Slide1:
Adjectives ( articles -a/an ): Adjectives ( articles -a/an ) Articles เป็นคำคุณศัพท์อย่างหนึ่ง การเรียน Articles ต้องทำความ
เข้าใจควบคู่ไปกับเรื่องนามนับได้( Countable Nouns ) และนามนับไม่
ได้ ( Uncountable Nouns ) ซึ่งเป็นเรื่องค่อนข้างสับสนสำหรับผู้เรียน
ซึ่งที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ ( Non-native speakers of
English ) หรือเรียนภาษาอังกฤษ เป็นภาษาต่างประเทศ ( English as
a Foreign Language ) เนื่องจากเป็นเรื่องที่มักจะตัดสินใจยากว่า
อะไรเป็นนามนับได้ และอะไรเป็นนามนับไม่ได้ บางครั้งคำเดียวกันสามารถเป็น
ได้ทั้งสองอย่าง เป็นเรื่องที่มีกฎเกณฑ์มาก และขณะเดียวกัน ก็มีข้อยกเว้นมาก
เช่นกัน ต้องอาศัยความจำและประสบการณ์ ในการใช้ภาษา เป็นเวลานานจึงจะ
สามารถใช้ได้อย่างถูกต้อง
หลักการใช้ article นำหน้านาม: หลักการใช้ article นำหน้านาม Articles แบ่งเป็น 2 ชนิดคือ
Indefinite Article ได้แก่ a และ an ใช้นำหน้านามนับได้ ( Countable Nouns )
เอกพจน์ทั่วๆไป ( Singular )
Definite Article ได้แก่ the ซึ่งใช้นำหน้าคำนามนับได้( Countable Nouns )
และนามนับไม่ได้ ( Uncountable Nouns ) ทั้งรูปเอกพจน์ Singular ) และพหูพจน์
( Plural ) เพื่อให้นามนั้นมีความหมายเฉพาะเจาะจง
การใช้ Indefinite Article : a, an : การใช้ Indefinite Article : a, an 1.ใช้ a นำหน้าคำนามนับได้ เอกพจน์ ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะและมีความหมายทั่วไปในความหมาย หนึ่ง โดยไม่ต้องการเน้นจำนวน เช่น a woman, a dog, a dentist, a newspaper, a city , a book , a shop เช่น
He is reading a newspaper.
เขากำลังอ่านหนังสือพิมพ์ 2. ใช้ an นำหน้าคำนามนับได้ เอกพจน์ขึ้นต้นด้วยสระ และมีความหมาย
ทั่วไปเช่น
an orange, an umbrella, an hour, an article
It's raining.You will need an umbrella
.ฝนกำลังตก คุณจะต้องมีร่มกันฝน.
หมายเหตุ: หมายเหตุ ถ้าคำนามนับได้ เอกพจน์ นั้นขึ้นต้นด้วยสระ แต่ว่าออกเสียงเป็นพยัญชนะ ให้ใช้ a เช่น a uniform, a university, a European, a eucalyptus
( ต้นยูคาลิบตัส ), a utensil, a union, a useful, a unit ถ้าคำนามนับได้ เอกพจน์ นั้นมีคุณศัพท์นำหน้าขยาย ให้ดูดังนี้ -หากคำคุณศัพท์นั้นขึ้นต้นด้วยเสียงพยัญชนะก็ให้ใช้ a เช่น a sweet orange, a big umbrella -หากขึ้นต้นด้วย เสียงสระให้ใช้ an เช่น an old city, an ugly woman เป็นต้น
ถ้าคำนามนั้นขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ แต่ออกเสียงเป็นสระ หรือมี adjective ที่ขึ้นต้นด้วยสระมาขยายข้างหน้านามนั้นให้ใช้ an เช่น -ออกเสียงเป็นสระ เช่น an hour, an heir, an honor -มีคุณศัพท์ที่ขึ้นต้นด้วยสระ เช่น an important person
Slide6: 3. ใช้ a, an นำหน้านามเอกพจน์ เมื่อกล่าวถึงคำนามนั้นเป็นครั้งแรก เช่น
There is a shop on the corner.
