logging in or signing up Premenstrual Sydrome (PMS) aSGuest122295 Download Post to : URL : Related Presentations : Share Add to Flag Embed Email Send to Blogs and Networks Add to Channel Uploaded from authorPOINT lite Insert YouTube videos in PowerPont slides with aS Desktop Copy embed code: (To copy code, click on the text box) Embed: URL: Thumbnail: WordPress Embed Customize Embed The presentation is successfully added In Your Favorites. Views: 49 Category: Entertainment License: All Rights Reserved Like it (0) Dislike it (0) Added: December 19, 2011 This Presentation is Public Favorites: 0 Presentation Description No description available. Comments Posting comment... Premium member Presentation Transcript Premenopausal Syndrome (PMS) อาการใกล้หมดประจำเดือน : Premenopausal Syndrome (PMS) อาการใกล้หมดประจำเดือน อาการหมดประจำเดือน หรืออาการใกล้หมดประจำเดือน พบในสตรี อายุระหว่าง 40-55 ปี เป็นสาเหตุทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆทั้งภายในร่างกายและจิตใจ การทำความเข้าใจกับสิ่งเหล่านี้จะช่วยทำให้ท่าน ทราบถึงอาการผิดปกติที่จะเกิดขึ้น รวมถึงการดูแลสุขภาพของตนเองกายวิภาคและสรีระวิทยา: กายวิภาคและสรีระวิทยา ระบบอวัยวะสืบพันธุ์ของสตรีประกอบด้วย ช่องคลอด มดลูก ปีกมดลูก รังไข่ อวัยวะทั้งหมดอยู่ภายในช่องท้อง บริเวณช่องเชิงกราน ระหว่างกระเพาะปัสสาวะและลำไส้ใหญ่ ( ทวารหนัก )รังไข่มีลักษณะเป็นต่อม (Gland) ทำหน้าที่ 2 ด้านได้แก่: รังไข่มีลักษณะเป็นต่อม (Gland) ทำหน้าที่ 2 ด้านได้แก่ 1. ผลิตฮอร์โมนชนิดพิเศษที่เรียกว่า ฮอร์โมน เอส โต รเจน (Estrogen) และฮอร์โมนโป รเจสเตอโรน (Progesterone) 2. ทำหน้าที่ตกไข่ ซึ่งเป็นขบวนการสร้างและตกไข่ ที่มีความจำเป็นในการสืบพันธุ์ของมนุษย์PowerPoint Presentation: ทั้งฮอร์โมน เอส โต รเจน (Estrogen) และฮอร์โมนโป รเจสเตอโรน (Progesterone) จะทำหน้าที่ช่วยเตรียมความพร้อมให้กับส่วนของเยื่อบุภายในมดลูก และเตรียมพร้อมเพื่อรองรับการตั้งครรภ์ได้ทันทีและยังช่วยจัดปรับช่วงระยะเวลาของการตกไข่ให้เหมาะสมPowerPoint Presentation: เมื่อไข่ตกจากรังไข่ ไข่จะหลุดเข้าไปในปีกมดลูกและเคลื่อนต่อไปยังมดลูก ที่มดลูก ไข่อาจจะปฏิสนธิกับเชื้ออสุจิ และไข่ที่ปฏิสนธิแล้วจะฝังตัวเข้ากับผนังมดลูกทำให้เกิดการตั้งครรภ์ต่อไปPowerPoint Presentation: แต่ถ้าหากไข่ไม่เกิดการปฏิสนธิกับเชื้ออสุจิไข่และเยื่อบุผนังมดลูก จะถูกขับออกนอกร่างกาย ผ่านทางปากมดลูกและช่องคลอดในรูปของประจำเดือนPowerPoint Presentation: ระยะเวลาของรอบเดือนแต่ละครั้งนานประมาณ 28 วัน ระดับของฮอร์โมน เอส โต รเจน (Estrogen) และฮอร์โมนโป รเจสเตอโรน (Progesterone) จะเพิ่มสูงขึ้นทั้งในช่วงก่อนและหลังการตกไข่ ถ้าหากไข่ไม่เกิดการปฏิสนธิ ระดับของฮอร์โมนจะลดน้อยลง และทำให้เกิดเป็นประจำเดือนPowerPoint Presentation: ฮอร์โมน เอส โต รเจน (Estrogen) และฮอร์โมนโป รเจสเตอโรน (Progesterone) เป็น 2 ฮอร์โมนหลัก ที่ควบคุมรอบประจำเดือนPowerPoint Presentation: นอกเหนือจากหน้าที่ในการควบคุมประจำเดือน ของฮอร์โมนทั้งสองดังกล่าวแล้ว ฮอร์โมน เอส โต รเจน (Estrogen) ยังช่วยทำให้ กระดูกแข็งแรง ช่วยรักษาระดับของไขมัน cholesterol ช่วยรักษาให้ผิวหนังและเส้นเลือดแดง มีความยืดหยุ่น และยังช่วยให้มีความจำดีด้วยอาการหมดประจำเดือน: อาการหมดประจำเดือน อาการหมดหรือใกล้หมดประจำเดือน เป็นอาการที่รอบเดือนเริ่มมาไม่สม่ำเสมอ จนค่อยๆน้อยลง และหมดไป เป็นอาการที่เกิดจาก รังไข่ที่หยุดผลิตฮอร์โมน และหยุดสร้างไข่PowerPoint Presentation: สตรีที่มีอายุในวัย 30 กลางๆ เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของรังไข่ ในด้านการสร้างฮอร์โมน ทั้ง ฮอร์โมน เอส โต รเจน (Estrogen) และฮอร์โมนโป รเจสเตอโรน (Progesterone)PowerPoint Presentation: มักจะไม่ค่อยพบอาการใกล้หมดประจำเดือน ในสตรีที่มีอายุก่อน 40 ปี แต่ก็พบได้ในระหว่างอายุ 30-50 ปี หรือกว่านั้น โดยเฉพาะในสตรีที่สูบบุหรี่ จะพบอาการนี้ได้ก่อนสตรีที่ไม่สูบบุหรี่PowerPoint Presentation: การ เปลึ่ยน แปลงของฮอร์โมน เอส โต รเจน (Estrogen) ในร่างกายสัมพันธ์กับ การเปลี่ยนแปลงของประจำเดือน ระยะก่อนเจริญพันธ์ ระยะเจริญพันธ์ ระยะก่อน หมดป จด. ระยะ หมดป จด. ระยะ หลังป จด.อาการแสดงออก: อาการแสดงออก การเปลี่ยนแปลงของระดับของฮอร์โมน เอส โต รเจน (Estrogen) และฮอร์โมนโป รเจสเตอโรน (Progesterone) ในร่างกายทำให้มีอาการแสดงออกต่างๆกันไปในแต่ละคน บางคนอาจมีอาการเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย แต่ส่วนใหญ่มักจะมีอาการไม่ค่อยสบายเนื้อสบายตัวPowerPoint Presentation: อาการใกล้หมดหรือหมดประจำเดือนมีอาการดังนี้ - อาการประจำเดือน กระปิบก ระปอย - อาการวูบวาบบนใบหน้าหรือหน้าอก - อาการที่ช่องคลอดหรือ กระเพาะปัส สวะ - อาการอ่อนเพลียและการหลับนอน - อาการเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์ - อาการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย - สมรรถภาพทางเพศการรับมือกับอาการในเบื้องต้น: การรับมือกับอาการในเบื้องต้น อาการประจำเดือน กระปิบก ระปอย เป็นสัญญาณแรกๆของอาการใกล้หมดประจำเดือน ทั้งในแบบมาไม่สม่ำเสมอ มาลดน้อยลง หรือในบางคนอาจมามากขึ้นก็ได้ ในบางคนอาจมีประจำเดือนมามากหลายวัน และช่วงเวลาระหว่างเดือนมักน้อยกว่า 3 สัปดาห์ ในบางคนอาจมีประจำเดือนนานกว่า 10 วัน ( ควรปรึกษาแพทย์ในกรณีดังกล่าวข้างต้น )PowerPoint Presentation: อาการร้อนวูบวาบ เป็นอาการที่พบได้ค่อนข้างบ่อย พบได้มากกว่า 80% ของสตรีในกลุ่มดังกล่าว โดยมักจะมีอาการร้อนในส่วนบนของร่างกาย