NEW การรับรู้และการตอบสนอง

Views:
 
Category: Others/ Misc
     
 

Presentation Description

No description available.

Comments

Presentation Transcript

เรื่อง การรับรู้และการตอบสนอง : 

เรื่อง การรับรู้และการตอบสนอง เนื้อหา 2.การตอบสนองของสิ่งมีชีวิต เซลล์เดียวและสัตว์บางชนิด 1.การับรู้และการตอบสนอง 3.ระบบประสาทในคนและ สัตว์มีกระดูกสันหลัง 4.เซลล์ประสาท 5.ไซแนปส์ (Synapse)

การรับรู้และการตอบสนอง : 

การรับรู้และการตอบสนอง สิ่งเร้า (stimulus) หน่วยรับความรู้สึก (receptor ) ระบบประสาท ระบบประสาทประสานงาน (Co-ordinating) ระบบต่อมไร้ท่อ หน่วยปฏิบัติงาน (effector ) การตอบรับ (ตอบสนองสิ่งเร้า)

Slide 3: 

การทำงานของอวัยวะและส่วนต่างๆ ในร่างกายมนุษย์และสัตว์จะดำเนินไปเป็นปกติต้องอาศัยระบบประสานงานระหว่าง ระบบประสาท (nervous system) และระบบต่อมไร้ท่อ (endocrine system) การทำงานของสองระบบนี้ทำหน้าที่ควบคุมและติดต่อประสานงานต่างๆ ของร่างกายจึงเรียกรวมกันว่า ระบบประสานงาน (coordinating system)

Slide 4: 

โครงสร้างที่สำคัญของระบบประสาท คือ เซลล์ประสาทและอวัยวะสัมผัส และอีกระบบหนึ่งคือ ระบบต่อมไร้ท่อ สร้างสารเคมี เรียกว่า ฮอร์โมน ทำหน้าที่สร้างสารกระตุ้นควบคุมการทำงานของร่างกาย ทั้งระบบประสาทและระบบ ต่อมไร้ท่อ ทำหน้าที่ประสานงานให้ร่างกายอยู่ในสภาวะสมดุลได้

การตอบสนองของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวและสัตว์บางชนิด : 

การตอบสนองของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวและสัตว์บางชนิด

Slide 6: 

พารามีเซียม (Paramecium) เป็นพวกโปรติสต์ไม่มีเซลล์ประสาท แต่ที่โคนซิเลียมีเส้นใยประสานงาน (Co-Ordinating Fiber) ที่เป็นเส้นใยที่สามารถรับรู้และตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้ ซึ่งอยู่ใต้ผิวเซลล์ เชื่อมโยงระหว่างโคนซิเลียแต่ละเส้นทำให้เกิดการประสานงาน การโบกพัดของซิเลียที่อยู่รอบ ๆ ตัว ถ้าหากตัดเส้นใยนี้พบว่า พารามีเซียม ไม่สามารถควบคุมการโบกพัดของซิเลียได้ ระบบประสาทของพารามีเซียม

Slide 7: 

ภาพแสดง ซิเลียและเส้นใยประสานงานของพารามีเซียม ที่มา : สสวท. ชีววิทยา เล่ม 3, 2547 : 27

ภาพแสดงการเคลื่อนที่ของพารามีเซียม : 

ภาพแสดงการเคลื่อนที่ของพารามีเซียม (Co-Ordinating Fiber)

ระบบประสาทของไฮดรา : 

ระบบประสาทของไฮดรา ไฮดรา ไม่มีปมประสาท มีเส้นใยประสาท ที่เรียกว่า ร่างแหประสาท (nerve net) มีลักษณะการเชื่อมโยงกันเป็นร่างแห กระจายอยู่รอบตัว เมื่อกระตุ้นจะทำให้ทุกส่วนของร่างกายหดตัว การเคลื่อนที่ของกระแสประสาท ช้ากว่าสัตว์ชั้นสูงมาก และการเคลื่อนที่ของกระแสประสาทไม่มีทิศทางที่แน่นอนคือ กระจายไปได้หลายทาง บริเวณปากและเทนทาเคิล มีเส้นใยประสาทอยู่มากทำให้รับความรู้สึกและตอบสนองได้ดีกว่าบริเวณอื่น

Slide 10: 