มีร้านอยู่ 1 ร้านที่หัวมุม ( ใช้ a เพราะเป็นการพูดถึงครั้งแรก )
4. ใช้ a, an แทนพวก กลุ่ม หมู่เหล่า เช่น
A cow is an animal.
วัวเป็นสัตว์ขนิดหนึ่ง = Cows are animals.
วัวเป็นสัตว์ An owl can see in the dark.
นกเค้าแมวมองเห็นได้ในความมืด
5. ใช้ a, an ในการบอกอัตราต่อ 1 หน่วย ( per ) เช่น
She runs three miles a day.
เธอวิ่งวันละ 10 ไมล์ ( เป็นกิจวัตร ) I go to the cinema about once a month.
ฉันไปดูภาพยนต์ประมาณเดือนละครั้ง
Slide7: 6. ใช้ a, an หน้าชื่อเฉพาะของผู้มีชื่อเสียงที่รู้จักทั่วไป เพราะมีคุณสมบัติ ความสามารถ
หรืออุปนิสัยเหมือนผู้ที่ต้องการเปรียบเทียบ
He is an Einstein.
เขาเป็นคนฉลาดเหมือนไอน์สไตน์ He is a Soontorn Poo of our school.
เขาเป็นคนที่แต่งกลอนเก่ง ( เหมือนสุนทรภู่) ของโรงเรียนเรา หมายเหตุ แต่ถ้าใช้ the แทน a หมายความว่าคนเช่นนั้นมีคนเดียว He is the Soontorn Poo of our school.
เขาเป็นคนที่แต่งกลอนเก่งของโรงเรียนเรา ( เพียงคนเดียว) He is the Khun Phaen of our family.
เขาเป็นคนเจ้าชู้( เหมือนขุนแผน)คนเดียวในครอบครัวเรา
7. ใช้ a, an นำหน้าคำนามที่เป็นสำนวนในประโยคอุทาน เช่น
What a pity !
น่าสงสารจัง What a shame !
น่าอายจัง !
Slide8: 8. ใช้ a, an นำหน้าคำนามเอกพจน์ที่กล่าวถึงการเป็นสมาชิกของกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มอาชีพ เชื้อชาติ ศาสนา
My father is a teacher. อาชีพ Robert is an American. เชื้อชาติ John is a Catholic. ศาสนา
9. ใช้ a, an แทนจำนวน หนึ่งหน้าคำนามที่เป็นสำนวนเกี่ยวกับการนับจำนวนหรือแสดงจำนวนมาก ปากกาจำนวน 12 โหล ปากกาจำนวน 12 โหล
Slide9: 10. ใช้ a, an นำหน้านามที่เป็นสำนวนเกี่ยวกับการเจ็บไข้ได้ป่วย โครงสร้างคือ have + a+ อาการเจ็บป่วย ยกเว้นถ้าเป็นชื่อโรค ไม่ใช้ a, an เช่น
Slide10: เช่น
He had an itch in the middle of his back .เขามีอาการคันที่กลางหลัง He had a pain in the neck. เขามีอาการปวดคอ She is suffering from rheumatism. เธอกำลังทุกข์ทรมานด้วยโรคปวดข้อ
11. ใช้ a,an ในสำนวนที่มีคำต่อไปนี้นำหน้าคือ such, quite, rather, many
We didn't expect such a hot day. เราไม่ได้คาดว่ามันจะเป็นวันที่อากาศร้อนเช่นนี้ He is quite a good boy. เขาเป็นเด็กดีทีดียว It was rather a short trip. มันเป็นการเดินทางที่ค่อนข้างสั้น Many a place in Thailand impressed them. สถานที่หลายแห่งในประเทศไทยประทับใจพวกเขามาก
12. ใช้ a, an หลังโครงสร้างต่อไปนี้
so + adjective+a + นามนับได้ เอกพจน์ ( such a+ นาม ) เช่น We didn't expect so great a crowd. .เราไม่คาดคิดว่าจะมีคนมากมายอย่างนี้
too + adjective + a + นามนับได้ เอกพจน์ This is too hard a job for him. นี่เป็นงานหนักเกินไปสำหรับเขา