หรือร้อนทั้งตัว บนใบหน้าและลำคอจะแดงร้อน อาจมีรอยแดงบริเวณหน้าอก หลังและแขน บางคนมีอาการเหงื่อออกมาก และตามด้วยอาการหนาวสั่นPowerPoint Presentation: อาจมีอาการร้อนวูบวาบเพียงเล็กน้อย หรือมีอาการมากถึงขั้นทำให้ตื่น ไม่สามารถนอนหลับต่อไปได้ ระยะเวลาของอาการมีได้ตั้งแต่ 30 วินาที จนถึง 5 นาที อาการดังกล่าวนี้จะหายไปได้เองภายในเวลาไม่กี่ปี ภายหลังหมดประจำเดือนPowerPoint Presentation: คำแนะนำเมื่อมีอาการดังกล่าว มองหาสถานที่พักที่มีอากาศเย็นสบาย หาห้องนอนที่มีอากาศเย็นสบาย อากาศถ่ายเทดี สวมใส่เสื้อผ้าที่สามารถสวมใส่และถอดออกได้ง่ายเมื่อมีอาการดังกล่าว หาเครื่องดื่มที่เย็น เปิดพัดลมช่วยขับร้อนPowerPoint Presentation: ลองหมั่นสังเกตและจดบันทึกในสมุดบันทึก ถึงอาการดังกล่าวที่เกิดขึ้นไว้ เพือ ที่จะได้นำมาวิเคราะห์ถึงสิ่งที่อาจเป็นสาเหตุ จะได้หลบเลี่ยงไม่ให้เกิดอาการดังกล่าวได้PowerPoint Presentation: สมรรถภาพทางเพศ ในช่วงเวลาของอาการใกล้หมดประจำเดือน จากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ความรู้สึกในด้านความต้องการทางเพศ อาจไม่เหมือนเดิม คุณอาจมีความรู้สึกไม่ค่อยดีนัก เมื่อถูกกระตุ้น คุณอาจมีความรู้สึกไม่ค่อยสบาย จากการเปลี่ยนแปลงของช่องคลอดที่แห้ง หรือจากยาที่แพทย์สั่งให้ทานPowerPoint Presentation: ในอีกด้านหนึ่งของบางคนที่มีอาการหมดประจำเดือน จะมีความรู้สึกเสรีเป็นอิสระ กลับอยากมีความต้องการ ทางเพศมากขึ้น อาจเกิดจากความรู้สึกที่ว่าเมื่อหมดประจำเดือนแล้ว รู้สึกเป็นอิสระ จะไม่มีโอกาสตั้งครรภ์ได้อีก แต่พึงระลึกไว้เสมอว่าถึงแม้จะหมดประจำเดือนแล้ว แต่ท่านก็ยังสามารถติดเชื้อกามโรคและ HIV ได้PowerPoint Presentation: จนกว่าจะแน่ใจว่าไข่จะไม่ตกอีกแล้ว หรือจนกว่าประจำเดือนจะไม่มานาน 12 เดือน คุณถึงจะหยุดทานยาคุมกำเนิดได้ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะไม่ตั้งท้องอีกPowerPoint Presentation: อาการอ่อนเพลียและนอนไม่หลับ เป็นอาการที่พบได้บ่อยในสตรีใกล้หมดประจำเดือน อาจมีปัญหาในการเข้านอน นอนไม่หลับ ทำให้ต้องตื่นแต่เช้า หรือต้องตื่นขึ้นกลางดึกและไม่สามารถนอนหลับต่อได้ อาจมีอาการเหงื่อออกกลางคืน หรืออยากเข้าห้องน้ำ เป็นอีกสาเหตุที่ปลุกให้ตื่นกลางคืนได้PowerPoint Presentation: ถ้าหากนอนหลับไม่เพียงพอ ให้ลองหาเวลางีบในระหว่างวันเพื่อทดแทน จากที่นอนไม่หลับตอนกลางคืนPowerPoint Presentation: อารมณ์แปรปรวน สตรีบางคนมีอารมณ์แปรปรวน ขี้โมโห หงุดหงิด เศร้าสร้อยหรือเหงาหงอย ในระหว่างช่วงเวลาหมดประจำเดือน พบว่าเป็นอาการที่เกิดจากการ เปลี่ยนแปลงชองฮอร์โมน เอส โต รเจน ( หรืออาจเกิดจากสา เหต อื่นๆ เช่น ปัญหาหรือสถานการณ์ภายในครอบครัวได้เช่นกัน )PowerPoint Presentation: การออกกำลังกายสามารถช่วยลดความเครียด การเลี่ยงหรืองดดื่มกาแฟ ก็สามารถ ช่วยลดความเครียดและลดปัญหาการนอนไม่หลับได้PowerPoint Presentation: อาการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย การเปลี่ยนแปลงที่พบได้บ่อยได้แก่ นน. ที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณเอว กล้ามเนื้อลีบลง ไขมันเพิ่มมากขึ้น ผิวหนังบางลงและสูญเสียความยืดหยุ่น หน้าอกมีขนาดเล็กลง มีอาการปวด ศรีษะ และมีความจำที่เปลี่ยนแปลงไป ปวดตามข้อ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อต่อการเปลี่ยนแปลงภายหลังหมดประจำเดือน: การเปลี่ยนแปลงภายหลังหมดประจำเดือน อาการร้อนวูบวาบ และอาการเหงื่อออกกลางคืน มักจะค่อยๆหายไป ภายหลังประจำเดือนหมดไป 1 ปี อย่างไรก็ตามเนื่องจากจากสาเหตุที่ ระดับฮอร์โมน เอส โตเจนลดน้อยลงไป จึงมีผลต่ออวัยวะต่างๆภายในร่างกายได้ด้วย อาทิเช่น กระดูก หัวใจ ช่องคลอด กระเพาะปัส สวะ และ ผิวหนัง -PowerPoint Presentation: ทางด้านกระดูก ในวัยหมดประจำเดือนเป็นช่วงเวลาที่มีการผุกร่อน ของกระดูก (osteoporosis) เพราะจากการที่ฮอร์โมน เอส โต รเจน ในร่างกายมีระดับลดน้อยลงไป จึงยิ่งจะทำให้กระดูกมีอาการสึกกร่อนมากยิ่งขึ้นPowerPoint Presentation: กระดูกผุเป็นสาเหตุของกระดูกหักที่ บริเวณสะโพก ข้อมือ กระดูกสันหลัง กระดูกก้นกบ และส่วนอื่นๆได้อีกPowerPoint Presentation: คำแนะนำเพื่อช่วยลดปัญหาของกระดูก การได้ทานวิตามิน D และแค ลเซี่ยม ที่เพียงพอ ในช่วงก่อนและหลังวัยหมดประจำเดือนสามารถ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกผุได้ ฮอร์โมน เอส โต รเจน มีสรรพคุณ ช่วยลดการสูญเสียของแค ลเซี่ยม จากกระดูกได้ ( แต่ก่อนจะรับประทานยาฮอร์โมน เอส โต รเจน ควรปรึกษาแพทย์ ถึงข้อดีข้อเสียต่างๆให้รอบคอบ เพราะอาจมีทางเลือกอื่นที่ดีและปลอดภัยกว่า )PowerPoint Presentation: ทางด้านหัวใจ ในสตรีที่เริ่มหมดประจำเดือน ฮอร์โมน เอส โต รเจน จะลดน้อยลง ทำให้มีโอกาสที่ ไขมันในเลือด (cholesterol) จะเพิ่มสูงขึ้นได้PowerPoint Presentation: ระดับของ cholesterol ที่สูงขึ้นเพิ่มความเสี่ยง ของการเกิด โรคหัวใจ อัมพาต และโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับหัวใจและเส้นเลือด สตรีในวัยหมดประจำเดือน มีโอกาสเกิดโรคหัวใจ ได้มากขึ้น ( โรคหัวใจในสตรีที่หมดประจำเดือนเป็นสาเหตุการตายสูงกว่า มะเร็งปอดและมะเร็งเต้านม )PowerPoint Presentation: คำแนะนำเพื่อช่วยลดปัญหาของหัวใจ ทานอาหารประเภทไขมันต่ำเช่นผัก ผลไม้ ข้าวซ้อมมือ ไม่สูบบุหรี่ ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกายสม่ำเสมอPowerPoint Presentation: มีผลการศึกษาวิจัยของสถาบัน NIH สหรัฐอเมริกา พบว่า ยาที่มีส่วนประกอบของทั้งฮอร์โมน เอส โต รเจน และ โป รเจสเตอโรน เพิ่มความเสี่ยงทำให้เกิดโรคหัวใจ อัมพาต และลิ่มเลือดอุดตัน ในปอดและขาได้PowerPoint Presentation: ทางด้านบริเวณช่องคลอด เมื่อระดับฮอร์โมน เอส โต รเจน ลดต่ำลง