logging in or signing up unit2 aSGuest67113 Download Post to : URL : Related Presentations : Share Add to Flag Embed Email Send to Blogs and Networks Add to Channel Uploaded from authorPOINT lite Insert YouTube videos in PowerPont slides with aS Desktop Copy embed code: (To copy code, click on the text box) Embed: URL: Thumbnail: WordPress Embed Customize Embed The presentation is successfully added In Your Favorites. Views: 171 Category: Entertainment License: All Rights Reserved Like it (0) Dislike it (0) Added: September 14, 2010 This Presentation is Public Favorites: 0 Presentation Description No description available. Comments Posting comment... Premium member Presentation Transcript ความแตกต่างระหว่างบุคคล : ความแตกต่างระหว่างบุคคล สาเหตุความแตกต่างระหว่างบุคคล 1. พันธุกรรม (Heredity) การถ่ายทอดทางพันธุกรรม เซลล์ ปฏิสนธิ อสุจิ + ไข่ ชาย หญิง โปรโตรพลาสซึม (นุ่ม , เหลว) (นิวเคลียส) โครโมโซม (ยีนส์) (46=23 คู่) Slide 2: พ่อผลิตอสุจิมีโครโมโซมเพศ 2 ชนิด จำนวนเท่ากัน แม่ผลิตไข่ซึ่งมีโครโมโซมเป็น X ทั้งหมด ก. มีโครโมโซมเพศเป็น X ข. มีโครโมโซมเพศเป็น Y (ให้สังเกตว่าโคโมโซมทั้ง 23 คู่ในไข่หรืออสุจิ จะเป็นประเภทเดียวกัน) Slide 3: 1.ถ้าอสุจิ X เข้าไปในรังไข่ XX เด็กผู้หญิงX 2ตัวจะจับคู่กัน 2.ถ้าอสุจิ Y เข้าไปในรังไข่ XY เด็กผู้ชายX และYจะจับคู่กัน อิทธิพลของพันธุกรรม : บุคคล : อิทธิพลของพันธุกรรม : บุคคล 1. ยีนส์ 2. โครโมโซม 3. จุดเริ่มต้นของชีวิต 4. การกำหนดเพศ 5. จำนวนเด็กที่เกิด 6. การกำหนดลักษณะ ลักษณะการถ่ายทอดพันธุกรรม : ลักษณะการถ่ายทอดพันธุกรรม 1. เพศ ลักษณะประจำเพศหญิง ชาย 2. ลักษณะขนาดของร่างกาย 3. ลักษณะสีตา สีผม 4. ชนิดของกลุ่มเลือด 5. ลักษณะความผิดปกติของร่างกาย ตาบอดสี เพดานโหว่ ศีรษะล้าน นิ้วเกิน มือติดกัน การเกิดเพศหญิงเพศชาย - แสดงค่าของพันธุกรรมไม่แตกต่างกัน ซึ่งพันธุกรรมเดียวกันก็จะเหมือนกัน 6. โรคบางอย่าง เช่น โลหิตไหลไม่หยุด 2. สิ่งแวดล้อม (Enviroment) : 2. สิ่งแวดล้อม (Enviroment) สิ่งแวดล้อม : บุคคล สิ่งแวดล้อมก่อนเกิด 1. สิ่งแวดล้อมภายในครรภ์มารดา 2. อาหารของมารดา 3. สุขภาพของมารดา 4. การกระทบกระเทือนใจขณะตั้งครรภ์ 5. การได้รับการดูแลจากแพทย์ 6. การได้รับบาดเจ็บขณะคลอด สิ่งแวดล้อมหลังการเกิด : สิ่งแวดล้อมหลังการเกิด 1. บ้าน 2. โรงเรียน 3. สิ่งแวดล้อมอื่นๆ เช่น สื่อมวลชน สถาบันต่างๆ ฯลฯ ลักษณะสภาพแวดล้อมในครอบครัวที่มีผลต่อการพัฒนาเด็ก : ลักษณะสภาพแวดล้อมในครอบครัวที่มีผลต่อการพัฒนาเด็ก 1. ความพร้อมของพ่อ แม่ ผู้ปกครอง 2. รูปแบบและคุณภาพของภาษา 3. ท่าทีและการชี้นำทางวิชาการ 4. ความกระตือร้นของครอบครัว 5. กิจกรรมและการกระตุ้น การเรียนรู้ 6. นิสัยการทำงานของครอบครัว ผลการวิจัย สรุปว่า การมีส่วนร่วมของพ่อแม่ + ครู ไม่เป็นเพียงแต่การศึกษาของลูกเท่านั้น หากจะช่วยปรับปรุงโรงเรียน + โครงสร้างการศึกษาโดยรวมด้วย และยังส่งผลในการจัดการศึกษาให้แก่เด็กด้อยโอกาส หรือเด็กยากจน เพราะเด็กทุกคน ทุกกลุ่ม ต่างเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมซึ่งกันและกัน * ความจริงอีกประการหนึ่ง * : * ความจริงอีกประการหนึ่ง * พ่อแม่ ผู้ปกครองที่มีการศึกษาน้อยกลัวที่จะเข้าร่วมกิจกรรมกับสังคมในโรงเรียนของลูก และโรงเรียนในสังคมไทยมักจะพบผู้ปกครองเรื่องการระดมทุน ทำให้กลุ่มพ่อแม่ ผู้ปกครองส่วนมากไม่สามารถเข้าร่วมได้และในที่สุดก็ปลีกตัวห่างออกมา ทำให้โรงเรียนสูญเสียทรัพยากรบุคคลที่มีความสามารถที่หลากหลายไปอย่างน่าเสียดาย 1. ความแตกต่างของคน : 1. ความแตกต่างของคน ความแตกต่างทางร่างกาย 4 แบบ 1. แบบแอสทีนิค (Asthenic Type) ลักษณะ ร่างกายผอมสูง ตัวยาว แขนยาว มือยาว และชอบเรียนทางด้ายศิลปะ มักเป็นคนเงียบเหงา ช่างคิด เจ้าอารมณ์ หงุดหงิดง่าย 2. แบบบิคนิค (Piknic Type) ลักษณะ ร่างกายอ้วนเตี้ย คอใหญ่ ท้องใหญ่ อารมณ์เปลี่ยนแปลง อ่อนไหวง่าย ความรู้สึกกลับไปกลับมาระหว่างร่าเริงกับความเศร้า 3 แบบแอทเฮดติด (Athletic Type) ลักษณะ มีร่างกายแข็งแรง กล้ามเนื้อเจริญเติบโตได้ดี มักได้แก่พวกนักกีฬา มีจิตใจชอบสนุกสนานชอบออกกำลังกายกลางแจ้ง ร่าเริง มีอารมณ์สนุกสนาน Slide 11: 4. แบบดีสพลาสติด (Dysplastic Type) ลักษณะ รูปร่างสูงใหญ่ ผิดปกติ มักมีสติปัญญาต่ำ เซลดอน ได้แบ่งความแตกต่างของคนออกเป็น 3 แบบ 4.1 พวกเอนโดมอร์ฟี่ย์ (Endomophy) อ้วน ชอบทานจุกจิก เคลื่อนไหวช้า ชอบนอนหลับ ใจดี โกรธง่าย หายเร็ว อารมณ์ดี อาชีพ เหมาะกับการค้า นักธุรกิจ บริหาร 4.2 พวกเมโซมอร์ฟีย์ (Mesomorphy) กำยำ ล่ำสัน แข็งแรง ชอบกีฬา ชอบผจญภัย การแข่งขัน อาชีพ เป็นผู้นำ นักบริหาร 4.3 พวกเอคโตมอร์ฟีย์ (Eetomorphy) ผอมบาง อารมณ์อ่อนไหวง่าย ช่างกังวล เจ้าความคิด นอนน้อย ขี้ระแวง 2. ความแตกต่างทางสติปัญญา : 2. ความแตกต่างทางสติปัญญา ลักษณะทางสติปัญญา พ่อแม่สติปัญญาต่ำลูกมักจะมีโอกาสมีสติปัญญาต่ำ โรคบางชนิด (ทางสมอง) ขาดอาหาร กระทบกระเทือนทางสมอง ยาบางชนิด แต่งงานกับยีนส์ที่ใกล้กันเกินไป (พี่น้อง – ญาติสนิท) Slide 15: ความแตกต่างทางสติปัญญา