however + adjective + a + นามนับได้เอกพจน์ However nice a girl she is, he never like her. ไม่ว่าเธอจะเป็นคนน่ารักอย่างเขาก็ไม่ชอบเธอ
as + adjective + a + นามนับได้ เอกพจน์+ as She is as good a student as you are.เธอเป็นนักเรียนที่ดีเช่นเดียวกับคุณ
Slide11: 13. สำนวนในภาษาอังกฤษที่ใช้ a,an
การใช้ a/an และ one: การใช้ a/an และ one ที่ผ่านมาเป็นการใช้ a/an กับนามนับได้ในความหมายของสิ่งเดียว ( singular ) บางครั้งที่เราต้องการเน้นตัวเลข สามารถใช้ one กับนามนับได้เอกพจน์ เช่น
We'll be in Australia for one ( or a ) year. เราจะอยู่ในออสเตรเลีย 1 ปี She scored one ( or a ) hundred and eighty points. เธอได้คะแนน 168 คะแนน
จะใช้ one เท่านั้นเมื่อ
--ต้องการที่จะเน้นว่าสิ่งที่กล่าวถึง มี/เป็น เพียง 1 ไม่ใช่ 2,3,4...... เช่น
Do you want one sandwich or two? คุณต้องการแซนด์วิช 1 หรือ 2 อัน Are you staying just one night ? คุณจะพักค้างคืนวันเดียวหรือ
--ใช้ one ในรูปแบบ one ...other / another เช่น
Close one eye, and then the other. ปิดตาข้างหนึ่งก่อนแล้วจึงปิดอีกข้าง Bees carry pollen from one plant to another. ผึ้งนำเกสรดอกไม้จากต้นหนึ่งไปอีกต้น
Adjectives (Articles - the ) : Adjectives (Articles - the ) The เป็น article ที่เมื่อใช้นำหน้านามทั้งนับได้ นับไม่ได้ เอกพจน์ หรือพหูพจน์แล้ว จะทำให้นามนั้นมีความหมายชี้เฉพาะเจาะจงทันที มีหลักสำคัญดังนี้
--ใช้ The นำหน้านามเอกพจน์และพหูพจน์ที่ชี้เฉพาะเจาะจง เนื่องจากมีข้อความประกอบอยู่ ข้อความที่ประกอบอาจนำหน้าด้วย in, at, on หรือ preposition ,วลี ( phrase ) , หรืออนุประโยค ( clause ) อื่นๆ เช่น
Tom sat down on a chair. ทอมนั่งลงบนเก้าอี้( ซึ่งอาจจะมีหลายตัวในห้องนั้น ) Tom sat down on the chair nearest the door. ทอมนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ใกล้ประตูที่สุด( เฉพาะเจาะจง ) Ann is looking for a job. แอนกำลังหางานทำ ( เป็นการพูดไม่เฉพาะเจาะจง ) Did Ann get the job she applied for? แอนได้งานที่เธอไปสมัครไว้หรือไม่ (เฉพาะเจาะจง) The man who wrote this book is famous. ผู้ชายที่เขียนเรื่องนี้เป็นคนที่มีชื่อเสียง
( เฉพาะเจาะจง )
Slide14:
--ใช้ The หน้านามซึ่งชี้เฉพาะโดยปริยายเนื่องจากผู้พูดและผู้ฟังรู้ว่าหมายถึงสิ่งไหน หรือพูดถึงบุคคลใด เช่น
Have you got a car ? คุณมีรถหรือไม่ ( ใช้ a เพราะไม่ระบุเฉพาะเจาะจง )แต่ I cleaned the car yesterday.ฉันล้างรถเมื่อวาน(ใช้ the ในกรณีผู้พูดและผู้ฟังรู้ว่าหมายถึงรถของผู้พูด)
The house needs to be painted. บ้านนี้ควรจะทาสีใหม่ได้แล้ว ( ใช้ the house ในกรณีที่ผู้พูดและผู้ฟังเข้าใจตรงกันว่าเป็นบ้านหลังไหนถึงแม้จะเป็นการพูดถึงครั้งแรก เช่น อาจจะกำลังพูดในบ้านหลังนั้นก็ได้ )