จะทำให้เนื้อเยื่อบริเวณช่องคลอดแห้งและบางลง การมีกิจกรรมทางเพศ อาจทำให้เกิดความเจ็บปวดและเพิ่มโอกาสของการติดเชื้อ ในบริเวณช่องคลอดได้ง่ายขึ้นPowerPoint Presentation: คำแนะนำเพื่อช่วยลดปัญหาของช่องคลอด การเลือกใช้สารหล่อลื่นจำพวก KY Jelly ที่ทำจากน้ำ ( ไม่ใช่ทำจากน้ำมัน ) จะช่วย ลดอาการเจ็บดังกล่าวได้ดีPowerPoint Presentation: ทางด้านกระเพาะปัสสาวะ ปัญหาในระบบทางเดินปัสสาวะเช่นฉี่ กระปิบ กระปอย หรือฉี่กลั้นไม่อยู่ ( ชนิดที่มีอาการต้องรีบเข้าห้องน้ำ เพราะกลั้นไม่อยู่ หรือประเภทที่กลั้นไม่อยู่จากการไอ จาม วิ่ง หัวเราะ หรือเดินลงกระได ) พบได้ในผู้ที่เริ่ม มีอายุมากขึ้นPowerPoint Presentation: หากมีปัญหาดังกล่าว ควรจะหา โอกาศ ปรึกษากับแพทย์PowerPoint Presentation: เส้นผมและผิวหนัง สตรีในระยะหมดประจำเดือน จะเริ่มมีผิวหนังที่แห้งและเหี่ยวย่น เส้นผมจะเริ่มบางลง พร้อมๆกับการมีเส้นขนอ่อนๆเกิดขึ้นที่บริเวณ ริมฝีปากบนและคางPowerPoint Presentation: คำแนะนำเพื่อช่วยลดปัญหาของผิวหนัง เส้นขนอ่อนๆสามารถกำจัดทิ้งได้หลายวิธี การไม่สูบบุหรี่และใช้ครีมกันแดดสามารถช่วย ลดอาการผิวหนังเหี่ยวย่นได้มากPowerPoint Presentation: มะเร็ง สตรีในระยะหมดประจำเดือน มักมีโอกาส พบมะเร็งได้หลายชนิด หากตรวจพบมะเร็งได้เร็วเท่าไร ก็จะช่วยทำให้รักษาได้ง่ายขึ้น ดังนั้นการหมั่นตรวจเต้านมตนเองบ่อยๆ รวมถึงการได้ตรวจร่างกายประจำปีตามแพทย์แนะนำ จึงเป็นการดูแลสุขภาพตนเองที่สำคัญ ที่ไม่ควรละเลยPowerPoint Presentation: แ ละเมื่อตรวจคลำ พบจุดหรือก้อนเล็กๆบริเวณเต้านม หรือรู้สึกแน่นๆ เหมือนท้องอืดในบริเวณช่องท้อง ให้รีบติดต่อปรึกษาแพทย์ทันทีPowerPoint Presentation: อย่าลืมตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น การตรวจมะเร็งปากมดลูก (pap smear test) การตรวจ mammogram การตรวจภายใน และการตรวจบริเวณเต้านม เป็นการตรวจ ซึ่งจะช่วยได้มากในการค้นหามะเร็ง ในระยะเริ่มต้นPowerPoint Presentation: การได้ออกกำลังกายช่วยทำให้กระดูกและกล้ามเนื้อ แข็งแรง ลดความเสี่ยงของการหกล้มจนกระดูกหัก การได้ออกกำลังกายเช่นการเดินเร็ว การวิ่งเหยาะๆ หรือการยกน้ำหนัก อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้งๆละ 30 นาที จะช่วยได้มากมุมมองด้านดีของการรักษาด้วยฮอร์โมน: มุมมองด้านดีของการรักษาด้วยฮอร์โมน ในสตรีวัยก่อนหมดประจำเดือน ( perimenopause ) แพทย์อาจสั่งยาคุมกำเนิดเพื่อ ช่วยรักษาอาการประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ยาคุมกำเนิดยังช่วยลดโอกาสเสี่ยงของการเกิดมะเร็งมดลูก และรังไข่ ยาคุมกำเนิดยังช่วยลดอาการร้อนวูบวาบ (flash) ได้ด้วยPowerPoint Presentation: ยาคุมกำเนิดทำให้ประจำเดือนมาอย่างต่อเนื่อง จึงอาจทำให้เข้าใจผิดได้ว่า อาการหมดประจำเดือนยังมาไม่ถึง ดังนั้นหากไม่แน่ใจว่าประจำเดือนน่าจะหมดแล้วหรือยัง ให้หยุดทานยาคุมกำเนิดสักระยะหนึ่งราว 2-3 เดือน เพื่อตรวจสอบให้มั่นใจว่า ประจำเดือนหมดจริงหรือไม่PowerPoint Presentation: ในสตรีที่หมดประจำเดือน แพทย์มักจะสั่งยา ประเภทฮอร์โมนรวม ( เอส โต รเจน และโป รเจสเตอโรน ) ให้ทาน เรียกการรักษาแบบนี้ว่า Hormone replacement therapy (HRT) ในสตรีที่ตัดมดลูกไปแล้ว แพทย์มักจะสั่งยา ที่มีฮอร์โมน เอส โต รเจน เพียงตัวเดียว ให้ทาน เรียกการรักษาแบบนี้ว่า Estrogen replacement therapy (ERT)PowerPoint Presentation: การรักษาด้วยฮอร์โมนทั้งแบบ HRT และ ERT เชื่อว่าไปช่วยลดความเสี่ยงโอกาส ของการเกิดกระดูกหักจากกระดูกผุ และช่วยลดความเสี่ยง โอกาศ การเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ เนื่องจากผลเสียของการนำฮอร์โมนมาใช้รักษา มีมากกว่า ผลดี ดังนั้นในปัจจุบันผู้คนจึงหันมานิยม การรักษาด้วยวิธีอื่นๆที่ไม่ใช้ฮอร์โมนมารักษาแทนมุมมองด้านลบของการรักษาด้วยฮอร์โมน: มุมมองด้านลบของการรักษาด้วยฮอร์โมน ความเสี่ยงของการรักษาด้วยฮอร์โมน (HRT, ERT) เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดลิ่มเลือด (blood clots), อัมพฤกษ์หรือ stroke จากการเกิดเส้นเลือดสมองอุดตัน , โรคหัวใจ เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านม มีอาการเจ็บหน้าอกในบางครั้ง รวมถึงเกิดอาการแน่นท้อง คลื่นไส้ และอารมณ์ซึมเศร้า ในผู้ที่ยังมีมดลูก เกิดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเยื่อบุผนังมดลูก ในผู้ที่ยังมีรังไข่ เกิดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งรังไข่สารสกัดจากพืช: สารสกัดจากพืช สาร phytoestrogens เป็นสารที่มีลักษณะ เหมือน estrogen พบได้ใน ผัก ถั่ว ซีเรียล สมุนไพรบางชนิด มีปฏิกิริยาในร่างกายเหมือน เอส โต รเจน อย่างอ่อนๆ รวมถึงอาจมีฤทธิ์ช่วยลดระดับไขมันในเลือด (cholesterol) ได้ด้วย อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพของสารชนิดนี้ ยังไม่ได้รับการพิสูจน์แน่ชัด ยังอยู่ในระหว่างการวิจัยทดสอบอยู่ในขณะนี้PowerPoint Presentation: จะหาพบได้ในถั่วเหลือง ต้นบุกบางชนิด (wild yams) รวมถึงสมุนไพรบางชนิด เช่น black cohosh , ตังกุย และ valerian root สมุนไพรเหล่านี้ถูกนำมาใช้รักษา อาการใกล้หมดประจำเดือนมานานแล้วหมอจีนรักษาอาการใกล้หมดประจำเดือนอย่างไร: หมอจีนรักษาอาการใกล้หมดประจำเดือนอย่างไร การรักษาอาการใกล้หมดหรือหมดประจำเดือนด้วยการแพทย์แผนจีน เป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้อาการร้อนวูบวาบ หงุดหงิด นอนไม่หลับดีขึ้นมาก และมีความปลอดภัยสูงเพราะไม่ได้ใช้ฮอร์โมนรักษา ผป. ไม่ต้องเสี่ยงต่อผลข้างเคียง จากการรักษาด้วยยาแผนปัจจุบัน เช่น ยาคุมกำเนิด หรือฮอร์โมน เอส โต รเจน (EHT)PowerPoint Presentation: เป็นการรักษาด้วยการฝังเข็มร่วมกับสมุนไพรจีน หรืออาจใช้เพียงวิธีใดวิธีหนึ่ง เพียงวิธีเดียว