ภาพแสดง ระบบประสาทแบบร่างแหประสาทของไฮดรา ที่มา : http://www.rbru.ac.th/courseware/science/4031102/lesson7/lesson7.3.html

ระบบประสาทของพลานาเรีย : 

ระบบประสาทของพลานาเรีย พลานาเรีย (Planaria) มีพัฒนาการของระบบประสามากขึ้น ตัวเซลล์ประสาทมีการรวมเป็นกลุ่มอยู่ทางด้านหัวเรียกว่า Cerebral ganglia เส้นประสาทด้านท้อง (Ventral nerve cord สองเส้นยาวขนานไปกับลำตัวตั้งแต่ส่วนของกลุ่มเซลล์ประสาทไปจนสุดตัว โดยระหว่างเส้นประสาททั้งสองนี้จะมีเส้นประสาทตามขวาง (Transverse nerve) เชื่อมต่ออยู่ ทำให้ระบบประสาทส่วนกลางของพลานาเรียมีลักษณะคล้ายขั้นบันได (Ladder-like)

Slide 12: 

พลานาเรียมีตัวรับสารเคมีที่เรียกว่า Auricle ที่บริเวณหัวซึ่งมีความสำคัญต่อการหาอาหาร และมี Ocelli รวมกลุ่มทำหน้าที่เป็น Eyespot ที่มีความไวต่อแสง Oceli รวมกลุ่มทำหน้าที่เป็น Eyespot

ระบบประสาทในคนและสัตว์มีกระดูกสันหลัง : 

ระบบประสาทในคนและสัตว์มีกระดูกสันหลัง มีระบบประสาทพัฒนามาก เซลล์เกือบทั้งหมดรวมกันอยู่ที่ส่วนหัว มีขนาดใหญ่ และเจริญเติบโต มีการพัฒนาไปเป็นสมอง ส่วนที่ทอด ยาวตามลำตัวทางด้านหลัง เรียกว่า ไขสันหลัง (spinal cord) สมองและไขสันหลังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของระบบประสาทโดย มีเส้นประสาทแยกออกมาจากสมองและไขสันหลัง

Slide 14: 

สมองของสัตว์มีกระดูกสันหลังขณะที่ยังเป็นเอ็มบริโอมีลักษณะ เป็นหลอดกลวง เรียกว่า นิวรัลทิวบ์ (neural tube) ที่โป่งออก แบ่ง ออกเป็น 3 ส่วน คือ สมองส่วนหน้า สมองส่วนกลางและสมองส่วน หลัง ซึ่งอยู่ก่อนไขสันหลัง ต่อมาสมองส่วนต่างๆ โดยเฉพาะสมอง ส่วนหน้าและสมองส่วนหลังได้พัฒนาเป็นส่วนต่างๆ

Neural Tube [นิวรัลทิวบ์] : 

Neural Tube [นิวรัลทิวบ์]

เซลล์ประสาท : 

เซลล์ประสาท ร่างกายคนมีเซลล์ประสาท (nerve cell) หรือ นิวรอน (neuron) จำนวนมาก ทำหน้าที่เกี่ยวกับการรับรู้และการตอบสนอง แต่ละเซลล์อาจมีการเชื่อมโยงเกี่ยวพันกับเซลล์ประสาทอื่นเป็นพันๆ เซลล์ สามารถทำงานเกี่ยวกับการรับส่งสัญญาณ ระหว่างสิ่งเร้าภายนอกกับภายในร่างกายได้อย่างมีระบบ

Slide 20: 

ส่วนประกอบที่สำคัญของเซลล์ประสาทมี 2 ส่วนคือ 1. ตัวเซลล์ (cell body) มีรูปร่างหลายแบบ เช่น กลม รี หรือเป็นเหลี่ยม   ตัวเซลล์เป็นส่วนของไซโทพลาซึมและนิวเคลียส มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4-25 ไมโครเมตร ภายในมี ออร์แกเนลล์ที่สำคัญ คือ ไมโทคอนเดรีย เอนโดพลาสมิกเรติคูลัมและกอลจิคอมเพล็กซ์ จำนวนมาก

Slide 21: 