“I would like a glass of water, please,” John said. จอห์นพูดว่าขอน้ำผมสักแก้วได้ไหม “I put the glass of water on the counter already” Jane said เจนตอบว่า ฉันเอาแก้วน้ำวางให้บนเคาน์เตอร์เรียบร้อยแล้ว
Slide15:
ข้อยกเว้น ถ้ามีคำขยาย ( modifier ) อยู่ระหว่าง article และคำนาม article นั้นจะยังคงรูปไม่เฉพาะเจาะจง ดังนี้
“I would like a big glass of water, please,” ( มี big อยู่ระหว่าง a ( article ) และ glass ( นาม ) “ I put a big glass of water on the counter already” ยังคงใช้ a ซึ่งเป็นรูปไม่เฉพาะเจาะจง
--ใช้ The เมื่อเป็นการพูดถึงในครั้งต่อมา เป็นการต่อเนื่อง
I saw a funny-looking dog yesterday. When it saw my cat, the dog ran away. ฉันเจอสุนัขหน้าตาตลกดีตัวหนึ่งเมื่อวานนี้ พอมันเจอแมวของฉันมันก็วิ่งหนีไป
( ใช้ a ในประโยคแรกเพราะพูดถึงเป็นครั้งแรก ผู้ฟังไม่รู้ว่าสุนัขตัวไหน แต่เมื่อพูดประโยคต่อไปใช้ the dog เพราะทั้งผู้ฟังและผู้พูดรู้ว่าหมายถึงสุนัขตัวไหน) I went to a movie last night. The movie was very good. ฉันไปดูภาพยนตร์เมื่อคืนนี้ เป็นภาพยนต์ที่ดีมาก
--ใช้ The กับนามเอกพจน์นับได้ที่มีความหมายถึงนามนั้นทั้งจำพวก หรือเป็นตัวแทนของชนิด ( class ) เดียวกัน มีลักษณะเป็นนามธรรม ( abstract ) เช่น The tiger is a dangerous animal . เสือเป็นสัตว์ที่อันตรายมาก ( เสือในความหมายทั่วไปซึ่งเป็นสัตว์อย่างหนึ่ง ) เปรียบเทียบกับประโยคต่อไปนี้ ซึ่งมีความหมายคล้ายกัน A tiger is a dangerous animal ( เสือตัวไม่ว่าตัวไหนก็ตาม เป็นสัตว์อันตราย )
Slide16:
--ใช้ the กับคุณศัพท์ ( โดยไม่มีคำนาม )แต่ทำหน้าที่เป็นคำนาม เมื่อต้องการกล่าวถึงกลุ่มคนต่างๆ ( มีความหมายเป็นพหูพจน์ ) เช่น the young , the elderly, the poor,the rich, the homeless, the disabled the dead , the sick. the injured, the blind เช่น
Do you think the rich should pay more taxes to help the poor? คุณคิดว่าคนรวยควรจะต้องเสียภาษีมากขึ้นเพื่อช่วยคนจนหรือไม่ คำเหล่านี้ มีความหมายเป็นพหูพจน์ เมื่อจะใช้เป็นเอกพจน์ต้องใช้ A French man, an English woman สำหรับคำที่ลงท้ายด้วย -ese เช่น the Chinese , the Japanese เป็นต้น มีความหมายเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์ก็ได้ แต่เมื่อใช้เป็นเอกพจน์เท่านั้นต้องใช้ a Chinese , a Japanese. The Chinese are very hard-working. ชาวจีนเป็นผุ้ที่ทำงานหนัก
แต่คำคุณศัพท์ที่ทำหน้าที่เป็นคำนามแสดงสัญชาติที่ลงท้ายนอกเหนือไปจากหลักเกณฑ์ข้างต้น เมื่อเป็นพหูพจน์จะต้องเติม s ท้ายคำนามนั้น และนิยมใช้โดยไม่มี the ( แต่อาจมีก็ได้ )
Slide17:
หมายเหตุ เป็นคำคุณศัพท์แสดงภาษา ไม่ต้องมี article เช่น English is spoken here. ที่นี่พูดภาษาอังกฤษ I am learning Chinese. ฉันกำลังเรียนภาษาจีน
แต่ถ้ามีคำนามประกอบจะต้องมี the ด้วย เช่น He can speak the English language.