ก็ได้ผลเช่นเดียวกัน ( ในกรณีที่ไม่สะดวก เช่นผป. กลัวเข็ม หรือไม่ชอบทานยาจีน )PowerPoint Presentation: ไม่ว่าจะเป็นการฝังเข็มหรือรักษาด้วยตำรับยาสมุนไพรจีน หมอจีนจะใช้หลักการเดียวกัน ในการวิเคราะห์หาสาเหตุอาการเจ็บป่วย เพื่อให้ทราบสาเหตุของโรค หลังจากนั้นจึงจะวางแผนการรักษาได้ ว่าจะฝังเข็มอย่างไร และจะจัดยาตำรับใดPowerPoint Presentation: หมอจีนวินิจฉัยอาการป่วยจาก ประวัติผป. และจากการตรวจร่างกายเช่น ดูสีหน้า ดูตา ดูลิ้น จับชีพจร ( แมะ ) เป็นต้น หลังจากนั้นจึงวิเคราะห์ต่อไปว่า การเจ็บป่วยครั้งนี้เกี่ยวข้องกับอวัยวะใด และมีความรุนแรงในระดับไหนPowerPoint Presentation: สำหรับอาการใกล้หมดประจำเดือน อวัยวะที่เกี่ยวข้องหลัก ได้แก่ไต หัวใจและตับPowerPoint Presentation: ไตนอกจากจะทำหน้าที่ ขับปัสสาวะแล้ว ยังทำหน้าที่ควบคุมความเป็นหนุ่มสาว ชะลอความชรา เสริมสร้างความพร้อมและควบคุมการทำงาน ของระบบสืบพันธุ์ เมื่ออายุมากขึ้นการทำงานของไตจะไม่เหมือนเดิม ไตจะมีสภาวะถดถอยหรือพร่องลง เช่น ชี่ ( qi ) ของไตพร่อง หยิน (yin) ของไตพร่อง หยาง (yang) ของไตพร่อง เป็นต้นPowerPoint Presentation: ในกรณีของสตรีที่ใกล้หมดหรือหมดประจำเดือน ทั้ง หยิน และชี่ของไตพร่องลงจึงไปกระทบต่อ การทำงานของหัวใจและตับ ไตไม่สามารถสมานและควบคุมการทำงาน ของทั้งหัวใจและตับได้ดังเดิม จึงทำให้เกิดความร้อน จากหัวใจและตับPowerPoint Presentation: ตามทฤษฏี ปัญจ ธาตุ ( ในสภาวะปกติ ) น้ำเป็นแม่ของไม้ ไม้เป็นแม่ของไฟ ไฟเป็นแม่ของดิน ดินเป็นแม่ของโลหะ โลหะเป็นแม่ของน้ำ น้ำข่มไฟ ไฟข่มโลหะ โลหะข่มไม้ ไม้ข่มดิน ดินข่มน้ำ เมื่อน้ำอ่อนแอลงจึงไม่สามารถดูแลไม้ น้ำไม่สามารถข่มไม้ ( น้ำ = ไต , ไม้ = ตับ , ไฟ = หัวใจ , ดิน = ม้าม , โลหะ = ปอด )PowerPoint Presentation: ตามทฤษฏี ปัญจ ธาตุ ( ในสภาวะไม่ปกติ ) เมื่อน้ำอ่อนแอลง น้ำไม่สามารถดูแลไม้ ไม้จึงแข็งข้อ เมื่อน้ำอ่อนแอลง น้ำไม่สามารถข่มไฟ ไฟจึงกระด้างกระเดื่อง มีผลทำให้ร่างกายเสียสมดุล เกิดอาการเจ็บป่วย ( น้ำ = ไต , ไม้ = ตับ , ไฟ = หัวใจ , ดิน = ม้าม , โลหะ = ปอด )PowerPoint Presentation: ตามทฤษฏี ปัญจ ธาตุ ( ในสภาวะไม่ปกติ ) เมื่อน้ำอ่อนแอลง น้ำไม่สามารถดูแลไม้ ไม้จึงแข็งข้อ เมื่อน้ำอ่อนแอลง น้ำไม่สามารถข่มไฟ ไฟจึงกระด้างกระเดื่อง เมื่อไตอ่อนแอหรือพร่องลงไป ทำให้ไตไม่สามารถไปดูแลตับ ทำให้ตับแกร่งขึ้นเกิดเป็นความร้อนและไฟ เมื่อไตพร่อง ทำให้ไตไม่สามารถไปข่มหัวใจ ทำให้หัวใจแกร่งขึ้น เกิดเป็นสภาพไฟ ห้ว ใจลุกโชนจากไตพร่องPowerPoint Presentation: สาเหตุของอาการหมดหรือใกล้ หมดป จด. มีได้หลายสาเหตุ ขึ้นอยู่กับลักษณะอาการป่วย และจากการตรวจร่างกาย เช่น ความร้อนจากตับแกร่ง อาการร้อนจากหัวใจและตับแกร่ง อาการไตและม้ามพร่อง อาการเลือดหัวใจพร่องPowerPoint Presentation: เมื่อหมอจีน วินิจฉัยผป. ได้แล้วว่า ผป. มีอาการป่วยจากเหตุใด จึงสามารถวางแผนการรักษาได้ว่า จะรักษาด้วยการฝังเข็ม ร่วมกับการใช้ตำรับยาจีน หรือใช้เพียงวิธีใดวิธีหนึ่งตัวอย่าง การรักษาด้วยตำรับยาจีน : ตัวอย่าง การรักษาด้วยตำรับยาจีน การรักษาด้วยตำรับยาจีน เช่นกรณี ที่ผป. มีอาการมาจาก ความร้อนตับแกร่ง ( ตรวจพบ ลิ้นค่อนข้างแดง ชึพ จรค่อนข้างตึง ) ตำรับยาที่ใช้ มีอยู่หลายตำรับขึ้นอยู่กับอาการที่แสดงออก เช่นตำรับ Jie Wei Xia Yao San หรือ Long Dan Xie GanTangPowerPoint Presentation: ตัวอย่างสมุนไพรเดี่ยว ตำรับยา Jie Wei Xiao Yao San ประกอบด้วย สมุนไพรเดี่ยวหลายตัว เช่น Chai Hu 3-9 gm, Dang Gui 3-9 gm, Bai Shao 3-12 gm, Bai Zhu 3-9 gm, Fu Ling 3-15 gm, Gan Cao 1.5-6 gm, Pao Jiang 1-6 gm, Bo He 1-3 gm เป็นต้นตัวอย่าง การรักษาด้วยการฝังเข็ม: ตัวอย่าง การรักษาด้วยการฝังเข็ม การรักษาด้วยการฝังเข็ม เช่นกรณี ที่ผป. มีอาการมาจาก ความร้อนตับแกร่ง ( ตรวจพบ ลิ้นค่อนข้างแดง ชีพจรค่อนข้างตึง ) จุดที่จะใช้ฝังเข็มมีได้หลายจุด ในเส้นลมปราณอวัยวะที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะจุดทีมีสรรพคุณกระจายความร้อนได้ เช่น จุด TaiChong (LV3) ของเส้นลมปราณตับ , จุด Hegu (LI4) จุด Quchi (LI11) ของเส้นลมปราณลำไส้ใหญ่ , จุด NeiGuan (PC6) ของเส้นลมปราณเยื่อหุ้มหัวใจ เป็นต้นPowerPoint Presentation: การรักษาด้วยการฝังเข็ม โดยทั่วไปแพทย์ มักจะ นัดผป. มาฝังเข็มสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ส่วนสมุนไพรจีน แพทย์มักจะจัดยาให้กลับไปทานต่อที่บ้าน ยาที่จัดอาจจะเป็นสมุนไพรรวม จัดเป็นห่อนำไปต้มทานที่บ้าน หรือ จัดเป็นยาผงสกัดใส่ขวดนำไปชงกับน้ำร้อนทานที่บ้าน หรือ จัดเป็นยาเม็ด ( แล้วแต่ความสะดวกของแพทย์ และผป. เป็นรายๆไป )PowerPoint Presentation: ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกของการรักษา แพทย์มักจะ นัดผป. ให้มาพบสัปดาห์ละครั้ง เพื่อปรับตัวยาสมุนไพรให้สอดคล้องกับ อาการผป. แต่ละราย หลังจากนั้น จึงจะนัดห่างออกไปเป็นเดือนละครั้ง การจัดยาอาจจะจัดไปทานครั้งละ 2-4 สัปดาห์แล้วแต่ความเหมาะสมเป็นรายๆไปPowerPoint Presentation: โดยทั่วๆไป การรักษามักจะเห็นผล อย่างชัดเจนได้ในเดือนที่ 3 เป็นต้นไป และผป. มักจะขอทานยาต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อความมั่นใจว่า อาการเก่าจะไม่กลับมากำเริบใหม่PowerPoint Presentation: ในปัจจุบัน ยาสมุนไพรจีนที่ใช้มักจะเป็น ยาที่นำเข้าจากประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็นยาเม็ดหรือเป็นยาผงสกัดสมุนไพรเดี่ยว ซึ่งผลิตจากโรงงาน ที่ได้รับการรับรองในด้าน GMP (Good Manufacturing Pracice ) จากรัฐบาลจีนและองค์กรระหว่างประเทศ จึงไม่มีสารเจือปนจำพวกโลหะหนัก สเตอรอยด์ หรือฮอร์โมน You do not have the permission to view this presentation. In order to view it, please contact the author of the presentation.