I.Q. (Intelligents Quotient) I.Q. = M.A x 100 C.A M.A = Mental Age ได้จากคะแนนสอบ C.A = Chonological Age อายุจริงตามปฏิทิน ตัวอย่าง เด็กชาย ก. ทำการทดสอบได้คะแนนดิบมาเทียบกับอายุสมอง 9 ปี 6 เดือน และอายุจริงของ ก. เท่ากับ 10 ปี 2 เดือน I.Q. = 114 เดือน x 100 122 เดือน = 93.44 ก. มี I.Q. = 93 อยู่ในระดับปานกลาง เรียนได้จบชั้นมัธยมศึกษา ทำงานอาชีพที่ใช้ความชำนาญธรรมดา การแจกแจงจากคนทั่วไป 46% : ตัวอย่าง เด็กชาย ก. ทำการทดสอบได้คะแนนดิบมาเทียบกับอายุสมอง 9 ปี 6 เดือน และอายุจริงของ ก. เท่ากับ 10 ปี 2 เดือน I.Q. = 114 เดือน x 100 122 เดือน = 93.44 ก. มี I.Q. = 93 อยู่ในระดับปานกลาง เรียนได้จบชั้นมัธยมศึกษา ทำงานอาชีพที่ใช้ความชำนาญธรรมดา การแจกแจงจากคนทั่วไป 46% Slide 17: ความแตกต่างทางอารมณ์ ความแตกต่างทางสังคม ความแตกต่างทางชนชั้นทางสังคม วัยวุฒิ คุณวุฒิ ชาติวุฒิ ธนวุฒิ 6. ความแตกต่างทางเพศ 7. ความแตกต่างทางอายุพัฒนาการจากวัยเด็กถึงวัยชรา (Developmental Tasks from Infancy through Layer Life) : 7. ความแตกต่างทางอายุพัฒนาการจากวัยเด็กถึงวัยชรา (Developmental Tasks from Infancy through Layer Life) วัยเด็ก – วัยเด็กตอนต้น (แรกเกิด – อายุ 6 ปี) เรียนรู้ที่จะเดิน เรียนรู้ที่จะรับประทานอาหาร เรียนรู้ที่จะพูด เรียนรู้ที่จะควบคุมการขับถ่าย เรียนรู้ที่จะมองเห็นความแตกต่างระหว่างเพศ รู้จักการทรงตัว เคลื่อนไหวได้สะดวก เริ่มมีความคิดรวบยอดง่ายๆเกี่ยวกับความจริงทางสังคม และทางกายภาพ เรียนรู้ที่จะสร้างความผูกพันตนเองกับพ่อแม่ พี่น้อง ตลอดจนคนอื่นๆ เรียนรู้ที่จะมองเห็นความแตกต่างระหว่างสิ่งที่ผิด–ถูก และเริ่มพัฒนาทางจริยธรรม Slide 19: วัยเด็กตอนกลาง (6 – 12 ปี) เรียนรู้ที่จะใช้ทักษะด้านร่างกายในการเล่นเกมส์ต่างๆ สร้างทัศนะคติต่อตนเองในฐานะที่เป็นสิ่งมีชีวิต เรียนรู้ที่จะปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนรุ่นเดียวกัน เรียนรู้บทบาททางสังคมที่เหมาะสมของเพศหญิงและเพศชาย พัฒนาความคิดรวบยอดที่จำเป็นสำหรับชีวิตประจำวัน พัฒนาเกี่ยวกับเรื่อง ศีลธรรม จรรยา และค่านิยม สามารถช่วยเหลือตนเองได้ พัฒนาทัศนะคติต่อกลุ่มสังคม และต่อสถาบันต่างๆ พัฒนาทักษะพื้นฐานในการอ่าน เขียน และคำนวณ Slide 20: วัยรุ่นตอนต้นและตอนปลาย (12-18 ปี) สามารถสร้างความสัมพันธ์อันดีและเหมาะสมกับเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันได้ทั้งที่เป็นเพศเดียวกันและต่างเพศ สามารถแสดงบทบาททางสังคมได้เหมาะสมกับเพศของตน ยอมรับสภาพร่างกายของตนเองสามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงทั้งหลายได้เป็นอย่างดี