--ใช้ the กับคุณศัพท์ขั้นสูงสุด คือ Superlative Degree เมื่อนำไปใช้ประกอบนามหรือขยายหน้านาม แสดงลำดับที่ เช่น She is the prettiest girl in town. เธอเป็นคนสวยที่สุดของเมืองนี้ That was the most important news of the day. นั่นเป็นข่าวสำคัญที่สุดของวันนี้ This hotel was the cheapest I could find. โรงแรมนี้ราคาถูกที่สุดเท่าที่จะหาได้
เมื่อ most นำหน้าคุณคัพท์ในความหมายว่า มากที่สุด ( very , extremely ) สามารถใช้ a กับนามเอกพจน์นับได้ และไม่มี article เลยกับนามพหูพจน์และนามนับไม่ได้
--ใช้ the กับคุณศัพท์บอกลำดับที่ เมื่อนำไปใช้ประกอบนาม หรือขยายหน้านาม เช่น the first the last , the second Jane is the second child of her family. เจนเป็นลูกคนที่สองของครอบครัวเธอ
Slide18:
--ใช้ the กับสำนวนการเปรียบเทียบขั้นกว่า ( Comparative Degree ) ของการกระทำ 2 อย่างที่เท่าเทียมกัน โดยใช้ the นำหน้าคุณศัพท์ขั้นกว่าทั้ง 2 แห่ง โครงสร้างคือ the + คุณศัพท์ขั้นกว่า…., + the + คุณศัพท์ขั้นกว่า……. เช่น
The more you have, the more you want. ยิ่งมีมาก ยิ่งต้องการมาก --ใช้ The กับคำนามที่มีเพียงสิ่งเดียว และเป็นที่รู้จักกันทั่วไป เช่น the moon, the sun, the earth, the universe, the ground, the sky, the wind the sea, the weather, the climate, the atmosphere, the environment the public, the future, the past, the country
ข้อยกเว้น *เมื่อต้องการบรรยายเฉพาะเจาะจง สามารถใช้ a ได้ เช่น ใช้ the - She could hear the wind blowing outside. เธอได้ยินเสียงลมพัดอยู่ข้างนอก ( ลมทั่วไป ) ใช้ a - There is a cold wind blowing from the north. มีลมหนาวพัดมาจากทางเหนือ ( เจาะจง )
Slide19:
--ใช้ the นำหน้าชื่อทิศทางเมื่อต้องการใช้อย่างคำนาม เช่น the north , the east, the left, the right You must turn to the right at the corner. คุณต้องเลี้ยวขวาที่หัวมุม He is going to the south and I am going to the north. เขาจะไปทางใต้ ส่วนฉันจะไปทางเหนือ
แต่หากเป็นชื่อทิศที่เป็นชื่อภาค ต้องมี the และนำด้วยอักษรตัวใหญ่ The climate is drier in the North-east .อากาศในภาคตะวันออกเฉียงเหนือแห้ง ( กว่าภาคอื่นในประเทศ )
ข้อยกเว้น 1. ใช้อย่างคุณศัพท์ ไม่ต้องมี the แต่เปลี่ยนรูปเป็น southern , northern เช่น Sweden is in northern Europe, Spain is in the south . สวีเดนอยู่ทางเหนือของยุโรป ส่วนสเปนอยู่ทางใต้ ( ประโยคแรก northern ใช้อย่างคุณศัพท์ ประโยคหลัง the south ใช้อย่างคำนาม ) 2. ถ้าใช้อย่างกริยาวิเศษณ์ ( adverb ) ไม่ต้องมี the You must turn right at the corner. คุณจะต้องเลี้ยวขวาที่หัวมุม ( right ขยายกริยา turn ) He is going south and I am going north ( south และ north ขยายกริยา going )