Premenstrual Sydrome (PMS) aSGuest122295 Download Post to : URL : Related Presentations : Share Add to Flag Embed Email Send to Blogs and Networks Add to Channel Uploaded from authorPOINT lite Insert YouTube videos in PowerPont slides with aS Desktop Copy embed code: (To copy code, click on the text box) Embed: URL: Thumbnail: WordPress Embed Customize Embed The presentation is successfully added In Your Favorites. Views: 49 Category: Entertainment License: All Rights Reserved Like it (0) Dislike it (0) Added: December 19, 2011 This Presentation is Public Favorites: 0 Presentation Description No description available. Comments Posting comment... Premium member Presentation Transcript Premenopausal Syndrome (PMS) อาการใกล้หมดประจำเดือน : Premenopausal Syndrome (PMS) อาการใกล้หมดประจำเดือน อาการหมดประจำเดือน หรืออาการใกล้หมดประจำเดือน พบในสตรี อายุระหว่าง 40-55 ปี เป็นสาเหตุทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆทั้งภายในร่างกายและจิตใจ การทำความเข้าใจกับสิ่งเหล่านี้จะช่วยทำให้ท่าน ทราบถึงอาการผิดปกติที่จะเกิดขึ้น รวมถึงการดูแลสุขภาพของตนเองกายวิภาคและสรีระวิทยา: กายวิภาคและสรีระวิทยา ระบบอวัยวะสืบพันธุ์ของสตรีประกอบด้วย ช่องคลอด มดลูก ปีกมดลูก รังไข่ อวัยวะทั้งหมดอยู่ภายในช่องท้อง บริเวณช่องเชิงกราน ระหว่างกระเพาะปัสสาวะและลำไส้ใหญ่ ( ทวารหนัก )รังไข่มีลักษณะเป็นต่อม (Gland) ทำหน้าที่ 2 ด้านได้แก่: รังไข่มีลักษณะเป็นต่อม (Gland) ทำหน้าที่ 2 ด้านได้แก่ 1. ผลิตฮอร์โมนชนิดพิเศษที่เรียกว่า ฮอร์โมน เอส โต รเจน (Estrogen) และฮอร์โมนโป รเจสเตอโรน (Progesterone) 2. ทำหน้าที่ตกไข่ ซึ่งเป็นขบวนการสร้างและตกไข่ ที่มีความจำเป็นในการสืบพันธุ์ของมนุษย์PowerPoint Presentation: ทั้งฮอร์โมน เอส โต รเจน (Estrogen) และฮอร์โมนโป รเจสเตอโรน (Progesterone) จะทำหน้าที่ช่วยเตรียมความพร้อมให้กับส่วนของเยื่อบุภายในมดลูก และเตรียมพร้อมเพื่อรองรับการตั้งครรภ์ได้ทันทีและยังช่วยจัดปรับช่วงระยะเวลาของการตกไข่ให้เหมาะสมPowerPoint Presentation: เมื่อไข่ตกจากรังไข่ ไข่จะหลุดเข้าไปในปีกมดลูกและเคลื่อนต่อไปยังมดลูก ที่มดลูก ไข่อาจจะปฏิสนธิกับเชื้ออสุจิ และไข่ที่ปฏิสนธิแล้วจะฝังตัวเข้ากับผนังมดลูกทำให้เกิดการตั้งครรภ์ต่อไปPowerPoint Presentation: แต่ถ้าหากไข่ไม่เกิดการปฏิสนธิกับเชื้ออสุจิไข่และเยื่อบุผนังมดลูก จะถูกขับออกนอกร่างกาย ผ่านทางปากมดลูกและช่องคลอดในรูปของประจำเดือนPowerPoint Presentation: ระยะเวลาของรอบเดือนแต่ละครั้งนานประมาณ 28 วัน ระดับของฮอร์โมน เอส โต รเจน (Estrogen) และฮอร์โมนโป รเจสเตอโรน (Progesterone) จะเพิ่มสูงขึ้นทั้งในช่วงก่อนและหลังการตกไข่ ถ้าหากไข่ไม่เกิดการปฏิสนธิ ระดับของฮอร์โมนจะลดน้อยลง และทำให้เกิดเป็นประจำเดือนPowerPoint Presentation: ฮอร์โมน เอส โต รเจน (Estrogen) และฮอร์โมนโป รเจสเตอโรน (Progesterone) เป็น 2 ฮอร์โมนหลัก ที่ควบคุมรอบประจำเดือนPowerPoint Presentation: นอกเหนือจากหน้าที่ในการควบคุมประจำเดือน ของฮอร์โมนทั้งสองดังกล่าวแล้ว ฮอร์โมน เอส โต รเจน (Estrogen) ยังช่วยทำให้ กระดูกแข็งแรง ช่วยรักษาระดับของไขมัน cholesterol ช่วยรักษาให้ผิวหนังและเส้นเลือดแดง มีความยืดหยุ่น และยังช่วยให้มีความจำดีด้วยอาการหมดประจำเดือน: อาการหมดประจำเดือน อาการหมดหรือใกล้หมดประจำเดือน เป็นอาการที่รอบเดือนเริ่มมาไม่สม่ำเสมอ จนค่อยๆน้อยลง และหมดไป เป็นอาการที่เกิดจาก รังไข่ที่หยุดผลิตฮอร์โมน และหยุดสร้างไข่PowerPoint Presentation: สตรีที่มีอายุในวัย 30 กลางๆ เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของรังไข่ ในด้านการสร้างฮอร์โมน ทั้ง ฮอร์โมน เอส โต รเจน (Estrogen) และฮอร์โมนโป รเจสเตอโรน (Progesterone)PowerPoint Presentation: มักจะไม่ค่อยพบอาการใกล้หมดประจำเดือน ในสตรีที่มีอายุก่อน 40 ปี แต่ก็พบได้ในระหว่างอายุ 30-50 ปี หรือกว่านั้น โดยเฉพาะในสตรีที่สูบบุหรี่ จะพบอาการนี้ได้ก่อนสตรีที่ไม่สูบบุหรี่PowerPoint Presentation: การ เปลึ่ยน แปลงของฮอร์โมน เอส โต รเจน (Estrogen) ในร่างกายสัมพันธ์กับ การเปลี่ยนแปลงของประจำเดือน ระยะก่อนเจริญพันธ์ ระยะเจริญพันธ์ ระยะก่อน หมดป จด. ระยะ หมดป จด. ระยะ หลังป จด.อาการแสดงออก: อาการแสดงออก การเปลี่ยนแปลงของระดับของฮอร์โมน เอส โต รเจน (Estrogen) และฮอร์โมนโป รเจสเตอโรน (Progesterone) ในร่างกายทำให้มีอาการแสดงออกต่างๆกันไปในแต่ละคน บางคนอาจมีอาการเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย แต่ส่วนใหญ่มักจะมีอาการไม่ค่อยสบายเนื้อสบายตัวPowerPoint Presentation: อาการใกล้หมดหรือหมดประจำเดือนมีอาการดังนี้ - อาการประจำเดือน กระปิบก ระปอย - อาการวูบวาบบนใบหน้าหรือหน้าอก - อาการที่ช่องคลอดหรือ กระเพาะปัส สวะ - อาการอ่อนเพลียและการหลับนอน - อาการเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์ - อาการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย - สมรรถภาพทางเพศการรับมือกับอาการในเบื้องต้น: การรับมือกับอาการในเบื้องต้น อาการประจำเดือน กระปิบก ระปอย เป็นสัญญาณแรกๆของอาการใกล้หมดประจำเดือน ทั้งในแบบมาไม่สม่ำเสมอ มาลดน้อยลง หรือในบางคนอาจมามากขึ้นก็ได้ ในบางคนอาจมีประจำเดือนมามากหลายวัน และช่วงเวลาระหว่างเดือนมักน้อยกว่า 3 สัปดาห์ ในบางคนอาจมีประจำเดือนนานกว่า 10 วัน ( ควรปรึกษาแพทย์ในกรณีดังกล่าวข้างต้น )PowerPoint Presentation: อาการร้อนวูบวาบ เป็นอาการที่พบได้ค่อนข้างบ่อย พบได้มากกว่า 80% ของสตรีในกลุ่มดังกล่าว