ตลอดจนรู้จักระวังรักษาสุขภาพของตนเองได้ รู้จักควบคุมอารมณ์ตนเองได้เป็นอย่างดี มีความมั่นใจเกี่ยวกับเรื่องการใช้จ่าย รู้จักการรับผิดชอบต่อการเงิน และการใช้จ่ายของตนเองได้เป็นอย่างดี มีการคบเพื่อนต่างเพศ มีการเลือกและเตรียมตัวเพื่ออาชีพ มีการเตรียมตัวเพื่อการแต่งงาน และการมีครอบครัว Slide 21: เริ่มเตรียมตัวที่จะเป็นพลเมืองที่ดี โดยการหาทักษะในการใช้ภาษา การสื่อความหมาย การหาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เช่น กฎหมาย รัฐบาล เศรษฐกิจ และสังคม มีความต้องการ และรู้จักการพัฒนาตนเองให้มีความรับผิดชอบทั้งต่อตนเอง และต่อสังคมโดยส่วนรวม มีความรู้สึกและความเข้าใจในเรื่องค่านิยม ตลอดจนรู้จักตัดสินใจเลือกค่านิยมและมาตรฐานที่ตนควรยึดถือเป็นหลัก เป็นแนวทางในชีวิต Slide 22: วัยผู้ใหญ่ตอนต้น (18-35 ปี) มีการเลือกคู่ครอง เรียนรู้ที่จะมีชีวิตร่วมกับคู่แต่งงาน เริ่มต้นสร้างครอบครัว รู้จักการอบรมเลี้ยงลูก รู้จักจัดการภารกิจในครอบครัว เริ่มต้นประกอบอาชีพ รู้จักหน้าที่ของพลเมืองที่ดี สามารถหากลุ่มสังคมที่เป็นพวกเดียวดันได้ Slide 23: วัยกลางคน (35 – 60 ปี) บรรลุวัยผู้ใหญ่ การเป็นพลเมืองดี ตลอดจนการมีความรับผิดชอบต่อสังคม สร้างหลักฐาน ฐานะเศรษฐกิจเพื่อความเป็นปึกแผ่นของครอบครัว การช่วยเหลือวัยรุ่นให้มีความรับผิดชอบ เพื่อจะได้เป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุข รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ สามารถที่จะปรับตัวและทำความเจ้าใจคู่ชีวิตของตนเองได้ เรียนรู้ที่จะยอมรับและปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย รู้จักปรับตัวให้เข้ากันได้กับพ่อแม่ที่มีอายุ Slide 24: วัยชรา (60 – ปี) สามารถปรับตัวได้กับสภาพร่างกายที่เสื่อมถอยลง ปรับตัวได้กับการที่ต้องเกษียณอายุ ตลอดจนเงินเดือนที่ลดลง ปรับตัวได้กับการตายจากของคู่ครอง สามารถสัมพันธ์ภาพกับคนในวัยเดียวกันได้ การนำความรู้ และความแตกต่างระหว่างบุคคล เพื่อใช้ในการเรียนการสอน : การนำความรู้ และความแตกต่างระหว่างบุคคล เพื่อใช้ในการเรียนการสอน 1. ด้านหลักสูตร - เรียนตามความสามารถ - เรียนตามความถนัด 2. ด้านการเรียนการสอน 3. การจัดแผนการเรียน 4. กิจกรรมการเรียนการสอน 5. การจัดชั้นเรียน 6. การแนะแนว : สติปัญญา ความถนัด อาชีพ ความสนใจ และบุคลิกภาพ Slide 26: จากกฎเกณฑ์ที่ว่า “คนเราทั้งหลายเหมือนกันและต่างกัน” ศัพท์ปรัชญา 1.โนโมแตติก ( Nomothetic) 2.ไอดิโอราฟริค (Idiographic) You do not have the permission to view this presentation. In order to view it, please contact the author of the presentation.