Slide20:
--ใช้ the นำหน้าคำ appositive ซึ่งเป็นคำนามตามด้วย preposition phrase เช่น Bangkok , the capital of Thailand, is a populous city. กรุงเทพเป็นเมืองหลวงมีประชากรหนาแน่น ( capital เป็นคำนาม of Thailand เป็น prepositional phrase, the capital of Thailand เป็น appositive ขยาย Bangkok) Mr.Somchai, the president of our club , was known for his inspirational speeches. คุณสมชายซึ่งเป็นประธานคลับของเราได้ชื่อว่ามีสุนทรพจน์ที่โน้มน้าวใจคนฟัง (of our club เป็น prepositional phrase, the president of our club เป็น appositive )
--ใช้ the กับคำนามที่เป็นชื่อเฉพาะของคน มีรูปเป็นพหูพจน์และหมายถึงคนทั้งหลายในครอบครัวนั้น เช่น The Robinsons go to church every Sunday. ครอบครัวโรบินสันไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ --ชื่อฤดู ถ้าใช้เดียวๆ ไม่ต้องมี the นำหน้า แต่ถ้าใช้ในรูปวลี ( phrase ) ต้องใช้ the เช่น in the summer แต่ถ้าเป็นฤดูที่นำคำธรรมดามาตั้งชื่อ ต้องใช้ the นำ เช่น the dry season, the rainy season, the hot season
Slide21:
--ใช้นำหน้าสำนวนต่อไปนี้ ขั้นตอน : the beginning , the middle, the end ลำดับเวลาต่อเนื่อง: the past , the present , the future ภาคเวลาของวัน: in the morning, in the afternoon, in the evening ยกเว้น at noon, at night, at midday, at midnight ไม่ต้องใช้ the
--ใช้ The นำหน้านามที่เป็นชื่อส่วนต่างๆของร่างกายเมื่อกล่าวถึงเป็นการทั่วไป เช่น the hair the head, the neck, the leg
--ใช้ the นำหน้านามที่เป็นสำนวนของการ ชั่ง ตวง วัด ที่มี by นำหน้า เช่น We sell cloth by the yard .เราขายผ้าเป็นหลา We sell fruit by the kilo. เราขายผลไม้เป็นกิโล
--ใช้ the กับชื่อเฉพาะ ( proper noun) *ชื่อเฉพาะของลักษณะทางภูมิศาสตร์ได้แก่ แม่น้ำ มหาสมุทร ทะเล อ่าว คลอง ช่องแคบ คาบสมุทร ทะเลทราย หมู่เกาะ เทือกเขา กลุ่มทะเลสาบ แหลม ป่า
Slide22:
แม่น้ำ : the Chow Praya (River ) , the Nile, the Thames,
มหาสมุทร: the Pacific ( Ocean ), the Atlantic ( Ocean )
ทะเล : the Mediterranean (Sea) , the Dead Sea, the China Sea,
อ่าว : the Gulf of Thailand , the Gulf of Mexico, the Persian Gulf คลอง : The Suez ( Canal ), the Panama ( Canal ) ช่องแคบ: the English Channel, the Straight of Malacca,