โดยมักจะมีอาการร้อนในส่วนบนของร่างกาย หรือร้อนทั้งตัว บนใบหน้าและลำคอจะแดงร้อน อาจมีรอยแดงบริเวณหน้าอก หลังและแขน บางคนมีอาการเหงื่อออกมาก และตามด้วยอาการหนาวสั่นPowerPoint Presentation: อาจมีอาการร้อนวูบวาบเพียงเล็กน้อย หรือมีอาการมากถึงขั้นทำให้ตื่น ไม่สามารถนอนหลับต่อไปได้ ระยะเวลาของอาการมีได้ตั้งแต่ 30 วินาที จนถึง 5 นาที อาการดังกล่าวนี้จะหายไปได้เองภายในเวลาไม่กี่ปี ภายหลังหมดประจำเดือนPowerPoint Presentation: คำแนะนำเมื่อมีอาการดังกล่าว มองหาสถานที่พักที่มีอากาศเย็นสบาย หาห้องนอนที่มีอากาศเย็นสบาย อากาศถ่ายเทดี สวมใส่เสื้อผ้าที่สามารถสวมใส่และถอดออกได้ง่ายเมื่อมีอาการดังกล่าว หาเครื่องดื่มที่เย็น เปิดพัดลมช่วยขับร้อนPowerPoint Presentation: ลองหมั่นสังเกตและจดบันทึกในสมุดบันทึก ถึงอาการดังกล่าวที่เกิดขึ้นไว้ เพือ ที่จะได้นำมาวิเคราะห์ถึงสิ่งที่อาจเป็นสาเหตุ จะได้หลบเลี่ยงไม่ให้เกิดอาการดังกล่าวได้PowerPoint Presentation: สมรรถภาพทางเพศ ในช่วงเวลาของอาการใกล้หมดประจำเดือน จากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ความรู้สึกในด้านความต้องการทางเพศ อาจไม่เหมือนเดิม คุณอาจมีความรู้สึกไม่ค่อยดีนัก เมื่อถูกกระตุ้น คุณอาจมีความรู้สึกไม่ค่อยสบาย จากการเปลี่ยนแปลงของช่องคลอดที่แห้ง หรือจากยาที่แพทย์สั่งให้ทานPowerPoint Presentation: ในอีกด้านหนึ่งของบางคนที่มีอาการหมดประจำเดือน จะมีความรู้สึกเสรีเป็นอิสระ กลับอยากมีความต้องการ ทางเพศมากขึ้น อาจเกิดจากความรู้สึกที่ว่าเมื่อหมดประจำเดือนแล้ว รู้สึกเป็นอิสระ จะไม่มีโอกาสตั้งครรภ์ได้อีก แต่พึงระลึกไว้เสมอว่าถึงแม้จะหมดประจำเดือนแล้ว แต่ท่านก็ยังสามารถติดเชื้อกามโรคและ HIV ได้PowerPoint Presentation: จนกว่าจะแน่ใจว่าไข่จะไม่ตกอีกแล้ว หรือจนกว่าประจำเดือนจะไม่มานาน 12 เดือน คุณถึงจะหยุดทานยาคุมกำเนิดได้ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะไม่ตั้งท้องอีกPowerPoint Presentation: อาการอ่อนเพลียและนอนไม่หลับ เป็นอาการที่พบได้บ่อยในสตรีใกล้หมดประจำเดือน อาจมีปัญหาในการเข้านอน นอนไม่หลับ ทำให้ต้องตื่นแต่เช้า หรือต้องตื่นขึ้นกลางดึกและไม่สามารถนอนหลับต่อได้ อาจมีอาการเหงื่อออกกลางคืน หรืออยากเข้าห้องน้ำ เป็นอีกสาเหตุที่ปลุกให้ตื่นกลางคืนได้PowerPoint Presentation: ถ้าหากนอนหลับไม่เพียงพอ ให้ลองหาเวลางีบในระหว่างวันเพื่อทดแทน จากที่นอนไม่หลับตอนกลางคืนPowerPoint Presentation: อารมณ์แปรปรวน สตรีบางคนมีอารมณ์แปรปรวน ขี้โมโห หงุดหงิด เศร้าสร้อยหรือเหงาหงอย ในระหว่างช่วงเวลาหมดประจำเดือน พบว่าเป็นอาการที่เกิดจากการ เปลี่ยนแปลงชองฮอร์โมน เอส โต รเจน ( หรืออาจเกิดจากสา เหต อื่นๆ เช่น ปัญหาหรือสถานการณ์ภายในครอบครัวได้เช่นกัน )PowerPoint Presentation: การออกกำลังกายสามารถช่วยลดความเครียด การเลี่ยงหรืองดดื่มกาแฟ ก็สามารถ ช่วยลดความเครียดและลดปัญหาการนอนไม่หลับได้PowerPoint Presentation: อาการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย การเปลี่ยนแปลงที่พบได้บ่อยได้แก่ นน. ที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณเอว กล้ามเนื้อลีบลง ไขมันเพิ่มมากขึ้น ผิวหนังบางลงและสูญเสียความยืดหยุ่น หน้าอกมีขนาดเล็กลง มีอาการปวด ศรีษะ และมีความจำที่เปลี่ยนแปลงไป ปวดตามข้อ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อต่อการเปลี่ยนแปลงภายหลังหมดประจำเดือน: การเปลี่ยนแปลงภายหลังหมดประจำเดือน อาการร้อนวูบวาบ และอาการเหงื่อออกกลางคืน มักจะค่อยๆหายไป ภายหลังประจำเดือนหมดไป 1 ปี อย่างไรก็ตามเนื่องจากจากสาเหตุที่ ระดับฮอร์โมน เอส โตเจนลดน้อยลงไป จึงมีผลต่ออวัยวะต่างๆภายในร่างกายได้ด้วย อาทิเช่น กระดูก หัวใจ ช่องคลอด กระเพาะปัส สวะ และ ผิวหนัง -PowerPoint Presentation: ทางด้านกระดูก ในวัยหมดประจำเดือนเป็นช่วงเวลาที่มีการผุกร่อน ของกระดูก (osteoporosis) เพราะจากการที่ฮอร์โมน เอส โต รเจน ในร่างกายมีระดับลดน้อยลงไป จึงยิ่งจะทำให้กระดูกมีอาการสึกกร่อนมากยิ่งขึ้นPowerPoint Presentation: กระดูกผุเป็นสาเหตุของกระดูกหักที่ บริเวณสะโพก ข้อมือ กระดูกสันหลัง กระดูกก้นกบ และส่วนอื่นๆได้อีกPowerPoint Presentation: คำแนะนำเพื่อช่วยลดปัญหาของกระดูก การได้ทานวิตามิน D และแค ลเซี่ยม ที่เพียงพอ ในช่วงก่อนและหลังวัยหมดประจำเดือนสามารถ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกผุได้ ฮอร์โมน เอส โต รเจน มีสรรพคุณ ช่วยลดการสูญเสียของแค ลเซี่ยม จากกระดูกได้ ( แต่ก่อนจะรับประทานยาฮอร์โมน เอส โต รเจน ควรปรึกษาแพทย์ ถึงข้อดีข้อเสียต่างๆให้รอบคอบ เพราะอาจมีทางเลือกอื่นที่ดีและปลอดภัยกว่า )PowerPoint Presentation: ทางด้านหัวใจ ในสตรีที่เริ่มหมดประจำเดือน ฮอร์โมน เอส โต รเจน จะลดน้อยลง ทำให้มีโอกาสที่ ไขมันในเลือด (cholesterol) จะเพิ่มสูงขึ้นได้PowerPoint Presentation: ระดับของ cholesterol ที่สูงขึ้นเพิ่มความเสี่ยง ของการเกิด โรคหัวใจ อัมพาต และโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับหัวใจและเส้นเลือด สตรีในวัยหมดประจำเดือน มีโอกาสเกิดโรคหัวใจ ได้มากขึ้น ( โรคหัวใจในสตรีที่หมดประจำเดือนเป็นสาเหตุการตายสูงกว่า มะเร็งปอดและมะเร็งเต้านม )PowerPoint Presentation: คำแนะนำเพื่อช่วยลดปัญหาของหัวใจ ทานอาหารประเภทไขมันต่ำเช่นผัก ผลไม้ ข้าวซ้อมมือ ไม่สูบบุหรี่ ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกายสม่ำเสมอPowerPoint Presentation: มีผลการศึกษาวิจัยของสถาบัน NIH สหรัฐอเมริกา พบว่า ยาที่มีส่วนประกอบของทั้งฮอร์โมน เอส โต รเจน และ โป รเจสเตอโรน เพิ่มความเสี่ยงทำให้เกิดโรคหัวใจ อัมพาต และลิ่มเลือดอุดตัน ในปอดและขาได้PowerPoint Presentation: ทางด้านบริเวณช่องคลอด