unit2 aSGuest67113 Download Post to : URL : Related Presentations : Share Add to Flag Embed Email Send to Blogs and Networks Add to Channel Uploaded from authorPOINT lite Insert YouTube videos in PowerPont slides with aS Desktop Copy embed code: (To copy code, click on the text box) Embed: URL: Thumbnail: WordPress Embed Customize Embed The presentation is successfully added In Your Favorites. Views: 171 Category: Entertainment License: All Rights Reserved Like it (0) Dislike it (0) Added: September 14, 2010 This Presentation is Public Favorites: 0 Presentation Description No description available. Comments Posting comment... Premium member Presentation Transcript ความแตกต่างระหว่างบุคคล : ความแตกต่างระหว่างบุคคล สาเหตุความแตกต่างระหว่างบุคคล 1. พันธุกรรม (Heredity) การถ่ายทอดทางพันธุกรรม เซลล์ ปฏิสนธิ อสุจิ + ไข่ ชาย หญิง โปรโตรพลาสซึม (นุ่ม , เหลว) (นิวเคลียส) โครโมโซม (ยีนส์) (46=23 คู่) Slide 2: พ่อผลิตอสุจิมีโครโมโซมเพศ 2 ชนิด จำนวนเท่ากัน แม่ผลิตไข่ซึ่งมีโครโมโซมเป็น X ทั้งหมด ก. มีโครโมโซมเพศเป็น X ข. มีโครโมโซมเพศเป็น Y (ให้สังเกตว่าโคโมโซมทั้ง 23 คู่ในไข่หรืออสุจิ จะเป็นประเภทเดียวกัน) Slide 3: 1.ถ้าอสุจิ X เข้าไปในรังไข่ XX เด็กผู้หญิงX 2ตัวจะจับคู่กัน 2.ถ้าอสุจิ Y เข้าไปในรังไข่ XY เด็กผู้ชายX และYจะจับคู่กัน อิทธิพลของพันธุกรรม : บุคคล : อิทธิพลของพันธุกรรม : บุคคล 1. ยีนส์ 2. โครโมโซม 3. จุดเริ่มต้นของชีวิต 4. การกำหนดเพศ 5. จำนวนเด็กที่เกิด 6. การกำหนดลักษณะ ลักษณะการถ่ายทอดพันธุกรรม : ลักษณะการถ่ายทอดพันธุกรรม 1. เพศ ลักษณะประจำเพศหญิง ชาย 2. ลักษณะขนาดของร่างกาย 3. ลักษณะสีตา สีผม 4. ชนิดของกลุ่มเลือด 5. ลักษณะความผิดปกติของร่างกาย ตาบอดสี เพดานโหว่ ศีรษะล้าน นิ้วเกิน มือติดกัน การเกิดเพศหญิงเพศชาย - แสดงค่าของพันธุกรรมไม่แตกต่างกัน ซึ่งพันธุกรรมเดียวกันก็จะเหมือนกัน 6. โรคบางอย่าง เช่น โลหิตไหลไม่หยุด 2. สิ่งแวดล้อม (Enviroment) : 2. สิ่งแวดล้อม (Enviroment) สิ่งแวดล้อม : บุคคล สิ่งแวดล้อมก่อนเกิด 1. สิ่งแวดล้อมภายในครรภ์มารดา 2. อาหารของมารดา 3. สุขภาพของมารดา 4. การกระทบกระเทือนใจขณะตั้งครรภ์ 5. การได้รับการดูแลจากแพทย์ 6. การได้รับบาดเจ็บขณะคลอด สิ่งแวดล้อมหลังการเกิด : สิ่งแวดล้อมหลังการเกิด 1. บ้าน 2. โรงเรียน 3. สิ่งแวดล้อมอื่นๆ เช่น สื่อมวลชน