คาบสมุทร : the Indo-China Peninsula, the Scandinavian Peninsulaทะเลทราย: the Sahara ( Desert ) , the Gobi (Desert) แหลม : the Cape of Good Hope ( แต่ถ้าไม่มี of ไม่ต้องใช้ the เช่น Cape Canaveral ) ป่า: the Black Forest ,the Redwood Forest, the Amazon Forest. *เมื่อต้องการบรรยายเฉพาะเจาะจง สามารถใช้ a ได้ เช่น ชื่อเฉพาะที่ได้มาจากพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ : the Equator, the North Pole, the South Pole, the Middle East, the Great Barrier Reef
Slide23:
--ใช้ the กับชื่อเฉพาะต่อไปนี้ถ้าเป็นรูปพหูพจน์ เช่นหมู่เกาะ และไม่ต้องมี the ถ้าเป็นเอกพจน์
Slide24:
--ใช้ the กับชื่อสถานที่และสิ่งของสำคัญ
พิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด โรงแรม โรงภาพยนต์/ละครภัตราคาร องค์กร หนังสือพิมพ์รายวัน อาคาร
สิ่งก่อสร้างสำคัญ เหตุการณ์/ยุคสำคัญ หนังสือสำคัญ
--หลักโดยทั่วไปคำนามทีมี ….of…..ส่วนมากมี the the Bank of Thailand, the Tower of London, the House of Parliament, the Great Wall of China, the University of London ( แต่ถ้าใช้ London University ไม่มี the ), the Statue of Liberty
Slide25:
Adjectives(article) คำนามที่ไม่ต้องใช้ article
ในหัวข้อนี้จะสรุปรวมเรื่องคำนามที่ไม่ต้องใช้ article ทั้งหมด รวมทั้งที่ได้อธิบายไว้แล้วในหัวข้อ การใช้ the และการใช้ a/an ด้วย
ไม่ใช้ article กับคำนามต่อไปนี้ 1. นามที่กล่าวขึ้นมาลอยๆ โดยไม่มีวลี ( phrase ) หรืออนุประโยค ( clause ) อื่นใดมาขยายเพื่อให้เป็นการเฉพาะตามหลัง
Slide26:
2. วิชา ( subjects ) เช่น mathematics, physics, biology ,history, computer science
My daughter is good at mathematics. ข้อยกเว้น ถ้านำชื่อวิชาไปใช้อย่างคุณศัพท์ประกอบหน้าคำนามตัวอื่นต้องใช้ the เช่น I think the physics subject is difficult.
3. กีฬา ( sports ) เกม ( games ) เช่น volleyball, hockey. football, tennis,swimming
Let's play football. มาเล่นฟุตบอลกันเถอะ
4. ภาษา (languages ) ทั้งหมด และสัญชาติ ( nationalities )ของประชาชนที่ใช้อย่างคำคุณศัพท ์( adjective) เช่น French, English, Chinese
French is spoken in Tahiti. มีการใช้ภาษาฝรั่งเศสในตาฮิติ He is Chinese. เขาเป็นคนจีน ( ใช้อย่างคำคุณศัพท์ ) ( แต่ถ้าใช้ He is a Chinese. เขาเป็นคนจีน เป็นการใช้อย่างใช้อย่างคำนาม )
5. มื้อของอาหาร ( meals ) เช่น breakfast, lunch , dinner
Breakfast is the first meal of the day.
