ ไข่แดง ผัก ถั่ว ต้องการเพิ่มเป็น 2 เท่า ยาบำรุงระหว่างตั้งครรภ์โภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์: โภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์ แคลเซียม สร้างกระดูกและฟัน โครงสร้างต่างๆ ของร่างกาย นม โยเกิร์ต ถั่ว ปลาเล็กปลาน้อย เมล็ดทานตะวัน เผือก มัน เต้าหู้ ยาบำรุงระหว่างตั้งครรภ์โภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์: โภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์ อาหารพวกเส้นใย (ไฟเบอร์) เป็นอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่ง พบมากใน ผัก ผลไม้ ถั่ว ธัญพืช ไม่ย่อยสลาย ไม่ถูกดูดซึม ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก ช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ ป้องกันอาการท้องผูก ริดสีดวงPowerPoint Presentation: โภชนาการ เพื่อลูกน้อย ฉลาดและแข็งแรงโภชนาการเพื่อพัฒนาสมองลูกน้อย: โภชนาการเพื่อพัฒนาสมองลูกน้อย กรดโฟลิคหรือโฟเลต ป้องกันความผิดปกติของสมองและไขสันหลัง ช่วยในการแบ่งตัวของเซลล์ ผัก ผลไม้ ถั่วเหลือง ตับ ไข่ ยาบำรุง รับประทานตั้งแต่ก่อนเริ่มตั้งครรภ์โภชนาการเพื่อพัฒนาสมองลูกน้อย: โภชนาการเพื่อพัฒนาสมองลูกน้อย กรดไขมันไม่อิ่มตัว กรดไขมันโอเมก้า 3 (ดี เอช เอ) กรดไขมันโอเมก้า 6 (เอ อาร์ เอ)โภชนาการเพื่อพัฒนาสมองลูกน้อย: โภชนาการเพื่อพัฒนาสมองลูกน้อย กรดไขมันโอเมก้า 3 (ดี เอช เอ) และ โอเมก้า 6 (เอ อาร์ เอ) เป็นส่วนประกอบที่สำคัญและจำเป็นต่อการพัฒนาเซลล์สมอง การส่งต่อสัญญาณประสาท สติปัญญาดี เฉลียวฉลาด สำคัญต่อการพัฒนาเซลล์จอประสาทตา การรับรู้สัญญาณภาพ พัฒนาทางสายตาโภชนาการเพื่อพัฒนาสมองลูกน้อย: โภชนาการเพื่อพัฒนาสมองลูกน้อย กรดไขมันโอเมก้า 3 (ดี เอช เอ) ปลาทะเล สาหร่ายทะเล น้ำมันปลา เนื้อสัตว์ ผักกาด บรอคโคลี่ กรดไขมันโอเมก้า 6 (เอ อาร์ เอ) น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันเมล็ดทานตะวัน น้ำมันข้าวโพดโภชนาการเพื่อลูกน้อยแข็งแรง: โภชนาการเพื่อลูกน้อยแข็งแรง พรีไบโอติกพรีไบโอติก: พรีไบโอติก พรีไบโอติก ส่วนของอาหารที่ไม่ถูกย่อยในทางเดินอาหาร กระตุ้นการเจริญของแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยปรับสมดุลของสภาพแวดล้อมในระบบลําไส้ แบคทีเรียสุขภาพ (โพรไบโอติก) แลคโตแบซิลลัส (Lactobacillus) ไบฟิโดแบคทีเรีย (Bifidobacteria)พรีไบโอติก: พรีไบโอติก แบคทีเรียสุขภาพ (โพรไบโอติก) ป้องกันไม่ให้แบคทีเรียก่อโรคมาเกาะติดผนังลําไส้ ผลิตสารที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อก่อโรค แย่งอาหารทำให้เชื้อก่อโรคเจริญเติบโตไม่ได้พรีไบโอติก: พรีไบโอติก ช่ววยป้องกันอาการท้องเสียจากการติดเชื้อ ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก กระตุ้นการทํางานของระบบภูมิคุ้มกัน มีผลต่อการทําหน้าที่ของเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับภูมิต้านทานในลําไส้ เพิ่มความแข็งแรงของเซลล์เยื่อบุผิวของลําไส้ สามารถป้องกันการติดเชื้อได้พรีไบโอติก: พรีไบโอติก กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ลดการเกิดอาการภูมิแพ้ต่างๆ แพ้อาหาร แพ้นม ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ผื่นภูมิแพ้พรีไบโอติก: พรีไบโอติก พรีไบโอติก ข้าวซ้อมมือ กล้วยน้ำว้า หัวหอม กล้วย กระเทียม หน่อไม้ฝรั่ง ผัก ผลไม้ ถั่วและเมล็ดธัญพืชต่างๆPowerPoint Presentation: การเลี้ยงลูก ด้วยนมแม่การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่: การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ นมแม่ดีที่สุดสำหรับทารก สะอาด สะดวก สารอาหารครบถ้วน สร้างสายสัมพันธ์ สายใยรัก ให้ภูมิคุ้มกัน ประหยัดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่: การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ นมแม่ดีที่สุดสำหรับทารก ดูดเร็ว ดูดบ่อย ดูดถูกวิธีการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่: การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ประโยชน์ต่อคุณแม่ สายใยรัก ความผูกพัน มดลูกเข้าอู่เร็ว รูปร่างดี เป็นวิธีการคุมกำเนิดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่: การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่PowerPoint Presentation: Breast is Best นมแม่... ดีที่สุดPowerPoint Presentation: ขอบคุณครับ