เมื่อระดับฮอร์โมน เอส โต รเจน ลดต่ำลง จะทำให้เนื้อเยื่อบริเวณช่องคลอดแห้งและบางลง การมีกิจกรรมทางเพศ อาจทำให้เกิดความเจ็บปวดและเพิ่มโอกาสของการติดเชื้อ ในบริเวณช่องคลอดได้ง่ายขึ้นPowerPoint Presentation: คำแนะนำเพื่อช่วยลดปัญหาของช่องคลอด การเลือกใช้สารหล่อลื่นจำพวก KY Jelly ที่ทำจากน้ำ ( ไม่ใช่ทำจากน้ำมัน ) จะช่วย ลดอาการเจ็บดังกล่าวได้ดีPowerPoint Presentation: ทางด้านกระเพาะปัสสาวะ ปัญหาในระบบทางเดินปัสสาวะเช่นฉี่ กระปิบ กระปอย หรือฉี่กลั้นไม่อยู่ ( ชนิดที่มีอาการต้องรีบเข้าห้องน้ำ เพราะกลั้นไม่อยู่ หรือประเภทที่กลั้นไม่อยู่จากการไอ จาม วิ่ง หัวเราะ หรือเดินลงกระได ) พบได้ในผู้ที่เริ่ม มีอายุมากขึ้นPowerPoint Presentation: หากมีปัญหาดังกล่าว ควรจะหา โอกาศ ปรึกษากับแพทย์PowerPoint Presentation: เส้นผมและผิวหนัง สตรีในระยะหมดประจำเดือน จะเริ่มมีผิวหนังที่แห้งและเหี่ยวย่น เส้นผมจะเริ่มบางลง พร้อมๆกับการมีเส้นขนอ่อนๆเกิดขึ้นที่บริเวณ ริมฝีปากบนและคางPowerPoint Presentation: คำแนะนำเพื่อช่วยลดปัญหาของผิวหนัง เส้นขนอ่อนๆสามารถกำจัดทิ้งได้หลายวิธี การไม่สูบบุหรี่และใช้ครีมกันแดดสามารถช่วย ลดอาการผิวหนังเหี่ยวย่นได้มากPowerPoint Presentation: มะเร็ง สตรีในระยะหมดประจำเดือน มักมีโอกาส พบมะเร็งได้หลายชนิด หากตรวจพบมะเร็งได้เร็วเท่าไร ก็จะช่วยทำให้รักษาได้ง่ายขึ้น ดังนั้นการหมั่นตรวจเต้านมตนเองบ่อยๆ รวมถึงการได้ตรวจร่างกายประจำปีตามแพทย์แนะนำ จึงเป็นการดูแลสุขภาพตนเองที่สำคัญ ที่ไม่ควรละเลยPowerPoint Presentation: แ ละเมื่อตรวจคลำ พบจุดหรือก้อนเล็กๆบริเวณเต้านม หรือรู้สึกแน่นๆ เหมือนท้องอืดในบริเวณช่องท้อง ให้รีบติดต่อปรึกษาแพทย์ทันทีPowerPoint Presentation: อย่าลืมตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น การตรวจมะเร็งปากมดลูก (pap smear test) การตรวจ mammogram การตรวจภายใน และการตรวจบริเวณเต้านม เป็นการตรวจ ซึ่งจะช่วยได้มากในการค้นหามะเร็ง ในระยะเริ่มต้นPowerPoint Presentation: การได้ออกกำลังกายช่วยทำให้กระดูกและกล้ามเนื้อ แข็งแรง ลดความเสี่ยงของการหกล้มจนกระดูกหัก การได้ออกกำลังกายเช่นการเดินเร็ว การวิ่งเหยาะๆ หรือการยกน้ำหนัก อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้งๆละ 30 นาที จะช่วยได้มากมุมมองด้านดีของการรักษาด้วยฮอร์โมน: มุมมองด้านดีของการรักษาด้วยฮอร์โมน ในสตรีวัยก่อนหมดประจำเดือน ( perimenopause ) แพทย์อาจสั่งยาคุมกำเนิดเพื่อ ช่วยรักษาอาการประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ยาคุมกำเนิดยังช่วยลดโอกาสเสี่ยงของการเกิดมะเร็งมดลูก และรังไข่ ยาคุมกำเนิดยังช่วยลดอาการร้อนวูบวาบ (flash) ได้ด้วยPowerPoint Presentation: ยาคุมกำเนิดทำให้ประจำเดือนมาอย่างต่อเนื่อง จึงอาจทำให้เข้าใจผิดได้ว่า อาการหมดประจำเดือนยังมาไม่ถึง ดังนั้นหากไม่แน่ใจว่าประจำเดือนน่าจะหมดแล้วหรือยัง ให้หยุดทานยาคุมกำเนิดสักระยะหนึ่งราว 2-3 เดือน เพื่อตรวจสอบให้มั่นใจว่า ประจำเดือนหมดจริงหรือไม่PowerPoint Presentation: ในสตรีที่หมดประจำเดือน แพทย์มักจะสั่งยา ประเภทฮอร์โมนรวม ( เอส โต รเจน และโป รเจสเตอโรน ) ให้ทาน เรียกการรักษาแบบนี้ว่า Hormone replacement therapy (HRT) ในสตรีที่ตัดมดลูกไปแล้ว แพทย์มักจะสั่งยา ที่มีฮอร์โมน เอส โต รเจน เพียงตัวเดียว ให้ทาน เรียกการรักษาแบบนี้ว่า Estrogen replacement therapy (ERT)PowerPoint Presentation: การรักษาด้วยฮอร์โมนทั้งแบบ HRT และ ERT เชื่อว่าไปช่วยลดความเสี่ยงโอกาส ของการเกิดกระดูกหักจากกระดูกผุ และช่วยลดความเสี่ยง โอกาศ การเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ เนื่องจากผลเสียของการนำฮอร์โมนมาใช้รักษา มีมากกว่า ผลดี ดังนั้นในปัจจุบันผู้คนจึงหันมานิยม การรักษาด้วยวิธีอื่นๆที่ไม่ใช้ฮอร์โมนมารักษาแทนมุมมองด้านลบของการรักษาด้วยฮอร์โมน: มุมมองด้านลบของการรักษาด้วยฮอร์โมน ความเสี่ยงของการรักษาด้วยฮอร์โมน (HRT, ERT) เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดลิ่มเลือด (blood clots), อัมพฤกษ์หรือ stroke จากการเกิดเส้นเลือดสมองอุดตัน , โรคหัวใจ เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเต้านม มีอาการเจ็บหน้าอกในบางครั้ง รวมถึงเกิดอาการแน่นท้อง คลื่นไส้ และอารมณ์ซึมเศร้า ในผู้ที่ยังมีมดลูก เกิดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งเยื่อบุผนังมดลูก ในผู้ที่ยังมีรังไข่ เกิดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งรังไข่สารสกัดจากพืช: สารสกัดจากพืช สาร phytoestrogens เป็นสารที่มีลักษณะ เหมือน estrogen พบได้ใน ผัก ถั่ว ซีเรียล สมุนไพรบางชนิด มีปฏิกิริยาในร่างกายเหมือน เอส โต รเจน อย่างอ่อนๆ รวมถึงอาจมีฤทธิ์ช่วยลดระดับไขมันในเลือด (cholesterol) ได้ด้วย อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพของสารชนิดนี้ ยังไม่ได้รับการพิสูจน์แน่ชัด ยังอยู่ในระหว่างการวิจัยทดสอบอยู่ในขณะนี้PowerPoint Presentation: จะหาพบได้ในถั่วเหลือง ต้นบุกบางชนิด (wild yams) รวมถึงสมุนไพรบางชนิด เช่น black cohosh , ตังกุย และ valerian root สมุนไพรเหล่านี้ถูกนำมาใช้รักษา อาการใกล้หมดประจำเดือนมานานแล้วหมอจีนรักษาอาการใกล้หมดประจำเดือนอย่างไร: หมอจีนรักษาอาการใกล้หมดประจำเดือนอย่างไร การรักษาอาการใกล้หมดหรือหมดประจำเดือนด้วยการแพทย์แผนจีน เป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้อาการร้อนวูบวาบ หงุดหงิด นอนไม่หลับดีขึ้นมาก และมีความปลอดภัยสูงเพราะไม่ได้ใช้ฮอร์โมนรักษา ผป. ไม่ต้องเสี่ยงต่อผลข้างเคียง จากการรักษาด้วยยาแผนปัจจุบัน เช่น ยาคุมกำเนิด หรือฮอร์โมน เอส โต รเจน (EHT)PowerPoint Presentation: เป็นการรักษาด้วยการฝังเข็มร่วมกับสมุนไพรจีน