Slide27:
6. ชื่อคน ( names ) รวมทั้งที่มียศ ตำแหน่ง ฐานะด้วยที่เป็นเอกพจน์ เช่น John ,Nelson Mandela Dr. Watson, Ladda , Prince Charles, President Nixon, Aunt Elizabeth, Uncle George. ( ยกเว้น the Pope และการใช้ที่มี...of… เช่น the Queen of England )
The name of Nelson Mandela is known all over the world. ชื่อเนลสัน แมนเดลลาเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก
7. ยานพาหนะทุกชนิด ที่ใช้ในการเดินทางโดยวางหลังpreposition by เช่น by bus , by train ,by bicycle , by taxi
I like to travel by train. ฉันชอบเดินทางโดยรถไฟ
8.ศาสนา ความเชื่อ ช่น Buddhism, Christianity, Communism, Socialism
9. เทศกาล เช่น Christmas, Songkran Festival
He had been rushing home from a meeting in Washington to be with his family on Christmas.
Slide28:
10.วัน เดือน ปี ช่น on Monday , on Friday, in January, in November และ next / last +period of time เช่น next week, next month , last year เช่น
Please come back again on Monday. 11.สถานที่ พื้นที่
ทวีป เช่น Asia , Europe, Africa ( แต่ถ้ามี of.. ใช้ the ด้วย เช่น the Continent of Asia ) ภูเขา; เช่น Mount Everest, Mount Eden , Doi Sutep Sutep
ประเทศ ถ้าเป็นเอกพจน์ เช่น France, Japan , Thailand , Malaysia, India
เมือง รัฐ Bangkok, Tokyo, Washington , London, Texas , โรงเรียน วิทยาลัย มหาวิทยาลัย เช่น Horwang School,, Stanford University
โบสถ์ วัด ปราสาท เช่น Exeter Cathedral, Buckingham Palace
สนามบิน สถานีรถไฟ เช่น Don Muang Airport, , Hua Lum Pong Station,
สวนสาธารณะ สวนสัตว์ เช่น Central Park, Hyde Park, Lumpini Park, ถนน วงเวียน สแคว์ เ ช่น Sukhumvit Road,Wall Street , Siam Square, ชื่
ร้านค้า เช่น Boots ( ร้าน บูตส์ ) Smith’s ( ร้านสมิธ )
Slide29:
12. คำนามต่อไปนี้ ถ้าใช้ในความหมายของการทำกิจกรรมนั้นๆ ไม่ต้องมี the แต่ถ้าหมายถึงสถานที่ของกิจกรรมนั้นๆ ต้องมี the เช่น school, hospital, bed, church, prison, hospital, university
I go to the school sometimes to meet her teachers. ฉันไปโรงเรียนของลูกบางครั้งเพื่อพบครูของลูก ( ไปที่ตัวโรงเรียนซึ่งลูกเรียนอยู่ )
Ken went to the prison to visit his brother. เคนไปเยี่ยมน้องชายที่คุก
Jack had an accident last week. He was taken to hospital. แจ็คประสบอุบัติเหตุเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ( เพื่อการรักษา ) นอกจากนี้ยังมีคำ work และ home ที่ไม่ใช้ articles
Ann didn’t go to work yesterday.แอนไม่ได้ไปทำงานเมื่อวานนี้ What time do you usually finish work? โดยปกติคุณเลิกงานกี่โมง It’s late. Let’s go home. ดึกแล้ว กลับบ้านเถอะ
Slide30:
13. การใช้ในลักษณะพิเศษ เป็นการใช้ที่มีการละ articles ไว้เป็นที่เข้าใจ เช่น
พาดหัวข่าวหนังสื่อพิมพ์ : MAN KILLED ON MOUNTAIN ประกาศ โปสเตอร์: SUPER CINEMA, RITZ HOTEL คำแนะนำ: Open packet at other end จดรายการ (ที่ต้องทำ เป็นต้น ) :
- take car to garage
buy groceries
pay phone bill
จัดทำโดย: จัดทำโดย
นางสาวบุญธิดา เสรีพงษ์ เลขที่ 8 นางสาวสิริอร ศรีนวล เลขที่ 13 นางสาวพรสวรรค์ หมวกทอง เลขที่ 12 นายภุวดล เพ็งจันทร์ เลขที่ 29 ม.601
โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย นครศรีธรรมราช