สถาบันต่างๆ ฯลฯ ลักษณะสภาพแวดล้อมในครอบครัวที่มีผลต่อการพัฒนาเด็ก : ลักษณะสภาพแวดล้อมในครอบครัวที่มีผลต่อการพัฒนาเด็ก 1. ความพร้อมของพ่อ แม่ ผู้ปกครอง 2. รูปแบบและคุณภาพของภาษา 3. ท่าทีและการชี้นำทางวิชาการ 4. ความกระตือร้นของครอบครัว 5. กิจกรรมและการกระตุ้น การเรียนรู้ 6. นิสัยการทำงานของครอบครัว ผลการวิจัย สรุปว่า การมีส่วนร่วมของพ่อแม่ + ครู ไม่เป็นเพียงแต่การศึกษาของลูกเท่านั้น หากจะช่วยปรับปรุงโรงเรียน + โครงสร้างการศึกษาโดยรวมด้วย และยังส่งผลในการจัดการศึกษาให้แก่เด็กด้อยโอกาส หรือเด็กยากจน เพราะเด็กทุกคน ทุกกลุ่ม ต่างเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมซึ่งกันและกัน * ความจริงอีกประการหนึ่ง * : * ความจริงอีกประการหนึ่ง * พ่อแม่ ผู้ปกครองที่มีการศึกษาน้อยกลัวที่จะเข้าร่วมกิจกรรมกับสังคมในโรงเรียนของลูก และโรงเรียนในสังคมไทยมักจะพบผู้ปกครองเรื่องการระดมทุน ทำให้กลุ่มพ่อแม่ ผู้ปกครองส่วนมากไม่สามารถเข้าร่วมได้และในที่สุดก็ปลีกตัวห่างออกมา ทำให้โรงเรียนสูญเสียทรัพยากรบุคคลที่มีความสามารถที่หลากหลายไปอย่างน่าเสียดาย 1. ความแตกต่างของคน : 1. ความแตกต่างของคน ความแตกต่างทางร่างกาย 4 แบบ 1. แบบแอสทีนิค (Asthenic Type) ลักษณะ ร่างกายผอมสูง ตัวยาว แขนยาว มือยาว และชอบเรียนทางด้ายศิลปะ มักเป็นคนเงียบเหงา ช่างคิด เจ้าอารมณ์ หงุดหงิดง่าย 2. แบบบิคนิค (Piknic Type) ลักษณะ ร่างกายอ้วนเตี้ย คอใหญ่ ท้องใหญ่ อารมณ์เปลี่ยนแปลง อ่อนไหวง่าย ความรู้สึกกลับไปกลับมาระหว่างร่าเริงกับความเศร้า 3 แบบแอทเฮดติด (Athletic Type) ลักษณะ มีร่างกายแข็งแรง กล้ามเนื้อเจริญเติบโตได้ดี มักได้แก่พวกนักกีฬา มีจิตใจชอบสนุกสนานชอบออกกำลังกายกลางแจ้ง ร่าเริง มีอารมณ์สนุกสนาน Slide 11: 4. แบบดีสพลาสติด (Dysplastic Type) ลักษณะ รูปร่างสูงใหญ่ ผิดปกติ มักมีสติปัญญาต่ำ เซลดอน ได้แบ่งความแตกต่างของคนออกเป็น 3 แบบ 4.1 พวกเอนโดมอร์ฟี่ย์ (Endomophy) อ้วน ชอบทานจุกจิก เคลื่อนไหวช้า ชอบนอนหลับ ใจดี โกรธง่าย หายเร็ว อารมณ์ดี อาชีพ เหมาะกับการค้า นักธุรกิจ บริหาร 4.2 พวกเมโซมอร์ฟีย์ (Mesomorphy) กำยำ ล่ำสัน แข็งแรง ชอบกีฬา ชอบผจญภัย การแข่งขัน อาชีพ เป็นผู้นำ นักบริหาร 4.3 พวกเอคโตมอร์ฟีย์ (Eetomorphy) ผอมบาง อารมณ์อ่อนไหวง่าย ช่างกังวล เจ้าความคิด นอนน้อย ขี้ระแวง 2. ความแตกต่างทางสติปัญญา : 2. ความแตกต่างทางสติปัญญา ลักษณะทางสติปัญญา พ่อแม่สติปัญญาต่ำลูกมักจะมีโอกาสมีสติปัญญาต่ำ โรคบางชนิด (ทางสมอง) ขาดอาหาร กระทบกระเทือนทางสมอง ยาบางชนิด แต่งงานกับยีนส์ที่ใกล้กันเกินไป (พี่น้อง – ญาติสนิท) Slide 15: ความแตกต่างทางสติปัญญา I.Q. (Intelligents Quotient) I.Q. = M.A x 100 C.A M.A = Mental Age ได้จากคะแนนสอบ C.A = Chonological Age อายุจริงตามปฏิทิน ตัวอย่าง เด็กชาย ก. ทำการทดสอบได้คะแนนดิบมาเทียบกับอายุสมอง 9 ปี 6 เดือน และอายุจริงของ ก. เท่ากับ 10 ปี 2 เดือน I.Q. = 114 เดือน x 100 122 เดือน = 93.44 ก. มี I.Q. = 93 อยู่ในระดับปานกลาง เรียนได้จบชั้นมัธยมศึกษา ทำงานอาชีพที่ใช้ความชำนาญธรรมดา การแจกแจงจากคนทั่วไป 46% : ตัวอย่าง เด็กชาย ก. ทำการทดสอบได้คะแนนดิบมาเทียบกับอายุสมอง 9 ปี 6 เดือน และอายุจริงของ ก. เท่ากับ 10 ปี 2 เดือน I.Q. = 114 เดือน x 100 122 เดือน = 93.44 ก. มี I.Q. = 93 อยู่ในระดับปานกลาง เรียนได้จบชั้นมัธยมศึกษา ทำงานอาชีพที่ใช้ความชำนาญธรรมดา การแจกแจงจากคนทั่วไป 46% Slide 17: ความแตกต่างทางอารมณ์ ความแตกต่างทางสังคม ความแตกต่างทางชนชั้นทางสังคม วัยวุฒิ คุณวุฒิ ชาติวุฒิ ธนวุฒิ 6. ความแตกต่างทางเพศ 7. ความแตกต่างทางอายุพัฒนาการจากวัยเด็กถึงวัยชรา (Developmental Tasks from Infancy through Layer Life) : 7. ความแตกต่างทางอายุพัฒนาการจากวัยเด็กถึงวัยชรา (Developmental Tasks from Infancy through Layer Life) วัยเด็ก – วัยเด็กตอนต้น (แรกเกิด – อายุ 6 ปี) เรียนรู้ที่จะเดิน เรียนรู้ที่จะรับประทานอาหาร เรียนรู้ที่จะพูด เรียนรู้ที่จะควบคุมการขับถ่าย เรียนรู้ที่จะมองเห็นความแตกต่างระหว่างเพศ รู้จักการทรงตัว เคลื่อนไหวได้สะดวก เริ่มมีความคิดรวบยอดง่ายๆเกี่ยวกับความจริงทางสังคม และทางกายภาพ เรียนรู้ที่จะสร้างความผูกพันตนเองกับพ่อแม่ พี่น้อง ตลอดจนคนอื่นๆ เรียนรู้ที่จะมองเห็นความแตกต่างระหว่างสิ่งที่ผิด–ถูก และเริ่มพัฒนาทางจริยธรรม Slide 19: วัยเด็กตอนกลาง (6 – 12 ปี) เรียนรู้ที่จะใช้ทักษะด้านร่างกายในการเล่นเกมส์ต่างๆ สร้างทัศนะคติต่อตนเองในฐานะที่เป็นสิ่งมีชีวิต เรียนรู้ที่จะปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนรุ่นเดียวกัน เรียนรู้บทบาททางสังคมที่เหมาะสมของเพศหญิงและเพศชาย พัฒนาความคิดรวบยอดที่จำเป็นสำหรับชีวิตประจำวัน พัฒนาเกี่ยวกับเรื่อง ศีลธรรม จรรยา และค่านิยม สามารถช่วยเหลือตนเองได้ พัฒนาทัศนะคติต่อกลุ่มสังคม และต่อสถาบันต่างๆ พัฒนาทักษะพื้นฐานในการอ่าน เขียน และคำนวณ Slide 20: วัยรุ่นตอนต้นและตอนปลาย (12-18 ปี) สามารถสร้างความสัมพันธ์อันดีและเหมาะสมกับเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันได้ทั้งที่เป็นเพศเดียวกันและต่างเพศ สามารถแสดงบทบาททางสังคมได้เหมาะสมกับเพศของตน