2. ใยประสาท (nerve fiber) เป็นส่วนของเซลล์ที่ยื่นออกมาจากตัวเซลล์มีลักษณะเป็นแขนงเล็กๆ ใยประสาทที่นำกระแสประสาทเข้าสู่ตัวเซลล์เรียกว่า เดนไดรต์ (dendrite) ใยประสาทที่นำกระแสประสาทออกจากตัวเซลล์ เรียกว่า แอกซอน (axon) เซลล์ประสาทแต่ละเซลล์จะมี เดนไดรต์แยกออกจากตัวเซลล์หนึ่งใยหรือหลายใย ส่วนแอกซอนมีเพียงใยเดียวเท่านั้น

เดนไดรต์ (dendrite) : 

เดนไดรต์ (dendrite) เดนไดรต์ (dendrite) เป็นส่วนของตัวเซลล์ที่ยื่นออกมารับกระแสประสาทจากภายนอกเข้าสู่ตัวเซลล์ แขนงของเดนไดรต์มีตั้งแต่หนึ่งถึงหลายแขนง และมักมีขนาดสั้น ภายในเดนไดรต์มีนิสส์ลบอดี และไมโทรคอนเดรีย dendrite แอกซอน (axon) เป็นส่วนของตัวเซลล์ที่ยื่นออกมาทำหน้าที่ส่งกระแสประสาท จากตัวเซลล์ออกไปยังอวัยวะตอบสนอง หรือเดนไดรต์ ของเซลล์ประสาทอื่น ตัวเซลล์ 1 เซลล์จะมีแอกซอนเพียง 1 แขนง และมักมีขนาดยาว จะถูกหุ้มด้วย เยื่อไมอีลิน ( myelin sheath) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเซลล์ชวานน์ ( schwann cell ) บริเวณรอยต่อของเยื่อไมอีลินเป็นส่วนที่คอดเว้าเรียกว่า โนด ออฟ แรนเวียร์ ( node of ranvier )

ชนิดของเซลล์ประสาท : 

ชนิดของเซลล์ประสาท เซลล์ประสาทแบ่งตามลักษณะรูปร่าง ออกได้ 3 ประเภท คือ 1.  เซลล์ประสาทขั้วเดียว  ( Unipolar   neuron )  มีใยประสาทออกจากตัวเซลล์เพียงเส้นเดียวแล้วแยกออกเป็น 2 กิ่ง    กิ่งหนึ่งเป็นเดนไดรต์ อีกกิ่งหนึ่งเป็นแอกซอน ภาพแสดง เซลล์ประสาทขั้วเดียว

Slide 25: 

2. เซลล์ประสาทชนิดสองขั้ว (Bipolar neuron) มีใยประสาทออกจากตัวเซลล์ 2 เส้นยาวเท่าๆ กัน หรือใกล้เคียงกัน เส้นหนึ่งเป็นเดนไดรต์ อีกเส้นหนึ่งเป็นแอกซอน ภาพแสดง เซลล์ประสาทสองขั้ว

Slide 26: 

3. เซลล์ประสาทหลายขั้ว ( Multipolar  neuron ) มีใยออกจากตัวเซลล์หลายเส้น ประกอบด้วยเดนไดรต์แตกแขนงสั้น ๆ มากมาย และแอกซอนยาวเพียงเส้นเดียว ภาพแสดง เซลล์ประสาทสองขั้ว

Slide 27: 

เซลล์ประสาทแบ่งตามหน้าที่ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ 1. เซลล์ประสาทรับความรู้สึก (Sensory   neuron) เป็นเซลล์ประสาทขั้วเดียว หรือสองขั้ว ทำหน้าที่รับกระแสความรู้สึกเข้าสู่เซลล์ในสมองและไขสันหลัง 2.  เซลล์ประสาทสั่งการ (Motor  neuron)  เป็นเซลล์ประสาทหลายขั้วทำหน้าที่นำกระแสประสาทจากเซลล์ในสมองหรือไขสันหลังไปยังหน่วยปฏิบัติการ 3. เซลล์ประสาทประสานงาน (Association  neuron ) เป็นเซลล์ประสาทหลายขั้ว ทำหน้าที่เชื่อมโยงกระแสประสาทจากเซลล์ประสาทรับความรู้สึกและเซลล์ประสาทนำคำสั่งพบอยู่ในระบบประสาทส่วนกลาง

Slide 28: 