หรืออาจใช้เพียงวิธีใดวิธีหนึ่ง เพียงวิธีเดียว ก็ได้ผลเช่นเดียวกัน ( ในกรณีที่ไม่สะดวก เช่นผป. กลัวเข็ม หรือไม่ชอบทานยาจีน )PowerPoint Presentation: ไม่ว่าจะเป็นการฝังเข็มหรือรักษาด้วยตำรับยาสมุนไพรจีน หมอจีนจะใช้หลักการเดียวกัน ในการวิเคราะห์หาสาเหตุอาการเจ็บป่วย เพื่อให้ทราบสาเหตุของโรค หลังจากนั้นจึงจะวางแผนการรักษาได้ ว่าจะฝังเข็มอย่างไร และจะจัดยาตำรับใดPowerPoint Presentation: หมอจีนวินิจฉัยอาการป่วยจาก ประวัติผป. และจากการตรวจร่างกายเช่น ดูสีหน้า ดูตา ดูลิ้น จับชีพจร ( แมะ ) เป็นต้น หลังจากนั้นจึงวิเคราะห์ต่อไปว่า การเจ็บป่วยครั้งนี้เกี่ยวข้องกับอวัยวะใด และมีความรุนแรงในระดับไหนPowerPoint Presentation: สำหรับอาการใกล้หมดประจำเดือน อวัยวะที่เกี่ยวข้องหลัก ได้แก่ไต หัวใจและตับPowerPoint Presentation: ไตนอกจากจะทำหน้าที่ ขับปัสสาวะแล้ว ยังทำหน้าที่ควบคุมความเป็นหนุ่มสาว ชะลอความชรา เสริมสร้างความพร้อมและควบคุมการทำงาน ของระบบสืบพันธุ์ เมื่ออายุมากขึ้นการทำงานของไตจะไม่เหมือนเดิม ไตจะมีสภาวะถดถอยหรือพร่องลง เช่น ชี่ ( qi ) ของไตพร่อง หยิน (yin) ของไตพร่อง หยาง (yang) ของไตพร่อง เป็นต้นPowerPoint Presentation: ในกรณีของสตรีที่ใกล้หมดหรือหมดประจำเดือน ทั้ง หยิน และชี่ของไตพร่องลงจึงไปกระทบต่อ การทำงานของหัวใจและตับ ไตไม่สามารถสมานและควบคุมการทำงาน ของทั้งหัวใจและตับได้ดังเดิม จึงทำให้เกิดความร้อน จากหัวใจและตับPowerPoint Presentation: ตามทฤษฏี ปัญจ ธาตุ ( ในสภาวะปกติ ) น้ำเป็นแม่ของไม้ ไม้เป็นแม่ของไฟ ไฟเป็นแม่ของดิน ดินเป็นแม่ของโลหะ โลหะเป็นแม่ของน้ำ น้ำข่มไฟ ไฟข่มโลหะ โลหะข่มไม้ ไม้ข่มดิน ดินข่มน้ำ เมื่อน้ำอ่อนแอลงจึงไม่สามารถดูแลไม้ น้ำไม่สามารถข่มไม้ ( น้ำ = ไต , ไม้ = ตับ , ไฟ = หัวใจ , ดิน = ม้าม , โลหะ = ปอด )PowerPoint Presentation: ตามทฤษฏี ปัญจ ธาตุ ( ในสภาวะไม่ปกติ ) เมื่อน้ำอ่อนแอลง น้ำไม่สามารถดูแลไม้ ไม้จึงแข็งข้อ เมื่อน้ำอ่อนแอลง น้ำไม่สามารถข่มไฟ ไฟจึงกระด้างกระเดื่อง มีผลทำให้ร่างกายเสียสมดุล เกิดอาการเจ็บป่วย ( น้ำ = ไต , ไม้ = ตับ , ไฟ = หัวใจ , ดิน = ม้าม , โลหะ = ปอด )PowerPoint Presentation: ตามทฤษฏี ปัญจ ธาตุ ( ในสภาวะไม่ปกติ ) เมื่อน้ำอ่อนแอลง น้ำไม่สามารถดูแลไม้ ไม้จึงแข็งข้อ เมื่อน้ำอ่อนแอลง น้ำไม่สามารถข่มไฟ ไฟจึงกระด้างกระเดื่อง เมื่อไตอ่อนแอหรือพร่องลงไป ทำให้ไตไม่สามารถไปดูแลตับ ทำให้ตับแกร่งขึ้นเกิดเป็นความร้อนและไฟ เมื่อไตพร่อง ทำให้ไตไม่สามารถไปข่มหัวใจ ทำให้หัวใจแกร่งขึ้น เกิดเป็นสภาพไฟ ห้ว ใจลุกโชนจากไตพร่องPowerPoint Presentation: สาเหตุของอาการหมดหรือใกล้ หมดป จด. มีได้หลายสาเหตุ ขึ้นอยู่กับลักษณะอาการป่วย และจากการตรวจร่างกาย เช่น ความร้อนจากตับแกร่ง อาการร้อนจากหัวใจและตับแกร่ง อาการไตและม้ามพร่อง อาการเลือดหัวใจพร่องPowerPoint Presentation: เมื่อหมอจีน วินิจฉัยผป. ได้แล้วว่า ผป. มีอาการป่วยจากเหตุใด จึงสามารถวางแผนการรักษาได้ว่า จะรักษาด้วยการฝังเข็ม ร่วมกับการใช้ตำรับยาจีน หรือใช้เพียงวิธีใดวิธีหนึ่งตัวอย่าง การรักษาด้วยตำรับยาจีน : ตัวอย่าง การรักษาด้วยตำรับยาจีน การรักษาด้วยตำรับยาจีน เช่นกรณี ที่ผป. มีอาการมาจาก ความร้อนตับแกร่ง ( ตรวจพบ ลิ้นค่อนข้างแดง ชึพ จรค่อนข้างตึง ) ตำรับยาที่ใช้ มีอยู่หลายตำรับขึ้นอยู่กับอาการที่แสดงออก เช่นตำรับ Jie Wei Xia Yao San หรือ Long Dan Xie GanTangPowerPoint Presentation: ตัวอย่างสมุนไพรเดี่ยว ตำรับยา Jie Wei Xiao Yao San ประกอบด้วย สมุนไพรเดี่ยวหลายตัว เช่น Chai Hu 3-9 gm, Dang Gui 3-9 gm, Bai Shao 3-12 gm, Bai Zhu 3-9 gm, Fu Ling 3-15 gm, Gan Cao 1.5-6 gm, Pao Jiang 1-6 gm, Bo He 1-3 gm เป็นต้นตัวอย่าง การรักษาด้วยการฝังเข็ม: ตัวอย่าง การรักษาด้วยการฝังเข็ม การรักษาด้วยการฝังเข็ม เช่นกรณี ที่ผป. มีอาการมาจาก ความร้อนตับแกร่ง ( ตรวจพบ ลิ้นค่อนข้างแดง ชีพจรค่อนข้างตึง ) จุดที่จะใช้ฝังเข็มมีได้หลายจุด ในเส้นลมปราณอวัยวะที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะจุดทีมีสรรพคุณกระจายความร้อนได้ เช่น จุด TaiChong (LV3) ของเส้นลมปราณตับ , จุด Hegu (LI4) จุด Quchi (LI11) ของเส้นลมปราณลำไส้ใหญ่ , จุด NeiGuan (PC6) ของเส้นลมปราณเยื่อหุ้มหัวใจ เป็นต้นPowerPoint Presentation: การรักษาด้วยการฝังเข็ม โดยทั่วไปแพทย์ มักจะ นัดผป. มาฝังเข็มสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ส่วนสมุนไพรจีน แพทย์มักจะจัดยาให้กลับไปทานต่อที่บ้าน ยาที่จัดอาจจะเป็นสมุนไพรรวม จัดเป็นห่อนำไปต้มทานที่บ้าน หรือ จัดเป็นยาผงสกัดใส่ขวดนำไปชงกับน้ำร้อนทานที่บ้าน หรือ จัดเป็นยาเม็ด ( แล้วแต่ความสะดวกของแพทย์ และผป. เป็นรายๆไป )PowerPoint Presentation: ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกของการรักษา แพทย์มักจะ นัดผป. ให้มาพบสัปดาห์ละครั้ง เพื่อปรับตัวยาสมุนไพรให้สอดคล้องกับ อาการผป. แต่ละราย หลังจากนั้น จึงจะนัดห่างออกไปเป็นเดือนละครั้ง การจัดยาอาจจะจัดไปทานครั้งละ 2-4 สัปดาห์แล้วแต่ความเหมาะสมเป็นรายๆไปPowerPoint Presentation: โดยทั่วๆไป การรักษามักจะเห็นผล อย่างชัดเจนได้ในเดือนที่ 3 เป็นต้นไป และผป. มักจะขอทานยาต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อความมั่นใจว่า อาการเก่าจะไม่กลับมากำเริบใหม่PowerPoint Presentation: ในปัจจุบัน ยาสมุนไพรจีนที่ใช้มักจะเป็น ยาที่นำเข้าจากประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็นยาเม็ดหรือเป็นยาผงสกัดสมุนไพรเดี่ยว ซึ่งผลิตจากโรงงาน ที่ได้รับการรับรองในด้าน GMP (Good Manufacturing Pracice ) จากรัฐบาลจีนและองค์กรระหว่างประเทศ จึงไม่มีสารเจือปนจำพวกโลหะหนัก สเตอรอยด์ หรือฮอร์โมน