ยอมรับสภาพร่างกายของตนเองสามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงทั้งหลายได้เป็นอย่างดี ตลอดจนรู้จักระวังรักษาสุขภาพของตนเองได้ รู้จักควบคุมอารมณ์ตนเองได้เป็นอย่างดี มีความมั่นใจเกี่ยวกับเรื่องการใช้จ่าย รู้จักการรับผิดชอบต่อการเงิน และการใช้จ่ายของตนเองได้เป็นอย่างดี มีการคบเพื่อนต่างเพศ มีการเลือกและเตรียมตัวเพื่ออาชีพ มีการเตรียมตัวเพื่อการแต่งงาน และการมีครอบครัว Slide 21: เริ่มเตรียมตัวที่จะเป็นพลเมืองที่ดี โดยการหาทักษะในการใช้ภาษา การสื่อความหมาย การหาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เช่น กฎหมาย รัฐบาล เศรษฐกิจ และสังคม มีความต้องการ และรู้จักการพัฒนาตนเองให้มีความรับผิดชอบทั้งต่อตนเอง และต่อสังคมโดยส่วนรวม มีความรู้สึกและความเข้าใจในเรื่องค่านิยม ตลอดจนรู้จักตัดสินใจเลือกค่านิยมและมาตรฐานที่ตนควรยึดถือเป็นหลัก เป็นแนวทางในชีวิต Slide 22: วัยผู้ใหญ่ตอนต้น (18-35 ปี) มีการเลือกคู่ครอง เรียนรู้ที่จะมีชีวิตร่วมกับคู่แต่งงาน เริ่มต้นสร้างครอบครัว รู้จักการอบรมเลี้ยงลูก รู้จักจัดการภารกิจในครอบครัว เริ่มต้นประกอบอาชีพ รู้จักหน้าที่ของพลเมืองที่ดี สามารถหากลุ่มสังคมที่เป็นพวกเดียวดันได้ Slide 23: วัยกลางคน (35 – 60 ปี) บรรลุวัยผู้ใหญ่ การเป็นพลเมืองดี ตลอดจนการมีความรับผิดชอบต่อสังคม สร้างหลักฐาน ฐานะเศรษฐกิจเพื่อความเป็นปึกแผ่นของครอบครัว การช่วยเหลือวัยรุ่นให้มีความรับผิดชอบ เพื่อจะได้เป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุข รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ สามารถที่จะปรับตัวและทำความเจ้าใจคู่ชีวิตของตนเองได้ เรียนรู้ที่จะยอมรับและปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย รู้จักปรับตัวให้เข้ากันได้กับพ่อแม่ที่มีอายุ Slide 24: วัยชรา (60 – ปี) สามารถปรับตัวได้กับสภาพร่างกายที่เสื่อมถอยลง ปรับตัวได้กับการที่ต้องเกษียณอายุ ตลอดจนเงินเดือนที่ลดลง ปรับตัวได้กับการตายจากของคู่ครอง สามารถสัมพันธ์ภาพกับคนในวัยเดียวกันได้ การนำความรู้ และความแตกต่างระหว่างบุคคล เพื่อใช้ในการเรียนการสอน : การนำความรู้ และความแตกต่างระหว่างบุคคล เพื่อใช้ในการเรียนการสอน 1. ด้านหลักสูตร - เรียนตามความสามารถ - เรียนตามความถนัด 2. ด้านการเรียนการสอน 3. การจัดแผนการเรียน 4. กิจกรรมการเรียนการสอน 5. การจัดชั้นเรียน 6. การแนะแนว : สติปัญญา ความถนัด อาชีพ ความสนใจ และบุคลิกภาพ Slide 26: จากกฎเกณฑ์ที่ว่า “คนเราทั้งหลายเหมือนกันและต่างกัน” ศัพท์ปรัชญา 1.โนโมแตติก ( Nomothetic) 2.ไอดิโอราฟริค (Idiographic)