เซลล์ประสาท แบ่งตามความยาวของแอกซอน ได้ 2 ชนิด คือ 1.เซลล์ประสาทกอลใจ แบบที่ 1 ( Golgi  type  I  neuron )  เป็นเซลล์ประสาทที่มีแอกซอนยาวออกจากตัวเซลล์ ไปสิ้นสุดที่บริเวณอื่นของระบบประสาท  ทำหน้าที่เป็นตัวส่งสัญญาณประสาทไปยังบริเวณที่อยู่ไกลออกไป  เช่น จากสมองส่วนหน้าไปที่ไขสันหลัง หรือจากไขสันหลังไปที่กล้ามเนื้อ 2. เซลล์ประสาทกอลใจ แบบที่ 2   ( Golgi  type  I I neuron )  เป็นเซลล์ประสาทที่มีแอกซอนสั้น ๆ สิ้นสุดอยู่ในบริเวณเดียวกับตัวเซลล์  หรืออาจเป็นเซลล์ประสาทที่มีแขนงแยกออกได้ ไม่ชัดเจนว่าเส้นไหนเป็นแอกซอน เส้นไหนเป็นเดนไดรต์ เช่น เซลล์ประสาทบริเวณก้านสมอง

Slide 29: 

เซลล์ประสาทแบ่งตามทิศทางการนำสัญญาณประสาท แบ่งออกได้ 4 ชนิด คือ 1. เซลล์ประสาทรับความรู้สึก (Afferent neuron) นำสัญญาณประสาทจากที่ต่างๆ เข้าสู่ระบบประสาท 2. เซลล์ประสาทสั่งการ (Efferent neuron) นำสัญญาณประสาทออกจากระบบเข้าสู่อวัยวะ หรือหน่วยปฏิบัติงาน 3. เซลล์ประสาทแกงกลิโอนิก (Ganglionic neuron) เป็นเซลล์ประสาทที่อยู่ตามปมประสาทที่อยู่นอกระบบประสาท 4. ร่างแหประสาท (Nerve net) เป็นเซลล์ประสาทที่อยู่เฉพาะบางที่ในร่างกาย

Slide 30: 

ภาพแสดง โครงสร้างของเซลล์ประสาทรับความรู้สึก

Slide 31: 

ภาพแสดง โครงสร้างของเซลล์ประสาทสั่งการ

Slide 32: 

ภาพแสดง โครงสร้างของเซลล์ประสาท

ไซแนปส์ (Synapse) : 

เซลล์ประสาทไม่ได้อยู่เดี่ยวๆ แต่จะสานต่อกันเป็นเครือข่าย ปลายแอก ซอนของ เซลล์ประสาท อาจแตกออกเป็นกิ่งก้านหลายอัน แล้วไปอยู่ชิด กับตัวเซลล์ประสาทหรือส่วนของ เดนไดรต์ของเซลล์ประสาทอื่นหรือ เซลล์กล้ามเนื้อหรือหน่วยปฏิบัติงาน เพื่อถ่ายทอดกระแสประสาท บริเวณที่อยู่ชิดกันนั้นเรียกว่า ไซแนปส์ (synapse) ไซแนปส์ (Synapse)

หน้าที่ของไซแนปส์ : 

1. ทำให้คำสั่งหรือกระแสประสาทเดินทางถ่ายทอดเป็นทางเดียวเท่านั้น ช่วยให้ระบบประสาทแผ่กระแสประสาทไปยังส่วนรับคำสั่งได้อย่างเรียบร้อยไม่ยุ่งเหยิงสับสน 2. ทำหน้าที่ขยายสัญญาณ (amplifying action) โดยมีการรวมกัน (summation) หรือกระจายกระแสประสาทออก ทำให้คำสั่งนั้นแผ่กระจายกว้างขวางมากขึ้น 3. ทำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงาน (intregative action) ของคำสั่งต่างๆ มีทั้งการเร่ง การทำงาน ให้มากขึ้น หรือรั้งการทำงานให้ช้าลง ทำให้อวัยวะตอบสนองทำงานได้อย่างแน่นอนและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย หน้าที่ของไซแนปส์

Slide 35: 

ภาพแสดง ไซแนปส์ระหว่างเซลล์

จัดทำโดยสมาชิก กลุ่มที่ 8,,* : 

จัดทำโดยสมาชิก กลุ่มที่ 8,,* Thank you & Good bye